• lek2010
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lek2010@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-10
  • จำนวนเรื่อง : 17
  • จำนวนผู้ชม : 1568
  • จำนวนผู้โหวต : 8
  • ส่ง msg :
<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม 2551
กลยุทธ์ห้างภูธรตั้งงี่สุ่น
Posted by lek2010 , ผู้อ่าน : 90 , 15:30:32 น.   | หมวดหมู่ : Business News  
พิมพ์หน้านี้



ตั้งงี่สุน กลยุทธ์ชายทุ่ง

ร้านค้าส่งแบบดั้งเดิม หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่ายี่ปั้ว ซาปั้ว ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการเข้ามาเปิดตัวของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่หรือโมเดิร์นเทรด ไม่แตกต่างจากร้านค้าปลีกหรือร้านโชวห่วย ในกรุงเทพฯ นั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะมียี่ปั้ว ซาปั้ว และร้านโชวห่วยหลงเหลือให้เห็นไม่มากนัก หลังจากที่ทั้งแม็คโคร เทสโก้-โลตัส คาร์ฟูร์ บิ๊กซี ระดมเปิดสาขากันแทบทุกหัวถนน สำหรับในต่างจังหวัด ซึ่งกำลังเป็นเป้าหมายต่อไปในการขยายสาขาของโมเดิร์นเทรดนั้น ชะตากรรมของค้าปลีกแบบดั้งเดิมเหล่านี้ก็ดูจะไม่แตกต่างไปนัก
แต่ทำไม “ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์” ที่อุดรธานี ซึ่งบริหารงานโดย ปรีชา - เสาวลักษณ์ วีระรัตนโรจน์ จึงสามารถยืนหยัดอยู่ได้ ทั้ง ๆ ที่มีแม็คโคร บิ๊กซี และล่าสุดเทสโก้-โลตัส เข้าไปอยู่ที่นั่น แถมยังขายดิบขายดี ชนิดที่ถ้าเทียบกันสโตร์ต่อสโตร์แล้ว ซัพพลายเออร์แทบทุกราย ไม่ว่าจะเป็นยูนิลีเวอร์, พีแอนด์จี, เนสท์เล่, คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ, จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน จะต้องมีชื่อของ”ตั้งงี่สุน”เป็นหนึ่งในลูกค้าที่มียอดสั่งซื้อสินค้าสูงติดอยู่หนึ่งในสิบด้วยทุกบริษัท
อยากรู้ว่าทำได้อย่างไร ต้องฟังคำตอบจาก “ซ้อเฮียง”

