พิมพ์หน้านี้
|
ขออนุญาตเล่าเรื่องเก่าๆ ซักเรื่องครับ เกี่ยวกับสุภาษิตร่วมสมัย หลายหัวดีกว่าหัวเดียว หรือ รวมกันเราอยู่ แต่ตัวหลังอาจจะทะแม่งๆหน่อย ปัญญาหรือความฉลาดของฝูงชนนั้น บางคนอาจจะเรียก ว่า Collective Wisdom ก็ได้ James Surowiecki เจ้าของหนังสือชื่อเดียวกันกับหัวเรื่อง บอกว่า ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม ฝูงชนจะมีความฉลาดเทียบเท่าหรือมากกว่าคนที่ฉลาดที่สุดในกลุ่ม เงื่อนไขที่ว่าได้แก่ 1. ต้องมีความหลากลาย (Diversified) ไม่ว่าจะเป็นเพศ การศึกษา ทัศนคติ ประเภทมองซ้ายมองขวาเห็นสีเขียวเต็มพรึดไปหมด ปัญญาของฝูงคงไม่เกิด 2. ต้องเป็นอิสระ (Independent) ให้มีโอกาสออกความเห็นได้อย่างเสรี ไม่ใช่จะพูดอะไรก็หันไปมองหัวหน้าก่อน แบบนี้ก็ไม่ไหว 3. ต้องไม่รวมศูนย์ (Decentralized) นั่งอยู่ชั้นเดียวกัน หรือยิ่งกว่านั้นคือนั่งข้างๆกัน กินข้าวโต๊ะเดียวกัน เวลาร่วมกันแก้ปัญหาอะไร นึกว่าเป็น teamwork แต่พากันไปตายหมู่อยู่บ่อยๆ เพราะมีการรวมศูนย์ 4. ปัญหาที่จะแก้ต้องเป็นเรื่องทั่วไป (General Topic) ฝูงชนจึงจะใช้ปัญญาได้เต็มที่ ปัญหา่ประเภทเจาะจง หรือต้องใช้ความเชี่ยวชาญพิเศษ อันนี้ถามผู้เชี่ยวชาญดีกว่านะครัีบ เค้ายกมาหลายๆ ตัวอย่าง เช่น ถามคนในห้องว่าอุณหภูมิในขณะนั้นกี่องศา นำความเห็นที่แต่ละัคนเดาออกมาเฉลี่ย จะใกล้่ความเป็นจริงมาก ถึงแม้ในบางเวลาอาจจะมีบางคนเดาได้ดีกว่ากลุ่ม แต่ไม่สามารถเป็นอย่างนั้นได้ตลอด อีกตัวอย่างหนึ่งที่ผมชอบมาก แต่ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า ในปี 1968 เรือดำน้ำ Scorpion ของสหรัฐ ขณะเดินทางกลับจากภาระกิจ เกิดจมลงในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ผู้เชี่ยวชาญของกองทัพเรือทราบเพียงตำแหน่งที่รายงานครั้งสุดท้าย เมื่อคำนวนจากกระแสน้ำ และความเร็วเรือแล้ว คาดว่าพื้นที่ที่จะทำการค้นหา (Search Grid) มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 ไมล์ และระดับความลึกแตกต่างกันนับพันฟุต ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะพบซากเรือ นายทหารเรือคนหนึ่งหลังจากเอาความอะไรไม่ได้กับผู้เชี่ยวชาญแล้วก็หันมาใช้วิธีปัญญาของฝูงชนแทน โดยเค้าสร้าง Scenario ต่างๆของตำแหน่งเรือจม และให้กลุ่มคนธรรมดาๆ แต่มีความหลากหลาย มีทั้งนักคณิตศาสตร์ นักหนังสือพิมพ์ ทนายความ ซึ่งแต่ละคนก็ไม่มีใครรู้เรื่องการเดินเรือเท่าไหร่เลือก Scenario ที่เชื่อว่าซากเรือจะจมอยู่ แน่นอนว่าไม่มีใครน่าจะทายถูกเลย แต่เมื่อเอาข้อมูลจากแต่ละัคนมารวมกัน ก็ได้เป็นพิกัดหนึ่งออกมา หกเดือนให้หลังทีมค้นหาก็พบซากเรือดำน้ำ Scorpion จมอยู่ห่างจากตำแหน่งที่ฝูงชนคาดไว้ เพียง 220 หลา !! Larry Page และ Sergey Brin สองนักศึกษามหาวิทยาลัย Stanford เคยนำเทคโนโลยี่การค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ชื่อว่า PageRank เข้าไปหา Yahoo เจ้าของ Search Engine (หรือให้ถูกต้องกว่านี้คือ web directory) อันดับหนึ่งของโลกในเวลานั้น แต่ Yahoo ไม่เชื่อว่าจะมีวิธีค้นหาข้อมูลได้ดีกว่าที่มีอยู่ จึงปฏิเสธไป ในเวลาต่อมาทั้งสองได้ตั้งบริษัทชื่อ Google และกลายเป็นเบอร์หนึ่งแทนที่ Yahoo ในเวลาไม่กี่ปี เทคโนโลยี่ PageRank ทำงานโดยใช้หลักการ Wisdom of Crowds กล่าวคือ เว็บไซต์ที่ถูกอ้างถึง (ผ่าน URL) โดยเว็บอื่นๆ มากที่สุด ย่อมจะมีข้อมูลที่มีนัยสำคัญ และปรากฏอยู่ในบรรทัดแรกๆของผลการค้นหา ยังมีตัวอย่างอีกมากในหนังสือเล่มนี้ เช่น การเดาน้ำหนักตัวของวัวที่แล่เนื้อแล้ว การทำงานของร้านรับพนัน และปฏิกิริยาของตลาด NYSE ที่มีต่อราคาหุ้นของบริษัทชิ้นส่วนกระสวยอวกาศ Challenger แต่สองสามตัวอย่างที่ผ่านมาข้างต้น ผมก็เริ่มเชื่อแกแล้ว Surowiecki ยังบอกอีกว่าการคุยกันภายในทีมงานเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานก็จริง แต่คุยมากไป เอะก็จะ ประชุม ประชุม ประชุม อาจจะทำให้เกิด groupthink ซึ่งถือเป็น bias หรือความลำเอียงชนิดหนึ่งได้ง่าย ตรงนี้ผมเห็นด้วยมากเลย เด็กๆทีมหนึ่งในที่ทำงานคิดเหมือนกันเป็นแกะ บังเอิญผมเป็นนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ยังงงๆอยู่ว่าทำไมคนส่วนใหญ่จะต้องขาดทุน โจทย์อาจจะจะไำม่เข้าข่ายเพราะเป็นเรื่อง Competition ไม่ใช่ Cognition Coordination - Cooperation หรือประชาธิปไตยแบบไทยๆ ทำไมไม่เห็นได้รัฐบาลดีเลยก็ไม่รู้ เรื่องนี้น่าจะมีต่อตอนที่สองเพราะผมยังอ่านไม่จบเลยครับ
|
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||