• rabbitzilla
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rabbitzilla@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-15
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 13171
  • จำนวนผู้โหวต : 22
  • ส่ง msg :
Lifelong Learning
สิ่งใหม่ๆที่ได้เรียนรู้ ไม่มีที่จะจดจึงต้องเอามาฝากไว้
Permalink : http://www.oknation.net/blog/lifelong-learning
วันอังคาร ที่ 15 พฤษภาคม 2550
สัมผัสแห่งแบรนด์ ... BrandSense (2)
Posted by rabbitzilla , ผู้อ่าน : 318 , 10:09:47 น.   | หมวดหมู่ : Bookworms  
พิมพ์หน้านี้



คุณสรณ์ จงศรีจันทร์ CEO ของบริษัท Young & Rubicam (Y&R) Agency ชื่อดังผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างแบรนด์ Happy และ Oishi ได้เคยให้เกียรติมาบรรยายในห้องเรียนของพวกเราอยู่ครั้งหนึ่ง เป็นการบรรยายที่ดี จัดเป็น Eye opener หรือสิ่งเปิดหูเปิดตาอย่างหนึ่งเลยทีเดียว ท่านเอาจริงเอาจังกับการนำแนวคิด BrandSense มาใช้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง Sight หรือ Brand’s Feng Shui หรือฮวงจุ้ยของแบรนด์ ท่านยังบอกว่า แบรนด์ IBM ซึ่งเป็น logo อักษรสีฟ้ามีริ้วพาดในแนวนอน ว่าเป็นแบรนด์ที่อัปลักษณ์ทางฮวงจุ้ยและอาจจะมีส่วนที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จจนในที่สุดต้องขายธุรกิจ Notebook ให้แก่ Lenovo ไปเมื่อหลายปีก่อน 

แต่ผมได้เสนอท่านไปว่า IBM ในปี 2006 เป็นแบรนด์ที่มี Equity สูงที่สุดเป็นอันดับสามของโลก (จัดโดย Business Week และ Interbrands) และการที่ IBM ขายสายผลิตภัณฑ์ Notebook ให้บริษัทจีนนั้นเป็น Strategic Move ที่ต้องการขึ้นไปเล่นด้าน Solution ซึ่งเป็นช่วงปลายของ Supply Chain จะมีกำไรดีกว่า แทนที่จะทำสงครามอยู่ในตอนกลางของ Supply Chain ซึ่งดักจับ Value ได้อย่างยากลำบาก (สังเกตไหมว่าใครก็อยากขึ้นไปทำทาง upstream และ downstream เพราะกำไรดีกว่า เช่นบริษัทให้บริการเครือข่ายอย่าง AIS DTAC กำลังจนกรอบ แต่ Content Provider กำลังไปได้ด้วยดี หรือ Nokia Moto Samsung แข่งกันเดือดแต่ผู้ผลิต Chip มือถืออย่าง Qualcom และ TI นอนยิ้ม รวมถึงบรรดาผู้ผลิต OS อย่าง Symbian และ Microsoft )

Sight
การใช้รูปทรงและสีให้ถูกต้องและมีพลัง แบรนด์ที่ดีจะยึดเอาสีนั้นๆไปเป็นเจ้าของ เป็นส่วนหนึ่งของ Brand Equity ที่คู่แข่งเลียนได้ยาก ยกตัวอย่าง เช่น เมื่อเห็นสีส้มเราจะนึกถึง Orange สีแดงนึกถึง Coke หรือสีเขียวเป็นของ Heineken (ไม่ได้เมาครับ แต่คนส่วนใหญ่เห็นแบบนี้) หรือสีม่วงนี่ก็แทบจะไม่มีใครมาแย่งการบินไทยใช้ และลองกวาดสายตาดูนะครับว่า ธนาคารไทยพยายามแค่ไหนที่จะเป็นเจ้าสีหลักๆซักสีหนึ่ง ผมยังสงสัยเลยว่า ถ้ามีธนาคารเปิดใหม่มากกว่านี้หรือตั้งสาขาบนถนนเดียวกันมากๆ ลูกค้าคงจะแสบตาน่าดู หรืออีกหน่อยคงจะมีธนาคารสีรุ้ง

ซานตาคลอสเมื่อก่อนเป็นสีเขียวนะครับ ก่อนที่
Coke จะมาทาสีให้ใหม่ประมาณปี1950 (มุขนี้พูดกันบ่อยมาก ไม่รู้ว่าจริงเท็จประการใด)

ตัวอย่างการใช้สี เท่าที่ผมพอจะระลึกได้มีดังนี้

สีฟ้า
– เชื่อถือ มั่นคง มีความเป็นผู้นำ เป็นสีที่นิยมใช้มากที่สุด
สีแดง – อารมณ์ ความปรารถนา การเฉลิมฉลอง