กำเนิด “ตั้งงี่สุน”
“ร้านตั้งงี่สุน ถือกำเนิดขึ้นที่จังหวัดอุดรธานี เมื่อ 70 กว่าปีที่แล้ว โดยช่วงเริ่มต้นเป็นร้านขายของแบบโชวห่วยธรรมดา” เสาวลักษณ์ วีระรัตนโรจน์ หรือที่คนรู้จักเรียกกันติดปากว่า ซ้อเฮียง ส่วนเธอก็จะเรียกตัวเองว่าซ้อ เล่าถึงที่มาของตั้งงี่สุน ซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัวสามี คือ ปรีชา วีระรัตนโรจน์ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นร้านค้าส่งเมื่อปี 2517 และเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่เป็น ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ เมื่อปี 2530 โดยเธอเป็นตังตั้งตัวตีที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ขึ้น
ซ้อเฮียงเล่าว่า สาเหตุที่ทำให้เธอเกิดไอเดียที่จะทำซูเปอร์สโตร์ในจังหวัดอุดรธานี เกิดจากการมีโอกาสเดินทางไปดูงานในต่างประเทศบ่อย ๆ ทำให้ได้เห็นรูปแบบร้านค้าสมัยใหม่ที่มีรูปแบบการเรียงสินค้าที่น่าสนใจ
“มีปีหนึ่งไปเที่ยวบราซิลแล้วได้เห็นร้านแบบซูเปอร์สโตร์ใหญ่มาก จากนั้นก็ได้ไปดูร้านของโอชอง คาร์ฟูร์ที่ฝรั่งเศส เห็นแล้วก็อยากทำ เพราะอยากเป็นผู้บริหาร แล้วคิดว่าถ้าเขาทำได้เราก็ต้องทำได้” ซ้อเฮียงกล่าวถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้เธออยากทำร้านค้าขนาดใหญ่แบบซูเปอร์สโตร์ที่อุดรฯ ขณะที่สามีเตือนด้วยความหวังดีว่า อย่าสร้างวิมานบนยอดหญ้า
ความฝันของซ้อเฮียงมาเป็นจริง หลังจากที่สามารถเจรจาซื้อพื้นที่ที่อยู่ข้างเคียงร้านค้าส่งเดิมได้สำเร็จ แล้วนำมารื้อเพื่อสร้างใหม่กลายเป็นห้องแถวรวม 6 คูหา สูง 5 ชั้น โดยเปิดพื้นที่ชั้นล่างทั้งหมดซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 2,800 ตารางเมตร เป็นร้านค้าใหม่ ส่วนข้างบนใช้เป็นที่เก็บสต็อกสินค้า
รูปแบบการขายสินค้าของ ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ เป็นการผสมผสานทั้งการค้าปลีกและค้าส่งเข้าไว้ด้วยกัน โดยพื้นที่ด้านหน้าเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตสำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อปลีก ส่วนด้านหลังเป็นพื้นที่ขายส่ง สำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าจำนวนมาก ๆ
ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ ถือเป็นร้านค้าปลีกสมัยใหม่ร้านแรกในจังหวัดอุดรธานี เพราะแม้แต่แม็คโคร โมเดิร์นเทรดแบบแคชแอนด์แครี่ก็ยังเปิดสาขาแห่งแรกในเมืองไทย หลังจากการปรับตัวของ ตั้งงี่สุน 2 ปี และเพิ่งเข้าไปเปิดสาขาที่อุดรธานีเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา ก่อนที่จะตามมาด้วยบิ๊กซี และเทสโก้-โลตัส
“อย่าลืมว่าอุดรฯเป็นที่ตั้งของฐานทัพอเมริกัน คนอเมริกาได้มาทำอะไร ๆ ให้คนอุดรเห็นหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นภัตตาคารใหญ่ ๆ โรงแรมใหญ่ ๆ หรือในฐานทัพเองก็มีร้านค้าที่มีการจัดเรียงสินค้าแบบสมัยใหม่ ทำให้ทุกอย่างที่อุดรฯพัฒนาไปตามเขา เพราะฉะนั้นพอเราเปิดลูกค้าก็รับได้เลย” ซ้อเฮียงกล่าวถึงสาเหตุที่ชาวอุดรฯสามารถตอบรับรูปแบบการขายใหม่ของตั้งงี่สุนได้ทันทีที่เปิด
ทั้ง ๆ ที่ปกติแล้วร้านค้าปลีกในต่างจังหวัดส่วนใหญ่จะเคยชินกับบริการส่งของให้ถึงร้านของผู้ค้าส่ง รวมทั้งการซื้อของได้ในราคาต่ำกว่าการซื้อปลีก ขณะที่ลูกค้าของ ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ จะต้องไปซื้อของเองที่ร้าน รวมทั้งซื้อในราคาเท่ากัน ไม่ว่าจะซื้อเพียงชิ้นเดียว หรือซื้อเป็นแพ็ก 6 ชิ้น แพ็กโหล หรือแม้แต่ซื้อเป็นหีบ
“เพราะเราต้องการให้บริการลูกค้าทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภค ผู้ค้าปลีกขนาดเล็ก และค้าส่ง ตอนแรก ๆ ก็มีลูกค้าที่ซื้อเยอะ ๆ มาต่อว่าเหมือนกัน ซึ่งเราก็บอกว่า ขอโทษ แต่อย่าโกรธกันนะ ถ้าคุณรู้สึกว่าเสียเปรียบ คุณมาซื้อทุกวัน วันละชิ้นก็ได้ ซ้อไม่ว่า”
ยอดขายที่เพิ่มขึ้นหลายร้อยเปอร์เซ็นต์หลังจากการปรับรูปแบบร้าน โดยมีคนซื้อวนเวียนเข้าออกร้านตลอดเวลาตั้งแต่ 9.30-21.00 น. พร้อมกับช่องจ่ายเงิน 21 ช่อง ที่มีพนักงานให้บริการช่องละ 3 คน และต้องเปิดคิดเงินพร้อมกันทั้งหมดตลอดเวลา เพื่อให้การให้บริการลูกค้าไม่ล่าช้า ติดขัด แสดงให้เห็นว่าตั้งงี่สุน ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ได้รับการตอบรับที่ดีทั้งจากลูกค้าทั้งซื้อปลีกและซื้อส่ง ซึ่งเฉลี่ยแล้วมีปริมาณมากพอ ๆ กัน

ซื้อสด ขายถูก กำไรน้อย
“เรามองว่าพวกค้าปลีกข้ามชาติจะต้องเข้ามาในเมืองไทย แต่เราก็ไม่กลัว เพราะถ้าเทียบกับแม็คโครแล้ว ราคาของเราถูกกว่าเยอะ” ซ้อเฮียงกล่าวถึงหัวใจสำคัญประการแรก ที่ทำให้ตั้งงี่สุนยืนหยัดต่อสู้กับคู่แข่งยักษ์ใหญ่อยู่ได้ นอกเหนือจากข้อได้เปรียบในเรื่องความเก่าแก่ของร้านที่ค้าขายอยู่ในจังหวัดอุดรฯมากว่า 70 ปี และทำเลของร้านที่อยู่ในเมือง
นอกจากราคาถูกแล้ว ซ้อเฮียงบอกว่า สินค้าที่ขายในตั้งงี่สุนยังใหม่ และสด
โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตั้งงี่สุนขายสินค้าในราคาถูกได้ เนื่องจากบริษัทซื้อของจากผู้ผลิตสินค้าด้วยเงินสด ทำให้ได้ส่วนลดมากกว่าซื้อโดยขอเครดิตเทอมยาว ๆ ประกอบกับทางร้านไม่ต้องการกำไรต่อชิ้นมาก เพราะต้องการให้สินค้ามีการหมุนเวียนเร็ว จึงสามารถตั้งราคาต่ำลงไปได้อีก
“ขายอย่างไรจะได้กำไร ตรงนี้สำคัญ เพราะถ้าขายขาดทุนเด็กอายุขวบ สองขวบก็ขายได้ เราไม่ขายขาดทุนเพื่อดึงคนมาเข้าร้าน แต่พอถึงสิ้นปีต้องถือปืนไว้จี้ซัพพลายเออร์ให้ช่วย เราขายกำไร แต่กำไรน้อย นี่คือนโยบายของเรา สลึงหนึ่งก็ถือว่าเป็นกำไร หลายสลึงเป็นค่าใช้จ่าย แล้วถ้ามีอีกหลายสลึงก็คืนให้กับสังคม ที่เหลือเป็นของเรา” ซ้อเฮียงว่าอย่างนั้น
ความคิดในการซื้อสินค้าด้วยเงินสดของซ้อเฮียง ดูจะเป็นความคิดที่ตรงกันข้ามกับแนวคิดของโมเดิร์นเทรดที่มักจะขอเครดิตเทอมยาว ๆ กับซัพพลายเออร์
“โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี บางแห่งขอยืดเครดิตเทอมออกไปถึง 120 วัน ทำให้ซัพพลายเออร์ซัฟเฟอร์มาก เราก็เลยต้องหาเงินสด เพื่อทำให้ cash flow ของบริษัทดีขึ้น ซึ่งตั้งงี่สุนได้เปรียบตรงนี้มาก เพราะยิ่งเครดิตเทอมสั้นก็จะยิ่งได้ส่วนลดจากซัพพลายเออร์มาก เพราะเราได้เงินสดไปจ่ายดอกเบี้ยที่กู้แบงค์มาทำธุรกิจ” ซัพพลายเออร์รายใหญ่รายหนึ่งที่ค้าขายอยู่กับตั้งงี่สุนให้ข้อมูลเพิ่มเติม
อย่างไรก็ดี ซ้อเฮียงบอกว่า คำว่า “ซื้อสด”ไม่ได้หมายถึงว่าบริษัทต้องจ่ายเงินสดทันทีหลังจากที่เซลส์นำสินค้ามาส่งให้ เพราะกว่าจะสรุปบัญชีเพื่อจ่ายเงินกันได้ก็มักกินเวลาประมาณ 15-30 วัน นอกจากนี้ยังมีซัพพลายเออร์จำนวนมากที่ให้เครดิต 30-45 วัน แทนการขายสด
ซึ่งซ้อเฮียงบอกว่า ช่วงเวลา”ปลอดหนี้”เหล่านี้ ถือเป็นนาทีทองที่บริษัทสามารถทำกำไรได้จากการหมุนเงินก้อนนี้ ซึ่งบางทีอาจจะมีรายได้เพิ่มขึ้นมาอีกถึง 20-30 %
“ถ้าคุณขายเสื้อตัวนึงกำไรร้อยบาท ทั้งวันมีลูกค้ามาซื้อคนเดียว เสื้อตัวนั้นต้นทุน 500 บาท ทั้งวันคุณจะมีเงินแค่ 600 บาท ขณะที่ซ้อขายของชิ้นละ 500 บาทเหมือนกัน แต่ซ้อเอากำไรชิ้นละบาท วันนึงซ้อขายได้พันชิ้น เท่ากับวันนั้นซ้อได้เงินมา 501,000 บาท ซ้อเอาเงินนี้ไปฝากแบงค์ไว้ เพราะอีก 20 วันบริษัทถึงจะมาเก็บเงิน พอดีระหว่างนั้นมีบริษัทแห่งหนึ่งร้อนเงินมาเสนอขายสินค้าให้ซ้อ โดยถ้าซื้อเงินสดจะลดให้ 5 % ซ้อก็เอาเงิน 5 แสนนั่นมาซื้อของไว้ แล้วเราขายหมดไว ก็มีอีกคนมาเสนอขายของเงินสดให้ส่วนลดอีก 3 % เราก็เอาเงินนั้นมาซื้อไว้อีก เป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ สรุปเดือนนั้นเงิน 5 แสนบาทของคุณอาจจะได้กำไร 20-30 % จากเงินหมุนเวียน” ซ้อเฮียงเล่าถึงเทคนิคการสร้างดอกผลจากการตั้งราคาสินค้าถูกเพราะเอากำไรน้อย

ขายดี ไม่ต้องมี ”เมล์”
นอกจากนี้ด้วยความที่เป็นธุรกิจในครอบครัว ทำให้ตั้งงี่สุนมีความยืดหยุ่นในการปรับราคาสินค้า เพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นทันทีที่มีลูกค้าถือเมล์หรือโปรชัวร์ของคู่แข่งเข้ามาในร้านแล้วบอกว่า คู่แข่งตั้งราคาสินค้าตัวไหนถูกกว่าที่ตั้งงี่สุนละก้อ สิ่งที่ซ้อเฮียงทำก็คือ เอาใบสั่งซื้อมาดูว่าต้นทุนสินค้าราคาเท่าไหร่
“ถ้าเราเห็นว่าลดราคาลงไปได้อีก เราก็ดัมพ์ราคาทันที วันหนึ่งสินค้าบางตัวเปลี่ยนราคาตั้งสี่ครั้ง เพื่อให้สินค้าของเราทุกตัวถูกกว่าเขา ซึ่งคู่แข่งทำอย่างเราไม่ได้ เราไม่รอปรึกษาใคร ตัดสินใจได้เอง” ซ้อเฮียงกล่าวถึงความได้เปรียบ
ด้วยเหตุนี้ตั้งงี่สุนจึงไม่ต้องทำเมล์เพื่อเรียกลูกค้าเข้าร้าน ด้วยลูกค้าของตั้งงี่สุนจะมาซื้อของด้วยความเชื่อมั่นว่า ของที่นี่ถูกกว่าที่อื่น และมาแล้วได้ของแน่นอน ไม่ใช่มีของอยู่ห้าลัง แต่ออกเมล์ทั่วจังหวัด
นอกจากตั้งราคาถูกแล้ว ตั้งงี่สุนยังมีการจัดรายการโปรโมชั่นเช่นเดียวกับโมเดิร์นเทรดทั่วไป ทั้งแบบที่ทางร้านจัดขึ้นเอง เพื่อระบายสต็อก และซัพพลายเออร์ขอเข้ามาจัดรายการ
“แต่ส่วนมากเป็นแบบซัพพลายเออร์จะจัดสินค้าไป แล้วเราให้พื้นที่ ซึ่งบางทีเราก็ชาร์จ บางทีเราก็ไม่ชาร์จ ถ้าบริษัทไหนมีสต็อกมากอยากระบาย แบบนี้ เราก็ต้องชาร์จ แต่ถ้าเป็นสินค้าที่ออกตัวดี แล้วบริษัทส่งหน่วยส่งเสริมการขายเข้ามา เราก็อาจจะให้พื้นที่ฟรี เราไม่ได้ตีว่าทุกตารางเซ็นต์เป็นเงินเท่านั้นเท่านี้ แต่ถ้าบางแห่งจะเอาหัวเชลฟ์เพื่อทำรายการ ก็คงต้องเช่า”
ซ้อเฮียงกล่าวถึงกลยุทธ์ที่ตั้งงี่สุนใช้ว่า เป็นการเอาหลาย ๆ ระบบมาผสมผสานกัน ทุกอย่างที่คู่แข่ง ตั้งงี่สุนก็มี ขณะเดียวกันความได้เปรียบของตั้งงี่สุนอีกอย่างคือ ความเป็นคนท้องถิ่น ทำให้ได้รับความเชื่อถือและมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับลูกค้ามากกว่าผู้บริหารของบริษัทค้าปลีกต่างชาติ
“วัน ๆ ซ้อก็นั่งอยู่ตรงนี้ คุณเดินเข้ามาคุณก็เห็นซ้อ เวลาลูกค้ามีปัญหาอะไรก็สามารถเข้ามาถึงตัวได้เลย แล้วเราก็แก้ปัญหาให้ทันที อย่างเช่นถ้าบนชั้นไม่มีของ ลูกค้าจะเดินมาบอกว่าซ้อจะซื้ออันนี้ ไม่มี บอกเด็กเอามาให้หน่อย เขาบอกหงี่สุนสต็อกไม่เคยขาด ลูกค้าจะมีความเชื่อมั่นอย่างนั้น หรือถ้าเด็กบริการช้า เราก็เรียกเด็กให้มาขอโทษลูกค้าเดี๋ยวนั้นเลย”
ขณะเดียวกัน ตั้งงี่สุนเองก็มีการทำกิจกรรมเพื่อสร้างความใกล้ชิดกับสังคม ไม่ว่าจะเป็นการนำของใช้และยาไปมอบให้กับผู้ต้องหาในเรือนจำ หรือสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ ในช่วงวันเกิดของซ้อเฮียง ซึ่งจะมีซัพพลายเออร์ส่งของมาช่วยมากมาย การจัดโครงการแนะแนวการศึกษาให้กับนักเรียนที่จะเอ็นทรานซ์ในช่วงเดือนมกราคม รวมทั้งตัวซ้อเฮียงเองที่ช่วยเหลือสังคมด้วยการเป็นผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชน
สำหรับพนักงานที่ทำงานกับตั้งงี่สุน ซึ่งมีทั้งหมด 200 คนนั้น ซ้อเฮียงบอกว่า นอกจากจะอยู่กันอย่างลูกหลาน ดูแลสารทุกข์สุกดิบ ยามป่วยใคร่อย่างดีแล้ว ยังมีการแจกของให้พนักงานและจัดเลี้ยงปีละ 2 ครั้งด้วย ทำให้ตั้งงี่สุนสามารถมัดใจพนักงานไว้ได้ แม้บางคนจะถูกคู่แข่งซื้อตัว
“ที่สำคัญเรามีการฝึกพนักงานให้มีความรู้สึกเป็นเจ้าของร้าน และทุกคนสามารถทำหน้าที่ทดแทนกันได้หมด งานทุกอย่างในร้านจึงเดินไปได้ไม่มีติดขัด”

ลดค่าใช้จ่าย คืนกำไรให้ลูกค้า
ซ้อเฮียงกล่าวว่า อีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้ตั้งงี่สุนตั้งราคาสินค้าได้ต่ำ ก็เนื่องมาจากนโยบายประหยัดค่าใช้จ่ายทุกอย่าง เพื่อทำให้ต้นทุนการบริหารในร้านต่ำที่สุด
“เราไม่ต้องจ้างผู้บริหารเงินดือนแพง ๆ อย่างบริษัทค้าปลีกต่างชาติ เพราะของเราเป็นการบริหารงานภายในครอบครัว มีซ้อ สามีและลูกชายอีกคนหนึ่งช่วยกันดูแลตัดสินใจทุกอย่าง”ซ้อเฮียงยกตัวอย่างอันแรกที่ทำให้ตั้งงี่สุนประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เป็นจำนวนมาก
นอกจากจะไม่มีค่าจ้างผู้บริหารระดับสูงแล้ว ตั้งงี่สุนยังสามารถประหยัดค่าจ้างพนักงานลงไปได้กว่าครึ่ง เพราะจากพนักงานทั้งหมดที่มีอยู่ในร้าน 200 คน เป็นพนักงานของตั้งงี่สุนเองเพียง 80 คน ส่วนอีกประมาณ 120 คน เป็นพีซีของซัพพลายเออร์ที่ส่งมาประจำที่ร้าน เพื่อดูแลการขาย การรับและจัดเรียงสินค้า การเบิกสินค้าให้ลูกค้าขายส่ง เช็คของเสียคืนบริษัท และเมื่อเซลส์เข้ามาขายก็ต้องมีสต็อกให้กับเซลส์
“โครงสร้างการบริหารของเราก็จะเป็นแบบง่าย ๆ พนักงานหน้าร้านทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับผู้บริหารซึ่งก็คือซ้อ สามี และลูกชาย โดยเราไม่ต้องมีผู้จัดการฟลอร์ ไม่มีเมอร์ชั่นไดซิ่งแมเนเจอร์ บายเออร์ก็ไม่มี ขณะที่ห้างใหญ่ ๆ จะมีบายเออร์ของแห้ง บายเออร์ของสด แต่ที่นี่ มีซ้อทำคนเดียว สั่งซื้อคนเดียว ตอนนี้กำลังถ่ายงานให้ลูกชาย เราเซฟคอร์สพวกนี้เอามาขายของถูกให้ประชาชน”
อย่างไรก็ดี ซ้อเฮียงบอกว่า แม้จะมีพนักงานประจำไม่มากนัก แต่ตั้งงี่สุนก็มีการแบ่งเป็นแผนกโกดัง แผนกขายส่ง ซึ่งจะรับออเดอร์ลูกค้าที่มีลิสต์มา รวมทั้งมีแผนกบัญชีที่สมบูรณ์แบบ โดยทุกอย่างทำงานเป็นขั้นตอนและมีคอมพิวเตอร์ช่วยทำงาน เช่น การตัดสต็อกสินค้าอัตโนมัติด้วยคอมพิวเตอร์จากจุดจ่ายเงิน ซึ่งมีทั้งหมด 21 ช่องแล้ว นอกเหนือจากการให้พนักงานและพีซีช่วยคุมและเช็คสต็อกด้วยอีกต่อหนึ่ง
หรืออย่างการจัดซื้อสินค้ากว่าแสนเอสเคยูที่อยู่ในร้านนั้น ซ้อเฮียงบอกง่าย ๆ ว่า ส่วนใหญ่เธอจะเซ็นต์คำสั่งซื้อตามที่เซลส์ทำใบเสนอมาให้ หลังจากพิจารณาดูแล้วว่า ทุกอย่างถูกต้อง เพราะกว่าที่ทุกอย่างจะมาถึงมือเธอนั้น ทั้งเซลส์ พีซี และฝ่ายบัญชีได้กลั่นกรองมาแล้ว
“เวลาเซลส์จะมาเทคออเดอร์ที่ร้าน เขาจะยังไม่เจอซ้อ เขาต้องเจอพีซีหรือพนักงานขายก่อน เพื่อที่จะได้รู้ว่าสต็อกเหลือเท่าไหร่ ราคาขายที่หน้าร้านผิดพลาดหรือไม่ เสร็จแล้วเซลส์ก็ต้องเอาข้อมูลพวกนี้กลับไปทำการบ้านที่โรงแรม วันรุ่งขึ้นค่อยเอาแพลนมาเสนอว่าสินค้าเหลือเท่านี้ ราคาส่งตอนนี้เป็นเท่านี้ ณ ปัจจุบันเราขายอยู่ตรงนี้ แล้วราคาหน้าตั๋วบริษัทกำหนดราคาขายเท่าไหร่ ซ้อก็จะดูใบพีโอ หรือใบสั่งซื้อ โดยเราก็จะใช้เอกสารที่เขาเสนอมาเป็นที่ตั้ง ดูว่าสต็อกเหลือเท่าไหร่ ขายเท่านี้ไม่ขาดทุน ถ้าเราเห็นว่าตลาดมันขายได้ เราขายมีกำไร เราก็ซื้อเลย แต่ถ้ามีอะไรผิดปกติ ซ้อก็จะเรียกข้อมูลจากบัญชี หรือกดเครื่องดู ไม่งั้นเราทำงานไม่ทัน เพราะวัน ๆ มีเซลส์เขามาเกือบร้อยคน”
นอกจากจะประหยัดค่าบริหารงานแล้ว ซ้อเฮียงบอกว่า ตั้งงี่สุนยังประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าไฟ เริ่มตั้งแต่การไม่ติดแอร์ภายในห้าง ใช้เพียงพัดลมปรับอากาศ แต่เนื่องจากภายในร้านมีเพดานสูง อากาศจึงถ่ายเท และไม่ร้อน ส่วนตู้เย็นและแอร์ก็มีเฉพาะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น คือ แอร์สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบแลน ตู้เย็นสำหรับแช่ของสด อาหารพร้อมปรุง และเครื่องดื่ม
“เพราะแค่ค่าไฟแสงสว่างกับพัดลมเดือนหนึ่งก็เกือบแสนบาทแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าติดแอร์เราก็จะสู้ราคาเขาไม่ได้ เพราะอย่างคู่แข่งเราต้องจ่ายค่าแอร์เดือนละล้านกว่าบาท อย่างแม็คโครค่าแอร์1 เดือน เราเอามาจ่ายค่าพนักงานได้สามเดือน ค่าน้ำเขาเดือนหนึ่ง ซ้อใช้ได้ทั้งปี ค่าพนักงานเขา 1 เดือน ซ้อมาจ่ายพนักงานได้ 8 เดือน เรารู้ตัวเลขเขาหมด เขาก็รู้ตัวเลขเราเหมือนกัน นี่เป็นคำตอบว่าทำไมเราอยู่ได้”
ว่าไปแล้วความสำเร็จของตั้งงี่สุนก็ไม่เกิดจากการใช้กลยุทธ์พิศดารอะไร สำหรับซ้อเฮียงแล้ว เธอเรียกกลยุทธ์ของตั้งงี่สุนว่าเป็น “กลยุทธ์ชายทุ่”ง โดยอาศัยความพยายามและการเรียนรู้ที่จะปรับวิธีการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด เป็นส่วนผสมสำคัญเท่านั้น

ฉบับที่ 19 กันยายน 2544


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
นักล่าของเก่า วันที่ : 10/10/2008 เวลา : 11.15 น.
http://www.oknation.net/blog/sirawit

เข้ามากอ่าน ขอบคุณครับ voteให้ครับ
ความคิดเห็นที่ 1
lek2010 วันที่ : 09/10/2008 เวลา : 15.37 น.
http://www.oknation.net/blog/lek2010

ทฤษฎีม้าแกลบ''ตั้งงี่สุ่น''ยืนโต้โมเดิร์นเทรด
โดย ฐานเศรษฐกิจ วัน อาทิตย์ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2550 04:49 น.
ความสำเร็จของ ตั้งงี่สุ่น ค้าปลีก-ส่ง รายใหญ่ในอีสานตอนบน นับเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจและชวนติดตามเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพราะความยิ่งใหญ่ที่สามารถยืนหยัด ประจันหน้าเสมือนดั่งท้าทายเหล่าโมเดิร์นเทรดเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงยอดการสั่งซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์ที่สูงที่สุดในภาคอีสานและติดอันดับต้นๆของประเทศไทย

วันนี้ ฐานเศรษฐกิจ ได้สัมภาษณ์นายมิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อและการตลาด ถึง ภาพรวมทางการค้าของจังหวัดอุดรฯ การปรับตัวทางธุรกิจของตั้งงี่สุ่น กลยุทธ์ทางการตลาด ปัจจัยในการสร้างความสำเร็จ

+++ภาพรวมทางการค้าของจังหวัดอุดรฯ

ยอมรับว่า แข่งขันหนักและต้องมีการปรับตัวตลอดเวลาไม่ใช่เพื่อให้ชนะแต่ให้สามารถอยู่รอดได้ตามแนวทางของตนเอง ที่ผ่านมาผมมีทฤษฎีการค้าอย่างหนึ่งที่มักจะบอกกับทุกคนในเรื่องทฤษฎีม้าแกลบ(ม้าแคระ) ทฤษฎีตรงนี้ผมนำมาใช้เป็นแม่แบบทางการดำเนินธุรกิจของเราและเปรียบเทียบให้เห็นภาพรวมของภาวะการแข่งขันในจังหวัดได้เป็นอย่างดี ผมเปรียบง่ายๆว่าจังหวัดอุดรฯคือสนามแข่งขันม้า พวกเราก็คือม้าแกลบ สนามแข่งขันใหญ่ประมาณ 10 กิโลเมตร มีพื้นสนามเป็นลูกรังที่มีแต่ฝุ่นแดง ฝุ่นตรงนี้ผมเปรียบเทียบเป็นสินค้า เวลาที่พวกเราแข่งกันก็จะถีบฝุ่นแดงคลุ้งกระจายตามแรงที่เรามี อย่างมากเราก็แตะฝุ่นกระจายไปได้แค่ 1 กิโลเมตร ผมถามว่าในรัศมี 10 กิโลเมตรจะมีคนเห็นกี่มากน้อย แน่นอนอย่างมากก็แค่ 2-3 กิโลเมตรเท่านั้น ผมสมมุติ 400 คน พอเห็นก็อยากรู้ว่ามีอะไรก็เข้ามาดูฝุ่นแดงที่กระจายก็ติดตัวเขาไปด้วยก็เหมือนกับการซื้อของ แต่วันหนึ่งมีม้าเทศเข้ามา อย่างบิ๊กซี แม็คโคร โลตัส ท็อปส์ ม้าเทศเหล่านี้ตัวใหญ่แรงเยอะกินมาก เวลาแข่งกันก็ฝุ่นคลุ้งกระจายมากกว่า 1 กิโลเมตรแน่นอน อาจจะถึง 4-5 กิโลเมตร ผมถามว่าคนที่เห็นฝุ่นแดงจะต้องมากกว่าเดิมใช่ไหม จาก 400 ก็อาจจะเป็น 2,000-3,000 คน ที่จะเดินเข้ามาดู ตรงนี้แหละที่ทำให้กำลังซื้อ ตลาดโตกว่าเดิมหลายเท่า แล้วคุณก็สามารถหาโอกาสเติบโตไปพร้อมสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

+++นับตั้งแต่มีโมเดิร์นเทรดเข้ามาลงทุนทางตั้งงี่สุ่นมีการปรับตัวอย่างไรบ้าง

เราปรับตัวมาตลอดยิ่งการแข่งขันรุนแรงมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาวะที่เปลี่ยนแปลงแต่ยังความเป็นตั้งงี่สุ่น ผมเรียกสิ่งนี้ว่า ไลฟ์สไตล์ของงี่สุ่น โดยยึดแนวคิดคอนเซ็ปของงี่สุ่นในเรื่องความซื่อสัตย์เป็นหลักใหญ่ โดยไลฟ์สไตล์ของงี่สุ่นก็คือ

การขายเอากำไรแต่น้อย เราค้าขายไม่นิยมตั้งแบบขึ้นๆลงๆหรือที่เรียกว่าการสวิงราคา จนลูกค้าสับสน เรียกว่าเลี่ยงการทำสงครามราคาหันมาให้สิ่งอื่นกับลูกค้ามากกว่าเพราะทางโมเดิร์นเทรดชอบใช้กลยุทธ์ลดราคามาถล่ม ฉะนั้นยังมีกลยุทธ์เหลืออีก 3 อย่างคือ แลก แจก แถม เราจึงปรับใช้กลยุทธ์แถมคู่เป็นหลักคือ ซื้อ 1แถม 1 โดยการผูกติดกันเลยเช่นวันนี้เรา มีโปรโมรชั่นสบู่ 1 แพ็ก แถม กระดาษชำระ 1 ม้วนก็จะนำมาติดกัน ลูกค้าก็จะรู้สึกว่าสิ่งที่เขาได้รับมันคุ้ม ที่สำคัญอีกประการก็คือวาไรตี้ของสินค้าที่มากเรียกว่ามีหลายอย่างให้ลูกค้าเลือกซื้อได้ตามที่เขาต้องการ ที่สำคัญราคาสินค้าปลีกและส่งก็คือราคาเดียวกัน หมายความว่าถ้าคุณซื้อปลีกก็จะได้สินค้าในราคาขายส่งนี่คือไลฟ์สไตล์ของงี่สุ่น

+++ การขยายสาขาของโมเดิร์นเทรดส่งผลอะไรต่อตั้งงี่สุ่นหรือเปล่า

ส่งผลกระทบกับเรา มากเพราะทำให้เราพัฒนาตนเองมากขึ้น คือหลายคนห่วงเรื่องโมเดิร์นเทรดมากจนเกินไป แต่ผมมองต่างมุม คือเราห้ามเขาไม่ได้อยู่แล้ว แต่เราสามารถปรับตนเองได้ ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่าการเข้ามาของเขาช่วยทำให้การค้าพัฒนามากขึ้นเปรียบง่ายๆ ถ้าคุณเป็นนักเรียนที่เรียนเก่งมากแต่อยู่ห้องธรรมดา คุณก็เก่งตลอดอยู่แล้วเพราะคุณแข่งกับคนที่ด้อยกว่า วันหนึ่งครูจับให้คุณไปนั่งในห้องคิงหรือห้องเด็กเก่ง สิ่งที่คุณยอมรับก็คือ ผลการเรียนจากที่เดยได้ที่ 1 ก็ต้องตกลงมา ประเด็นคือคุณจะทำอย่างไร ขอกลับไปอยู่ห้องเก่า หรือ ปรับตนเองตั้งใจเรียนให้ดีขึ้น วงการค้าปลีก-ส่งก็เหมือนกัน ที่ผ่านมาคุณก็แข่งกันเฉพาะในจังหวัดเท่านั้นผลัดกันรุกผลัดกันรับ ก็ไม่ได้เกิดการพัฒนาทางการค้า แต่พอมีคู่แข่งที่เก่งกว่าเข้ามาก็ต้องมีการปรับตัว ผมอยากให้มองว่าการแข่งขันนำไปสู่การพัฒนา ยิ่งคู่แข่งคุณเก่ง คุณก็จะเก่ง แต่ถ้าคู่แข่งคุณด้อยกว่า ยิ่งแข่งขันคุณก็ยิ่งด้อยตามไปด้วย งี่สุ่นเลือกที่จะแข่งขันกับคนที่เก่งเพื่อที่เราจะได้พัฒนาตนเองตามเขา

+++ตรงนี้คุณมิลินทร์ต้องการที่จะแนะนำอะไรในเรื่องการปรับตัวให้กับโชห่วยใช่หรือเปล่า

ผมไม่อยากให้พวกเราต้องไปกลัวเขาก่อน เพราะการเข้ามามีทั้งบวกและลบ ส่วนใหญ่จะมองว่าเป็นวิกฤต แต่คุณต้องไม่ลืมว่าทุกวิกฤตมักจะมีโอกาสขึ้นอยู่กับเรา แต่บ่อยครั้งที่เรากลัวไปเสียก่อนจนทำอะไรไม่ถูกสิ่งแรกจึงควรที่จะตั้งสติดีๆ อย่าเพิ่งตกใจ ค้นหาข้อดีของเราให้พบก่อน ค่อยๆพัฒนา จุดแข็งของเราอย่าไปเลียนแบบเขาเด็ดขาด เขาชวนทำสงครามราคาคุณก็อย่าไปรบกับเขาในสิ่งที่เราเสียเปรียบ คุณเป็นคนในพื้นที่สามารถหาสินค้าหรือทรัพยากรต่างๆ นำมาใช้ในการปรับตัว เพียงแต่คุณต้องขยันมากกว่าเดิมในการหาข้อมูล ในเรื่องราคาสินค้า จุดสำคัญบางครั้งไม่ได้อยู่ที่ราคาถูกแต่อยู่ที่การตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากกว่า อาจจะยากหรือเป็นไปไม่ได้ถ้าคุณคิดที่จะรบกับเขาเพื่อที่จะชนะอย่างเด็ดขาด แต่คุณสามารถปรับตัวให้อยู่รอดได้ท่ามกลางการแข่งขัน สิ่งสำคัญคุณต้องค้นหาตนเองให้เจอพัฒนาไลฟ์สไตล์ของตนเองให้ได้ ผมเชื่อว่าทุกค่ายต่างก็มีไลฟ์สไตล์ของตนเองไม่อย่างนั้นบิ๊กซี ก็ไม่ต่างกับท็อปส์ หรือ โลตัส เปรียบง่ายๆ ทุกค่ายคือผู้หญิง แต่จะสวยกันคนละแบบ ต่างสไตล์ ร้านโชห่วยก็เหมือนกัน

++ความสำเร็จของงี่สุ่นส่วนหนึ่งเกิดจากการแข่งขันโมเดิร์นเทรด แต่คงไม่ใช่ทั้งหมดอย่างแน่นอน ตรงนี้มีปัจจัยอะไรบ้าง

สำคัญมากในเรื่องการแสวงหาความร่วมมือกับภายนอก ตรงนี้เป็นสิ่งทีสำคัญมากเป็นปัจจัยส่งเสริมให้การปรับตัวกลยุทธ์เราประสบความสำเร็จ เรานิยมใช้กลยุทธ์การแถม แต่การแถมของเราไม่ได้จำกัดแค่ซื้อสินค้าจากค่ายนี้แล้วต้องได้สินค้าจากค่าย เราเอาความต้องการผู้บริโภคเป็นเกณฑ์ คุณจะเห็นสินค้าที่เราจัดรายการอยู่คนละค่ายแต่นำมาเป็นของแถมให้สินค้าตัวหลักเป็นประจำตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของผลสะท้อนในเรื่องการแสวงหาความร่วมมือจากภายนอก ไม่เพียงเท่านี้ในการบริหารงานของผมก็ไม่เคยมองเซลล์แมนว่าเขาเป็นแค่พนักงานขาย แต่ผมมองว่าเขาคือที่ปรึกษาทางการค้าของเรา เขารู้ทุกอย่างในพื้นที่ดีและอาจจะดีกว่าฝ่ายการตลาดด้วยซ้ำ ที่ผมมาถึงทุกวันนี้ได้ก็เพราะเหล่าที่ปรึกษาทางการค้าที่ช่วยเหลือในหลายๆด้าน

++++สำหรับกลยุทธ์การตลาดนอกจาก การแถมเป็นคู่ที่นำมาใช้ในวันนี้มีอะไรอื่นๆอีก

ที่เห็นผลในขณะนี้ก็คือ Be low the line In store คุณทุ่มงบโฆษณาไปเถอะกับช่องทางการตลาดอื่นๆ แต่ถ้าไม่มาพัฒนาในช่องทางตรงนี้แล้วคุณคิดว่าจะขายสินค้าได้หรือเปล่า วันนี้การแข่งขันในตลาดคอนซูเมอร์เป็นไปอย่างดุเดือด สินค้าบางตัวทุ่มงบโฆษณากันมหาศาลแต่ยอดขายที่นี่กลับไม่ดี ส่วนบางตัวแทบจะไม่ได้โฆษณาทางทีวี แต่ที่นี่ขายดี คุณก็คิดูแล้วกันเพราะอะไร สำเร็จหรือไม่ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ผมเพราะตั้งงี่สุ่นคือเวทีของพวกคุณที่จะมาประชันกัน ผมยึดนโยบายอย่างหนึ่งที่ว่า ตั้งงี่สุ่นจะทำทุกอย่างกับทุกบริษัทที่ต้องการจะพัฒนาร่วมไปกับเรา

++สำหรับวัฒนธรรมองค์กรเป็นปัจจัยสนับสนุนในการปรับตัวของตั้งงี่สุ่นจนประสบความสำเร็จใช่หรือเปล่า

ความสำเร็จของเกิดจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก สำหรับปัจจัยภายในเบื้องต้นก็เป็นเรื่องของวิสัยทัศน์ผู้บริหารของเรา วัฒนธรรมองค์กรแบบครอบครัวที่เน้นความจริงใจ ส่วนปัจจัยภายนอกก็คือบริษัทซัพพลายเออร์ การแข่งขันอย่างหนักกับโมเดิร์นเทรด ตรงนี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรามีวันนี้ ส่วนอื่นผมได้พูดไปแล้วก็เหลือแต่ประเด็นเรื่องวัฒนธรรมองค์กรของงี่สุ่นที่เป็นแบบครอบครัว ทุกคนคือคนในครอบครัวของเรา ถ้าใครเดือดร้อนผมก็จะช่วยเหลือ สำหรับเซลล์แมนที่หลายคนมองว่าเขาเป็นแค่เฟืองเล็กๆ แม้แต่ซัพพลายเออร์เอง แต่สำหรับผมมองว่าเขาเป็นตัวจักรสำคัญ ความสัมพันธ์เขากับผมจึงไม่ใช่แค่เพียงคู่ค้า แต่เป็นเพื่อนเป็นที่ปรึกษา ด้วยวัฒนธรรมที่เรียบง่ายแบบครอบครัว ทำให้พวกเขาก็เหมือนพี่เหมือนน้องของเรา
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน