• lek2010
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lek2010@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-10
  • จำนวนเรื่อง : 17
  • จำนวนผู้ชม : 1568
  • จำนวนผู้โหวต : 8
  • ส่ง msg :
<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



วันพุธ ที่ 15 ตุลาคม 2551
บั้งไฟพญานาคช่วยกู้เศรษฐกิจอีสาน
Posted by lek2010 , ผู้อ่าน : 121 , 06:24:37 น.   | หมวดหมู่ : อุตสาหกรรมท่องเที่ยว  
พิมพ์หน้านี้



เทศกาลออกพรรษา บั้งไฟพญานาค จังหวัดหนองคาย
วันที่ 10 - 16 ตุลาคม 2551
บริเวณลำน้ำโขงในอำเภอโพนพิสัย และอำเภอใกล้เคียง จังหวัดหนองคาย

กิจกรรม
ชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ที่จะเริ่มปรากฏให้เห็นตั้งแต่เวลาหลังพระอาทิตย์ตกดินจนถึงเวลาประมาณ 23 นาฬิกา มีลักษณะเป็นดวงไฟขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือไปจนถึงขนาดเท่าไข่ห่านหรือผลส้ม มีสีแดงอมชมพูออกสีบานเย็นหรือสีแดงทับทิม ไม่มีควัน ไม่มีเขม่า ไม่มีเปลว ไม่มีเสียง ไม่มีกลิ่น จะเริ่มปรากฏจากเหนือผิวน้ำ ตั้งแต่ระดับ 1-30 เมตร และจะพุ่งขึ้นไปสูงประมาณระดับ 50-150 เมตร เป็นเวลาประมาณ 5-10 วินาที แล้วก็จะดับหายวับไปในอากาศทั้งๆ ที่ดวงไฟยังโตอยู่ มิได้หรี่ลงแล้วค่อยๆ ดับ และไม่มีลักษณะโค้งตกลงมาเหมือนดอกไม้ไฟ และชมพิธีบวงสรวงเทวาพญานาค ประกวดลอยเรือไฟบูชาพญานาค การแสดงแสงเสียง "เปิดตำนานบั้งไฟพญานาค" ทำบุญตักบาตรเทโวโรหนะ การแข่งขันเรือยาวออกพรรษาชิงถ้วยพระราชทานฯ การจัดงานถนนสายอาหาร
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 13 ตุลาคม 2551 14:13 น.
 
       หนองคาย - นักท่องเที่ยวเริ่มเข้าพื้นที่หนองคาย รอชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคในวันพรุ่งนี้ ช่วงรอใช้เวลาว่างข้ามไปเที่ยวที่เวียงจันทน์
       
       บรรยากาศของงานเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค ของจังหวัดหนองคาย ในวันนี้ (13 ต.ค.51) ซึ่งเป็นที่ 3 ของงาน นับจากเริ่มเปิดงานอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยเริ่มมีนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัดทยอยเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดหนองคายเพื่อรอชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในพลบค่ำวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ตรงกับวันอังคารที่ 14 ต.ค.ที่จะถึงนี้
       
       นักท่องเที่ยวได้ใช้เวลาว่างก่อนจะได้ชมบั้งไฟพญานาคด้วยการท่องเที่ยวทั้งในสถานที่ต่างๆ ของจังหวัดหนองคายและรวมถึงการเดินทางข้ามไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ก็มีนักท่องเที่ยวทั้งชายและหญิง ชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากหลั่งไหลเดินทางไปเที่ยวนครหลวงเวียงจันทน์อย่างไม่ขาดสาย ทำให้บริเวณด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว คึกคักไปด้วยผู้คน และบริษัททัวร์ต่างๆ
       
       เจ้าหน้าที่ประจำสะพานฯ ต้องเพิ่มการให้บริการ ทั้งด่านตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย ด่านศุลกากรหนองคาย เจ้าหน้าที่ชุดสนธิกำลังสกัดกั้นยาเสพติดจังหวัดหนองคาย เข้มงวดตรวจสอบบุคคล ยานพาหนะที่เข้าออกประเทศในช่วงเวลานี้
       