สีเหลือง – ความอบอุ่น สดใสชื่นบาน ความสุข
สีส้ม – ความกระตือรือร้น กระฉับกระเฉง


สีเขียว – ความสดชื่น อุดมสมบูรณ์

สีดำ – ความเข้มแข็ง พละกำลัง

สีรุ้ง – ความหลายหลาย ความมีสีสัน ความฉับไว
Sound
บางคนอาจจะสงสัยว่าแบรนด์มีเสียงด้วยหรือ มีครับและมีประโยชน์มากในการช่วยสร้างการจดจำแบรนด์ ลองนึกถึงเสียงรถไอศกรีม Walls นะครับ เสียงคล้ายๆ Happy นั่นแหละ Ringtone ของ Nokia ในสมัยแรกๆ ก็ไม่เหมือนใคร ฟังไกลๆก็รู้ว่าเป็น Nokia หรือเสียง Jingle ของ Intel ที่บอกให้รู้ว่า Intel Inside นะ (คนคิดคำพูดนี้เก่งจริงๆ ก่อนหน้านี้ไม่เห็นมีคนสนใจว่าอะไร อยู่ข้างใน) โฆษณารถยนต์ BMW ตอนจบจะมีเสียงกลไกอะไรซักอย่าสองครั้ง เสียง “โอกาสหน้าเชิญใหม่” หรือ “รับขนมจีบซาลาเปาเพิ่มมั้ยคะ” พวกนี้เป็นองค์ประกอบของแบรนด์หมดซึ่งนักสร้างแบรนด์ที่ดีต้องเลือกนำมาใช้
เรื่อง Sound นี่ห้ามลืมนึกถึงตัวอย่างเสียงเครื่องยนต์รถยี่ห้อดังๆ เด็ดขาด ว่ากันว่า Ferrari ต้องมีทีมวิศวกรเฉพาะที่ช่วยออกแบบเสียงเครื่องยนต์ให้เป็นเอกลักษณ์ คือไม่ใช่แรงอย่างเดียว หรือรถยนต์หรูๆบางยี่ห้อเวลาปิดประตูจะต้องมีเสียงแบบนั้น

Smell
การใช้กลิ่น ช่วยสร้างแบรนด์ได้สำหรับสินค้าบางอย่าง เช่น อาหาร ในกรณีของ Rotiboy กลิ่นเป็นตัวช่วยให้ลูกค้าจดจำสินค้าได้ หรือร้านกาแฟที่มีกลิ่นหอมกรุ่นตั้งแต่เปิดประตูเข้าไป

Taste
นอกจากส่วนของ Sight และ Sound แล้ว สัมผัสอื่นๆอาจจะนำมาใช้ได้ยาก ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม เช่น Taste หรือรสนั้นถ้าเป็นบริษัทรถยนต์จะนำมาใช้ได้ยังไงผมยังสงสัยอยู่นอกจากแจกลูกอมรสชาติไม่เหมือนใครในโชว์รูม นอกจากอาหารแล้วสินค้าบางอย่างก็มีการสร้างรสชาติที่เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์และผู้บริโภคจดจำได้ดี เช่น ยาสีฟัน Colgate หลับตาแปรงก็ยังจำได้ หรือพวกน้ำยาบ้วนปากนี่ก็ใช่

Touch
สัมผัสสุดท้ายที่เราจะนำมาใช้ในการสร้างแบรนด์คือ Touch หมายถึงรูปลักษณ์หรือ performance ที่ปรากฏ เช่นการออกแบบสินค้า ในหนังสือ BrandSense จะยกตัวอย่างเครื่องเสียง Bang & Olufsen ซึ่งนอกจากจะเสียงดีแล้วยังหน้าตา Art สุดๆ ถ้าใกล้ตัวเราก็คงจะนึกถึงผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ของ Samsung ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์หรือทีวีที่ล้วนแล้วแต่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี่ มีหน้าตาน่าใช้ พวกขวด Coke Tropicana Twister

แต่อย่างไรก็ตาม Lindstrom บอกว่า แต่ละสัมผัสนั้นมีผลกระทบหรือ impact ไม่เท่ากัน โดย sight มีความสำคัญที่สุด รองลงมาคือ Smell โดยมี Sound ไล่จี้มาติดๆ ทำนองว่าจมูกเราที่มีระบบประสาทซับซ้อนและไวกว่าหูนะครับ

ว่าจะเอาให้จบเลยแต่กลัวยาวไปครับ และคนเขียนยังมึนๆอยู่เลย (http://www.oknation.net/blog/season-change-chiangmai/2007/05/12/entry-1) ในตอนหน้าจะพูดถึงเครื่องมือ Sensogram ที่จะทำให้เราทราบว่า แบรนด์ของเราเมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้วเป็นอย่างไร และที่ขาดไม่ได้คือเรื่องของ Singapore Airlines สุดยอดของการประยุกต์ใช้ BrandSense

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
เจเจค่ะ วันที่ : 16/05/2007 เวลา : 01.29 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 


เอาไปเลย

+1โหวต

จาก เจเจค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
เจเจค่ะ วันที่ : 16/05/2007 เวลา : 01.14 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 


ดีๆ ค่ะ

สร้างพัฒนาให้ตัวเองต่อไป

ขอบคุณนะคะ
ความคิดเห็นที่ 3
TheQueenofNostalgia วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 10.59 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

เรื่องซานตาคลอสนี่จริงนะคะ
Coke เป็นคนมาร์เก็ตติ้ง ซานตาคลอสขึ้นมาเลย
แต่เมื่อก่อนเป็นสีอะไรไม่รู้ น่าจะเป็นสีดำนะคะชุดของพระนักบวช
ที่ฟังมาคือว่าเมื่อก่อนโค้กจะขายได้แต่หน้าร้อนค่ะ พอหน้าหนาวยอดตกฮวบ โค้กจึงคิดการตลาดให้ผูกกับวันคริสต์มาส เราจะเห็นโฆษณาเป็นครอบครัวสุขสันต์กินไก่งวงกับโค้ก และซานตาคลอสใส่ชุดสีแดง
ความคิดเห็นที่ 2
Yai_Nid วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 10.41 น.
http://www.oknation.net/blog/YaiNid
เที่ยว Melbourne..ที่นี่  Love U..OK?..รักนะ..ได้มั้ยล่ะhttp://www.oknation.net/blog/konlangkow

wow!
มาเรียนวิชาการตลาดที่นี่
+1
ความคิดเห็นที่ 1
อาคม วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 10.38 น.
http://www.oknation.net/blog/akom

มีประโยชน์มากครับ ขอบคุณที่นำสาระดีดีมาให้อ่าน
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31