วันจันทร์ ที่ 13 ตุลาคม 2551
การท่องเที่ยวไทยพัง !
Posted by
lek2010
,
ผู้อ่าน : 78
, 17:10:50 น.
| หมวดหมู่ :
อุตสาหกรรมท่องเที่ยว
พิมพ์หน้านี้
 ทัวร์โฮลเซลบีบคืนห้อง-ลดราคา
| ท่องเที่ยวปีหน้าสาหัส ทัวร์โฮลเซลยุโรป ร่อนอี-เมล์ ทยอยเจรจาต่อรองโรงแรมใหญ่ในไทย ขอทบทวนสัญญาการจองห้องพักล่วงหน้าใหม่หมด ยื่นเงื่อนไขคืนห้องพักและบีบให้ลดราคา โชว์ยอดจองทัวร์เที่ยวไทยพ.ย.51- ต.ค.52 ส่งสัญญาณหดตัวแล้ว 15-20% ขณะที่ธุรกิจในสนามบินสุวรรณภูมิยอดขายหดถ้วนหน้า -สายป่านสั้นมีหวังต้องปิดกิจการ
นายชนินทธ์ โทณวณิก กรรมการบริหารดุสิตอินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า การท่องเที่ยวของไทยในปีหน้า โดยเฉพาะหลังจากวันที่ 15 -21 มกราคม 2552 ไปแล้ว จะน่าเป็นห่วงมาก เพราะยอดการจองใหม่มีน้อยมาก จุดหลักเป็นเพราะผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจที่ลุกลามไปทั่วโลก ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาที่หนักสุดในรอบ 80 ปี ประกอบกับความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นในไทย จะส่งผลให้ประเทศไทยเจ็บหนักกว่าประเทศอื่น
โดยปัจจัยที่จะส่งผลกระทบอย่างหนักในปีหน้าคือการชะลอกำลังซื้อของนักท่องเที่ยว การปิดกิจการลงของเอเยนต์ต่างประเทศที่เริ่มมีแล้ว และหลายเอเยนต์ก็เริ่มเข้ามาต่อรองเจรจาปรับสัญญาการใช้จำนวนห้องพักใหม่และขอให้ธุรกิจลดราคาเพื่อนำไปจัดแพ็กเกจกระตุ้นกำลังซื้อนักท่องเที่ยวบ้างแล้ว แต่ยังไม่มากนัก
"ท่ามกลางสภาวะดังกล่าวทุกประเทศต่างเตรียมแผนรับมือสำหรับผลกระทบที่ตามมา แต่การเมืองในไทยยังทะเลาะกันอยู่ไม่เลิก ภาครัฐบาลก็ทำงานไม่เต็มที่-ข้าราชการก็ไม่กล้าเสนอ คนดีก็ไม่กล้าอาสามาทำงาน เพราะตราบใดที่ทุกฝ่ายยังทะเลาะกันอยู่แบบนี้ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยก็จะได้รับผลกระทบเต็มๆ"
ทั้งนี้แหล่งข่าวระดับสูงจากผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมในระดับ 5 ดาวเปิดเผยว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ได้รับผลกระทบ 2 เด้ง ทั้งความวุ่นวายทางการเมือง และการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก จากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ทำให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทยค่อนข้างเสียเปรียบในการต่อรองการดำเนินธุรกิจกับต่างประเทศมาก
เนื่องจากในขณะนี้ทางกลุ่มโรงแรมขนาดใหญ่หลายแห่ง ได้เริ่มทยอยรับแจ้งอี-เมล์จากเอเยนต์ระดับโฮลเซลในยุโรป อาทิบริษัทโฮลเซลรายใหญ่ของอังกฤษ ,โฮลเซลจากเยอรมนี ในการนัดหมายเข้าพบ เพื่อขอดำเนินการ Renegotiate(ทบทวนเงื่อนไขสัญญาเดิม)ของสัญญาการจองห้องพักที่มีก่อนหน้านี้ใหม่ทั้งหมด
โดยบริษัทโฮลเซลเหล่านี้ ได้นำเสนอข้อมูลการจองทัวร์ของลูกค้าจากตลาดยุโรปแก่กลุ่มธุรกิจโรงแรมไทยรับทราบว่าจากวิกฤติเศรษฐกิจในขณะนี้ ทำให้นักท่องเที่ยวมียอดจองทัวร์ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2551-ตุลาคม 2552 เฉลี่ยแล้วลดลงกว่า 15-20% เนื่องจากลูกค้ามีกำลังซื้อที่ลดลง ทำให้เลือกเดินทางเที่ยวระยะใกล้แทนประเทศระยะไกลอย่างไทย หรือหากจะมาเที่ยวระยะไกลก็จะเลือกไปประเทศอื่นแทน ซึ่งในขณะนี้บาหลีกำลังกลับมาบูมมากในตลาดยุโรป
ดังนั้นเมื่อเหตุการณ์เปลี่ยนไป ทางบริษัทโฮลเซลต่างชาติที่เคยจองห้องพักล่วงหน้าไว้ก็ต้องปรับลดจำนวนห้องพักที่กันไว้ลงเพื่อให้สอดคล้องกับการชะลอตัวของการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้น ทั้งยังได้ต่อรองให้ธุรกิจโรงแรมไทยลดราคาลงอีก 10% เพื่อเอเยนต์จะได้นำไปจัดแพ็กเกจราคาพิเศษ กระตุ้นกำลังซื้อ แต่โรงแรมต่างๆ จะยอมลดราคาให้เอเยนต์หรือไม่ ก็คงต้องดูด้วยว่าหากให้ไปแล้วจะนำไปจัดทำแพ็กเกจราคาพิเศษเข้าถึงลูกค้าจริงหรือไม่ หรือหวังผลต่อการลดค่าใช้จ่ายของโฮลเซล
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า วิกฤติที่รุมเร้าการท่องเที่ยวไทยอยู่ในขณะนี้ ทำให้การทำงานปีนี้ต่อเนื่องไปถึงปีหน้า ยากลำบากมาก เพราะในช่วงไฮซีซันที่เหลือปีนี้เพียง 3 เดือน โรงแรมเพิ่งมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 60-70% ซึ่งเพิ่งจะกระเตื้องขึ้นมาบ้างหลังการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งๆที่ปกติในช่วงนี้โรงแรมต่างๆ จะปิดการขายไปแล้วขณะที่ยอดจองใหม่ในปีหน้าก็ชะลอลงมาก หลายกรุ๊ปยังไม่ตกลงเซ็นสัญญา เพราะไม่แน่ใจต่อวิกฤติการเงินขณะที่กลุ่มนักธุรกิจ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเดินทางมาประชุมในไทยก็ได้ เพราะสามารถประชุมในลักษณะเทเลคอนเฟอร์เรนซ์ (teleconference ) ก็ได้ โรงแรมที่รองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มไมซ์ข้ามชาติก็จะกระทบมาก
ด้านนายอัศวิน อิงคะกุล ประธานกรรมการมิราเคิล กรุ๊ป กล่าวว่าการชะลอตัวของการท่องเที่ยวไทย ส่งผลกระทบอย่างมากต่อผู้ประกอบการขายสินค้าที่มีลูกค้าเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยว เห็นได้ชัดจากธุรกิจในสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมิราเคิล กรุ๊ป เปิดให้บริการเดย์รูมอยู่ 100 ห้อง ให้บริการห้องรับรองพิเศษสำหรับลูกค้าสายการบินต่างๆ การบริการสแน็กบาร์ มินิมาร์ท เฉลี่ยยอดขายตกไปแล้ว 20-30% ซึ่งร้านค้าต่างๆ ที่ขายสินค้าอยู่ในสนามบินต่างก็ประสบปัญหาเดียวกัน รายที่สายป่านสั้นปิดกิจการไปก็มี
"หากยังแก้ปัญหาความขัดแย้งทั้งสองฝ่ายไม่ได้ไทยจะเหมือนปากีสถาน ไม่ว่าใครจะขึ้นมาก็จะตีกันอีก เพราะประชาชนแยกออกเป็นสองฝ่าย และรัฐบาลจะทำอะไรก็เสียเปรียบโดยเฉพาะหากใช้ความรุนแรง ก็ยังไม่รู้จะจบอย่างไร ธุรกิจสายป่านยาวก็ยังประคองตัวพอให้อยู่รอดได้ ส่วนสายป่านสั้นก็ต้องปิดกิจการ และธุรกิจที่ลงทุนสร้างโรงแรมที่เช่าที่ดินจะมีปัญหามากจากธนาคารไม่ปล่อยกู้"
ด้านนายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือสทท.เปิดเผยว่า สทท.ได้ออกแถลงการณ์ขอให้ภาครัฐที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศให้ทำหน้าที่เสมือนเป็นผู้สื่อข่าวไทยทำความเข้าใจกับรัฐบาลและสื่อมวลชนในต่างประเทศแบบวันต่อวัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นเป็นการให้ข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นความจริง ป้องกันการให้ข่าวที่คลาดเคลื่อนและสร้างความตื่นตระหนกต่อนักท่องเที่ยว
เนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว และในส่วนของการบริหารจัดการภายในประเทศ สทท.ได้วิงวอนให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขสถานการณ์อย่างสันติวิธี โดยคำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศชาติเป็นสำคัญ
|
|