       แม้จะทำการเข้มงวดกวดขันแต่พยายามไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด ซึ่งคาดว่าตลอดทั้งสัปดาห์นี้จะมีนักท่องเที่ยวข้ามไปยังประเทศลาวหลายพันคน

15 ค่ำ เดือน 11 : พญานาคพ่นเม็ดเงินสู่อีสาน

โดย ผู้จัดการออนไลน์
26 ตุลาคม 2547


พญานาค สัตว์ในตำนานที่ได้รับการกล่าวขานเรื่องความศรัทธาในพระพุทธศาสนา มีหลายเรื่องราวที่กล่าวถึงความเกี่ยวพันระหว่างพญานาคและศาสนาพุทธ รวมไปถึงตำนานประเพณีต่าง ๆ ของคนแถบลุ่มแม่น้ำโขงที่เกี่ยวข้องกับพญานาค เพราะพญานาค หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ทางการเกษตรและความเป็นอยู่ของมนุษย์

ไม่เท่านั้น พญานาค ยังเกี่ยวพันกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11
ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงวันออกพรรษาธรรมดาๆ แต่คือวันสำคัญที่มีทั้งปรากฏการณ์ประหลาดเป็นที่กล่าวขาน รวมถึงงานประเพณีโบราณที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ซึ่งกลายมาเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยว นำมาซึ่งเม็ดเงินหลายล้านบาท กระจายสู่ชาวบ้านร้านถิ่นในแถบภาคอีสานกันอย่างทั่วถึงอีกด้วย

"บั้งไฟพญานาค" ปรากฏการณ์ที่ต้องพิสูจน์กับตา
เมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ประชาชนเรือนแสนจากทั่วทุกสารทิศทั้งคนไทยและต่างชาติ ต่างมุ่งหน้าสู่จุดหมายเดียวกัน นั่นคือ การรอชม "บั้งไฟพญานาค" ที่ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย และอีกหลายอำเภอที่มีพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขง เพื่อรอชมลูกไฟสีแดงอมชมพูที่พุ่งขึ้นจากแม่น้ำโขง มีขนาดตั้งแต่หัวแม่มือถึงฟองไข่ไก่ ไม่มีกลิ่น ไม่มีควัน ไม่มีเสียง ไม่มีการตกลงมา ซึ่งแต่ก่อนตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายายเมื่อร้อยกว่าปี ชาวหนองคายเรียกว่า "บั้งไฟผี"ส่วนชาวเวียงจันทน์ สปป.ลาว เรียก "ดอกไม้ไฟน้ำ"

ความอัศจรรย์แห่งการเกิด "บั้งไฟพญานาค" สร้างความมหัศจรรย์ให้กับประชาชนทั้ง 2 ฝั่ง ไทย - ลาว ซึ่งมีความเชื่อและศรัทธาเหมือนกัน และยังสร้างความสงสัยให้เกิดขึ้นในสังคมเป็นวงกว้าง


"บั้งไฟพญานาค"ลูกไฟปริศนาที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ ซึ่งในทุกคืนวันออกพรรษาของทุกปี จะมีคนเดินทางไปรอชมปรากฏการณ์นี่ริมฝั่งโขงอย่างคับคั่ง


เมื่อยิ่งสงสัย ก็ยิ่งอยากจะไปดูและพิสูจน์ให้เห็นกับตา .....
ณ วันนี้ เรื่องราวของ การเกิด "บั้งไฟพญานาค" ยังคงเป็นปริศนา ที่ยังไม่มีสิ่งใดชี้ชัดว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 นั้นเกิดขึ้นจากสิ่งใด แม้จะมีความเชื่อที่แตกต่างของผู้คนในสังคม ไม่ว่าจะเป็น ชาวบ้านในท้องถิ่นเชื่อว่าเป็นเป็นบั้งไฟที่พญานาคจุดขึ้นมา เพื่อเป็นพุทธบูชาต่อพระพุทธเจ้า เนื่องในเทศกาลออกพรรษา หรือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติเป็นผู้บรรจงสรรค์สร้างขึ้น! หรืออาจจะเกิดจากน้ำมือของมนุษย์เป็นผู้ปั้นแต่งขึ้นหลอกลวงมนุษย์ด้วยกันเอง!?
ซึ่งนั่นคงไม่ใช่สิ่งสำคัญในการที่จะคุ้ยหาคำตอบ เพราะความคิด ความเชื่อ และศรัทธา ของผู้คนย่อมแตกต่างกัน แต่อีกมุมหนึ่งที่เกิดขึ้นและทุกคนทุกพื้นที่ต่างคิดเห็นและยอมรับเหมือนกัน นั่นก็คือ อานิสงส์ของพญานาคได้สร้างเม็ดเงินรายได้ให้กับชาวหนองคาย และชาวอีสานอีกหลายจังหวัดกันอย่างถ้วนทั่ว อันเกิดจาก "ปรากฏการณ์ของมหาชน" ที่แห่ไปชม "ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค"

 

ตั้งแต่โรงแรมหรูถึงโฮมสเตย์ยันศาลาวัด เป็นที่นอนได้หมด
ว่ากันว่าปีนี้น่าจะมีคนมาชมบั้งไฟพญานาคที่จังหวัดหนองคายมากถึง 300,000-500,000 คน หรืออาจจะมีถึง 700,000 คน เพราะปีนี้มีเดือน 8 สองหน ทำให้วันออกพรรษาของไทย กับวันออกพรรษาของลาวไม่ตรงกัน จึงมีโอกาสเกิดบั้งไฟพญานาคขึ้นให้เห็นถึง 2 วัน คือวันที่ 28 และ 29 ต.ค. ซึ่งจำนวนคนน่าจะมีมาก พอๆ กับปี 2545 เพราะปีนั้นมีกระแสของภาพยนตร์เรื่อง 15 ค่ำ เดือน 11 และกระแสการนำเสนอข่าวของโทรทัศน์ช่องหนึ่งเกี่ยวกับการเกิดบั้งไฟพญานาค โหมกระหน่ำให้คนเดินทางไปดูกันอย่างเนืองแน่น

กลุ่มธุรกิจที่ให้บริการที่พักคือกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์เรื่องเม็ดเงินแบบเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็น รีสอร์ท เกสต์เฮ้าส์ บังกะโล ถูกจองที่พักกันข้ามปี ทั้งยังมีการเปิดศาลากลางจังหวัด และที่ว่าการอำเภอแต่ละแห่ง จนถึง อบต.โรงเรียน ศาลาวัด ให้นักท่องเที่ยวสามารถกางเต้นท์นอนได้ กระนั้นที่พักก็ยังไม่เพียงพอกับจำนวนนักท่องเที่ยว ส่งผลให้เกิดที่พักแบบโฮมสเตย์ไว้รองรับนักท่องเที่ยวอีก 26 หมู่บ้าน ซึ่งล้วนแต่เป็นหมู่บ้านริมแม่น้ำโขง ที่สามารถชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคได้

บุญจันทร์ คำมุงคุณ ผู้ใหญ่บ้านและประธานโฮมสเตย์ บ้านน้ำเป กิ่งอ.รัตนภูมิ จุดที่มีบั้งไฟพญานาคแห่งหนึ่ง กล่าวว่าโฮมสเตย์บ้านน้ำเปได้เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มาชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคโดยเฉพาะ เริ่มแรกมีบ้านที่เข้าร่วมโครงการเพียง 20 หลังคาเรือน แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นมาเป็น 60 กว่าหลังคาเรือน ซึ่งบ้านแต่ละหลังมีจำนวนผู้เข้าพักตั้งแต่ 10 - 25 คน โดยจะดูความสามารถในการรองรับว่าบ้านแต่ละหลังรับกันได้กี่คน โดยไม่มีปัญหาเรื่องห้องน้ำและเครื่องนอน


แม่น้ำโขงบริเวณที่เกิดบั้งไฟพญานาค เมื่อยามนิ่งสงบก็ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ

"ปีที่แล้วที่บ้านน้ำเป มีลูกไฟ 150 ลูก มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในหมู่บ้าน 50,000 กว่าคน ปีนี้คิดว่าน่าจะมีเพิ่มขึ้นเป็น 70,000 กว่าคนหรือมากกว่านั้น ซึ่งตอนนี้มีนักท่องเที่ยวแจ้งจำนวนมาพัก 1,053 คนแล้ว เราคิดค่าที่พัก 150 บาท ต่อคนต่อคืน ถ้ารวมค่าอาหารด้วยก็คิด 250 บาท เพียงแค่ 2-3 วันทำให้ชาวบ้านมีรายได้ครัวเรือนละไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท จริงๆแล้วอาชีพหลักของชาวบ้านคือทำนาซึ่งก็ทำได้ปีละครั้ง รายได้ก็ไม่มาก แต่จากที่มีงานเทศกาลบั้งไฟ ก็ทำให้ชาวบ้านรายได้ของชาวบ้านดีขึ้น เรากำลังคิดไว้ว่าปีต่อๆไป อาจจะเพิ่มกิจกรรมอย่างเช่นการแสดงดนตรีพื้นบ้านให้นักท่องเที่ยวได้ชมด้วย"

"ชาวบ้านก็เชื่อว่าเป็นบั้งไฟของพญานาคจริงๆ เพราะเห็นกันมาแต่โบราณ ส่วนนักท่องเที่ยวก็มีความเชื่อแตกต่างกันออกไป ส่วนใหญ่ก็บอกว่าเป็นพญานาค บางส่วนก็บอกเป็นกลุ่มแก๊ส ก็อยากให้มาดูให้เห็นกับตากันก่อนแล้วค่อยวิพากษ์วิจารณ์" บุญจันทร์ กล่าว

จราจรไม่ติดขัด แม่ค้ากับติดใจ
ไม่ใช่เพียงรายได้จากโฮมสเตย์เท่านั้น เพราะชาวบ้านยังมีรายได้จากการขายสินค้าพื้นเมืองและขายอาหารให้แก่นักท่องเที่ยว คาดกันว่าแต่ละหมู่บ้านโฮมสเตย์จะมีคนเข้าพักในจำนวนหลายร้อยคน และว่ากันว่ามีพ่อค้าแม่ค้าจากต่างถิ่น ลงทุนมาเช่าพื้นที่ในหมู่บ้านหรือสถานที่ที่มีคนมากๆ เพื่อขายของ ขายอาหาร ในงานนี้โดยเฉพาะ

คงยังจำกันได้ว่าเมื่อปี 2545 ที่เกิดวิกฤตการจราจร มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากติดอยู่บนรถนานหลายชั่วโมง ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวลดลงในปี 2546 เพราะเข็ดขยาดกับการเดินทาง ทั้งๆ ที่ทางจังหวัดได้จัดการเส้นทางจราจรเป็นอย่างดี

จุมพล สายแวว นายช่างไฟฟ้าสื่อสาร 5 ซึ่งเคยรับผิดชอบในการนำเสนอข่าวให้กับวิทยุและหน่วยงานกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า "ปีที่แล้วมีการวางแผนค่อนข้างดี ทำให้การจราจรไม่มีปัญหา แต่หลังจากที่รถสามารถเดินทางได้สะดวก ก็ปรากฏว่าพ่อค้าแม่ค้ามาบ่นว่า น่าจะให้มีรถติดบ้าง เพื่อที่จะขายของได้ พอรถไม่ติดก็ขายของไม่ค่อยได้ ก็เป็นซะอย่างนั้น ส่วนของการจราจรก็เลยวางแผนกันแนวใหม่ ให้มีจุดที่รถจะค่อยๆ เคลื่อนตัวได้ มีการสกัดเป็นช่วงๆ คือให้ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ทั้งในส่วนนักท่องเที่ยวและส่วนของผู้ประกอบการ"

เมื่อที่พักในจังหวัดหนองคายเต็ม นักท่องเที่ยวก็เลือกที่จะไปพักยังจังหวัดอื่นใกล้เคียงเช่น อุดรธานี ซึ่งห่างจากหนองคายเพียงแค่ 54 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางแค่ครึ่งชั่วโมง ประมาณ 3-4 ทุ่ม เมื่อบั้งไฟขึ้นหมดแล้ว คนที่พักที่อุดรฯก็จะไปเที่ยวที่อุดรฯต่อ และมีอีกส่วนหนึ่งที่กรุ๊ปทัวร์จัดพาไปพักที่ฝั่งลาว ก็จะไปเที่ยวจับจ่ายซื้อของที่ฝั่งลาว

พลัฎ จันทรโสพิณ ประธานชมรมทัวร์จังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ขณะนี้บริษัททัวร์นำเที่ยวต่างๆ ของจังหวัดมีการจองเต็มหมดแล้ว ทางทัวร์เองก็ได้จัดโปรแกรมสำหรับนักท่องเที่ยวพิเศษในปีนี้ ด้วยการพาไปพักยังนครเวียงจันทน์ สปป.ลาว เพื่อชมบั้งไฟพญานาคในคืนวันที่ 28 ต.ค. แล้วพากลับมาชมที่ อ.โพนพิสัย คืนวันที่ 29 ต.ค.ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากนักท่องเที่ยวสูงมาก ทั้งที่เคยมาดูแล้ว ก็พาญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงมาดูอีก

อานิสงส์พญานาค รายได้กระจายทั่วถึงทุกพื้นที่
ในช่วงวันออกพรรษา ถือเป็นช่วงวันหยุดยาว นอกจากนักท่องเที่ยวต่างถิ่นแล้ว ยังมีประชาชนในพื้นที่ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อถือโอกาสทำบุญตามประเพณี ทอดผ้าป่าและกฐิน และท่องเที่ยวไปตามสถานที่สำคัญต่างๆ นอกเหนือจากการไปชมบั้งไฟพญานาค

นวล สารสอน ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 5 (อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย เลย) เผยว่า งานบั้งไฟพญานาคถือว่าเป็นงานที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคอีสานทั้งหมด โดยเฉพาะภาคอีสานตอนบนซึ่งนักท่องเที่ยว จะแวะชมแหล่งท่องเที่ยวรายทางตลอดถนนมิตรภาพ


ทุกปีช่วงเข้าพรรษาเส้นทางเข้า-ออกหนองคายจะมีนักท่องเที่ยว เดินทางมารอชมบั้งไฟพญานาคจนเกิดปัญหาการจราจรติดขัด

"บั้งไฟพญานาคถือว่าช่วยเรื่องการท่องเที่ยวทั้งภาคเลย คือไล่ตั้งแต่ปั๊มน้ำมัน ร้านข้าวราดแกง ร้านส้มตำไก่ย่าง ตั้งแต่ออกจากกรุงเทพ ถนนมิตรภาพ ไล่ตั้งแต่สระบุรี เข้าโคราช เรื่อยมาเพราะเมื่อปี 2545 ที่เกิดวิกฤติรถติด ทำให้นักท่องเที่ยวมีการเตรียมอาหารและเครื่องดื่มมาเอง โดยการซื้อมาจากจังหวัดอื่นตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นการกระจายรายได้ให้กับพื้นที่จังหวัดอื่นๆ"

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมบั้งไฟพญานาคยังสามารถเดินทางไปเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งของจังหวัดหนองคาย เช่น หลวงพ่อพระใส ที่วัดโพธิ์ชัย พระธาตุบังพวน หรือจับจ่ายซื้อของที่ตลาดท่าเสด็จ แวะชมสะพานมิตรภาพไทย-ลาว รวมไปถึงจังหวัดอื่นๆ ด้วย

"ปีที่แล้วได้สอบถามไปที่ปราสาทหินพิมาย ในช่วง 3-4 วันที่มีบั้งไฟพญานาคก็มีสถิตินักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก หรือที่ แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท คำชะโนด จ.อุดรธานี เรื่อยไปถึงหนองบัวลำภู เลย ขอนแก่น สกลนคร นครพนม ออกไปถึงอีสานล่างอย่างโคราช บุรีรัมย์ ศรีษะเกษ ก็มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น คือเกิดการกระจายไปทั่วภาค เพราะนักท่องเที่ยวมีมาจากทั่วประเทศ"


นักท่องเที่ยวทั่วทุกสารทิศใจจดใจจ่อเฝ้ารอดูบั้งไฟพญานาค ริมน้ำโขงอย่างล้นหลามตั้งแต่บ่ายคล้อย
จริยา ไกรวีระเดชาชัย เจ้าของร้านอาหารทานตะวัน อยู่ที่ตัวเมืองหนองคาย กล่าวว่า เปรียบเทียบการขายในช่วงเทศกาลออกพรรษา สามารถเพิ่มรายได้ถึงเท่าตัว เรียกว่ามีผลต่อธุรกิจและรายได้ของประชาชนอย่างมาก อย่างที่ร้านก็มีรายได้เฉลี่ยวันละหมื่นกว่าบาท "แต่ปีนี้คิดว่าจะมีคนน้อยลงเพราะที่หนองบัวลำภูก็มีเหมือนกัน คงจะแยกๆ กันไปดู"

บั้งไฟพญานาคที่จริยาพูดถึงนั้นอยู่ที่ อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู บนเส้นทาง อุดรธานี-เลย ซึ่งเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ ไม่ได้อยู่ติดหรือใกล้กับแม่น้ำโขง และมีปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ลักษณะเป็นลูกไฟสีเขียว แต่จำนวนลูกไฟมีไม่มาก ซึ่งเกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว โดยในปีนี้ทางจังหวัดหนองบัวลำภูได้ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวไปชมด้วย

เรื่องรายได้ที่กระจายไปทั่วทุกพื้นที่ภาคอีสานนั้น เรียกว่าแต่ละที่ไม่น้อยหน้ากัน ซึ่ง ผอ. นวล ได้เผยถึงตัวเลขของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเที่ยว เฉพาะจังหวัดหนองคายนั้นอย่างน้อยที่สุด น่าจะประมาณ 300,000 คน คิดค่าใช้จ่ายต่อคนประมาณ 800 กว่าบาท ลองคิดลองคูณกันเล่นๆ แบบคร่าวๆ ก็ตกที่ 240,000,000 บาท !?!

"ไหลเรือไฟ" ความงามวิจิตร ถวายเป็นพุทธบูชา
ไม่เพียงแต่ "บั้งไฟพญานาค" จ.หนองคาย เท่านั้น ที่เกี่ยวข้องกับ พญานาค และส่งผลให้เกิดเม็ดเงินมหาศาลสู่ชาวอีสาน "งานประเพณีไหลเรือไฟ" จ.นครพนม ก็เป็นอีกหนึ่งประเพณีที่เกี่ยวข้องกับพญานาค และแม้จะสร้างเม็ดเงินให้ประชาชนได้ไม่มากเท่างานบั้งไฟพญานาค แต่ก็ถือได้ว่าเป็นงานที่ทำให้เศรษฐกิจในจังหวัดนครพนมและจังหวัดอื่นใกล้เคียงพลอยคึกคักไปด้วย

สำหรับงานประเพณีไหลเรือไฟนั้นจะมีในช่วงออกพรรษา ในวันขึ้น15 ค่ำ เดือน 11ของทุกปี จะมีเรือไฟแบบโบราณลอยเคราะห์ เป็นลักษณะประเพณีเดียวกันกับการลอยกระทง ไฟ หมายถึงการเผาพลาญความทุกข์ ทั้งเป็นการขอขมาและรำลึกสักการะเจ้าแม่คงคา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในลำแม่น้ำโขง

แต่ว่าในส่วนของการไหลเรือไฟจะออกไปทางตำนานแม่น้ำโขง มีพญานาคเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งที่มีพญานาคเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะมีความเชื่อเกี่ยวกับการบูชารอยพระพุทธบาทที่ประทับไว้ตามคำขอของพญานาค เมื่อพระพุทธเจ้าแสดงธรรมที่ภพนาค ซึ่งปัจจุบันรอยพระบาทนั้นปรากฏอยู่ที่หมู่บ้านเวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม

เพราะประเพณีไหลเรือไฟ จัดขึ้นพร้อมกับวันที่มีบั้งไฟพญานาค จึงแล้วแต่ว่านักท่องเที่ยวจะเลือกดูอะไรที่ไหน ซึ่งส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวก็มักจะเดินทางไปเที่ยวชมบั้งไฟพญานาคมากกว่า แต่ปีนี้มีเดือนแปดสองหน (28-29 ต.ค.) จึงคาดว่าการท่องเที่ยวนครพนมจะคึกคักขึ้น


ประเพณีไหลเรือไฟ จ.นครพนม นับเป็นอีกหนึ่งประเพณีมีความเชื่อเกี่ยวข้องกับพญานาค

สุเทพ อติวรรณกุล ประธานหอการค้าจังหวัดนครพนม กล่าวว่า "ปีนี้คาดว่าจังหวัดนครพนมจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 5-10 เปอร์เซ็นต์ เพราะตลอดปีนี้ทางจังหวัดได้ส่งเสริมให้เป็น "ปีท่องเที่ยวนครแห่งแม่น้ำโขง" และเป็นปีแรกที่ทางจังหวัดจัดงบประมาณสนับสนุนในการผลิตเรือไฟ ทำให้สามารถเพิ่มวันไหลเรือไฟได้อีก 2 วันก่อนออกพรรษา เพราะเดิมจะมีไหลเรือไฟเฉพาะวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เท่านั้น"

"การที่เราขยายให้มีการไหลเรือไฟเป็น 3 วัน ทำให้นักท่องเที่ยวมาพักที่นครพนมเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้นในช่วงตลอดสัปดาห์ สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดคือการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวนครพนม ให้ได้รู้ว่าเรามีความพร้อมในด้านการท่องเที่ยว และยังเชื่อมการท่องเที่ยวไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อย่างประเทศลาวและเวียดนามในแพ็คเกจท่องเที่ยวราคาถูก และตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2548 นักท่องเที่ยวไม่ต้องทำวีซ่าแล้ว แค่มีพาสปอร์ตก็สามารถข้ามไปลาวและไปต่อยังเวียดนามได้" ประธานหอการค้าจังหวัดนครพนม กล่าว

ด้าน กิตติกา ลิขิตวศินกุล ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 4 (นครพนม สกลนคร มุกดาหาร) เผยว่ามีการจัดท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ ร่วมด้วย ถือเป็นการกระจายถึงคนท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

"จริงๆ แล้วการเดินทางของนักท่องเที่ยวในช่วงวันออกพรรษาจะมีการเดินทางเวียนรอบจังหวัดประมาณ 3-4 จังหวัด เพราะวันที่ 27 ที่สกลนครมีงาน "ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง" นักท่องเที่ยวก็จะแวะที่สกลนครก่อน และอาจจะเดินทางต่อไปยังมุกดาหารซื้อของที่ตลาดอินโดจีน ก่อนที่จะเดินทางมานครพนมในวันที่ 28 เพื่อดูไหลเรือไฟแบบเต็มขบวน จากนั้นวันที่ 29 นักท่องเที่ยวก็สามารถไปดูบั้งไฟพญานาคต่อ และปีนี้ก็เปิดด่านให้นักท่องเที่ยวสามารถข้ามไปพักและท่องเที่ยวที่ฝั่งลาวได้ด้วยเช่นกัน"


ปฏิทินวันบุญออกพรรษา กล่าวได้ว่า
"พญานาคให้คุณ ในวันบุญออกพรรษา" จริงๆ เพราะทุกจังหวัดล้วนแต่มีนักท่องเที่ยวอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ไม่เพียงเท่านั้น แต่ละจังหวัดจึงถือโอกาสช่วงเทศกาลวันออกพรรษนี้จัดกิจกรรมมากมายในพื้นที่ต่างๆ ร่วมด้วย

อย่างเช่นที่ จังหวัดหนองคาย มี
"งานเทศกาลออกพรรษาชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค" ระหว่างวันที่ 24-30 ต.ค. 2547 บริเวณวัดหายโศก และริมเขื่อนป้องกันตลิ่ง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง และหลายอำเภอในจังหวัดหนองคาย มีกิจกรรมเสริม เช่น การออกร้านจำหน่ายสินค้าและถนนอาหาร การประกวดลอยเรือไฟบูชาพญานาค การแข่งขันเรือยาวออกพรรษา การประกวดปราสาทผึ้งแบบดั้งเดิม พิธีบวงสรวงพระธาตุกลางน้ำ ประเพณีลอยกระทงวันเพ็ญเดือน 11 พิธีทำบุญตักบาตรเทโวโรหนะ และการแสดงแสง - เสียง "เปิดตำนานบั้งไฟพญานาค" เป็นต้น

จังหวัดสกลนคร มี 
"งานประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง น่าทึ่งแข่งขันเรือยาว" ระหว่างที่ 25-28 ต.ค. 2547 ภายในงานมีกิจกรรมการแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ (วันที่ 25-26) การประกวดและขบวนแห่ปราสาทผึ้งโบราณ และแบบประยุกต์ ซึ่งเป็นจุดเด่นของงาน (วันที่ 27 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป) นอกจากนั้นก็ยังมีเทศกาลของดีของแซบเมืองสกล และพิธีบายศรีสู่ขวัญร่วมกับชาวสกลนครด้วยพานบายศรีที่งดงาม การแสดงคอนเสิร์ตและการแสดงพื้นบ้านต่างๆ เป็นต้น

จังหวัดนครพนม มีงาน
"ประเพณีไหลเรือไฟ" ระหว่างวันที่ 23-29 ต.ค. 2547 มีกิจกรรม การแข่งเรือยาวในแม่น้ำโขง การแห่เรือไฟบก/ปราสาทผึ้ง การลอยเรือไฟโบราณ/เรือไฟประยุกต์ การแสดงเรือเซิ้ง การจัดกิจกรรม "ถนนคนเดิน" การแสดง/จำหน่ายสินค้า ไทย - ลาว - เวียดนาม การรำบูชาพระธาตุพนม (อ.ธาตุพนม) การแสดงแสง สี เสียง ชุด "นครพนมเมืองน่าอยู่ คู่สัมพันธ์อินโดจีน" การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นต้น

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
วิตามินบี วันที่ : 18/10/2008 เวลา : 02.50 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


บีเรียนเชิญคุณร่วมกิจกรรมกันนะคะ

"เราต้องการคุณ"
โอเคเนชั่นขอเชิญร่วมประกวด "ตั้งชื่อชมรม" อนุรักษ์ธรรมชาติ ของชาวโอเค
เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนพลังปกป้องป่าให้เดินหน้าต่อไป
http://www.oknation.net/blog/babymind/2008/10/14/entry-2
ความคิดเห็นที่ 1
plsforgiveme วันที่ : 15/10/2008 เวลา : 10.12 น.
http://www.oknation.net/blog/plsforgiveme

เคยไปเมื่อหลายปีก่อนค่ะ
ปีนี้ข้าน้อยมิกล้า....หุ หุ

หมดสภาพแล้วค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน