• rabbitzilla
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rabbitzilla@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-15
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 11019
  • จำนวนผู้โหวต : 22
  • ส่ง msg :
Lifelong Learning
สิ่งใหม่ๆที่ได้เรียนรู้ ไม่มีที่จะจดจึงต้องเอามาฝากไว้
Permalink : http://www.oknation.net/blog/lifelong-learning
วันศุกร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2550
ใครว่า...โลกไม่แบน (2)
Posted by rabbitzilla , ผู้อ่าน : 400 , 19:44:09 น.   | หมวดหมู่ : Bookworms  
พิมพ์หน้านี้


 
ดังที่ได้กล่าวไว้ในตอนที่แล้วว่า โลกาภิวัฒน์
3.0 ได้ทำให้โลกเล็กลง และในขณะเดียวกันก็ทำให้แบนขึ้นด้วย ซึ่ง Thomas Friedman เรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่า Flat-world Platform ทั้งนี้กิดขึ้นเพราะปัจเจกบุคคลได้รับมอบอำนาจจากการที่โลกเปิดเสรีมากขึ้น และมีเทคโนโลยี่สารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มาช่วยผลักดัน

ตัว Friendman นั้นมีความชื่่นชมอินเดียมาก ในปัจจุบันบริษัทข้ามชาติโดยเฉพาะยิ่งทางด้าน IT แห่กันไปตั้งสำนักงานที่ Bangalore หรือ Silicon Valley แห่งอินเดีย  ชาวภารตะเป็นคนมีตรรกะ คิดเ็ป็นเหตุเป็นผล ลองนึกการที่ประเทศนี้เป็นต้นกำเนิดศาสนาสำคัญของโลกอย่างน้อยสามศาสนา   ผมเคยไปอินเดียอยู่ครั้งหนึ่ง เมืองที่ไปชื่อ Hyderabad  ในอินเดียจะมีเมืองลงท้ายด้วย bad bad นี้เยอะมาก ขณะนั่งรถจากสนามบินเข้าเมืองมี Billboard ขนาดใหญ่ มีข้อความตัวเบ้อเริ่ม แปลเป็นไำทยได้ว่า คุณทราบหรือไม่ว่าพนักงานของ Microsoft 37% เป็นคนอินเดีย (ตัวเลขไม่เป๊ะครับ แต่ประมาณ 30-40)   Director คนหนึ่งของ Microsoft ซึ่งเป็นคนอินเดียเคยบอกว่า Programmer ชั้นเยี่ยมนั้นมี productivity มากกว่า Programmer ธรรมดามาก ไม่ใช่ 10 เท่า หรือ 100 เท่า แต่เป็น 50,000 เท่า ! ซึ่งในโลกนี้ก็มีคนอินเดียกับรัสเซียที่เก่งทางด้านนี้มาก

สิ่งที่ได้ถูก outsource จากสหรัฐไปยังอินเดียแล้วมีอะไรบ้าง

IT – อันนี้แทบไม่ต้องอธิบายมาก เพราะเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว


บริการทางการแพทย์
– นอกจากไทยและสิงคโปร์ที่แข่งกันเรื่อง Medical Hub แล้ว อินเดียเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวมาก เพราะมีราคาถูกยิ่งกว่า นอกจากบริษัทในสหรัฐหลายแห่งจะทำประกันสุขภาพโดยมีเงื่ิอนไขว่า ถ้าจะผ่าตัดต้องมาอินเดียแล้ว  เนื่องจาก time zone ต่างกัน เกิดเป็นความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ แทนที่จะต้องจ้างหมอและนักเทคนิคการแพทย์ล่วงเวลาราคาแพง โรงพยาบาลขนาดกลางจึงใช้บริการวิเคราะห์ภาพ X-ray และผลตรวจต่างๆโดยส่งมาที่อินเดียทาง E-mail คนที่ทำงานแบบนี้มีชื่อเรียกเล่นๆของว่าพวก Nighthawk (แต่จริงๆ แล้วเป็นกลางวันที่อินเดีย) การผ่าตัดใหญ่ๆก็เริ่มมีการใช้ consultant ข้ามโลกแบบนี้

บริการทางด้านการเงิน และข่าว – เนื่องจากคนอินเดียวิเคราะห์เก่ง สำนักข่าว เช่น Reuters และสถาบันการเงิน จึงเริ่มมี outsource การวิเคราะห์ข่าวและข้อมูลทางการเงินมาที่นี่ 

บริการ Call Center ต่างๆ – ข้อได้เปรียบเรื่องภาษา และค่าจ้างถูก ทำให้หลายบริษัทๆในสหรัฐเริ่มย้าย Call Center มาอินเดีย เมื่อเดือนก่อนผมสั่งหนังสือจาก Amazon.com ผ่านไปเกือบเดือนก็ยังมาไม่ถึง จึงบ่นผ่าน Website ของเค้า ภายใน 5 นาทีมีคนอินเดียชื่อ Gupta ส่ง E-mail มาบอกว่า package หายไปแล้ว จะส่งมาให้ใหม่  

บริการอื่นๆ - เช่น พวกขอคืนภาษี จองตั๋วเครื่องบิน

เรื่องภาษาของคนอินเดียนี่ก็เป็นประเด็นเหมือนกัน เค้าจะเก่ง Grammer มาก พูดน้ำไหลไฟดับ แต่สำเนียงจะเหน่อๆ ไม่เหมือนฝรั่งจริงๆ บริษัทที่รับคนมาทำ Call Center จึงต้องมีการอบรมการออกเสียงอย่างหนัก คนไทยชอบใส่วรรณยุกต์ในการออกเสียงให้ภาษาอังกฤษ แต่ไม่ออกเสียง S ท้ายคำ พอๆกับการที่คนอินเดียพูด ต.เ้ต่า (T) และ ร.เรือ (R) ล้ำหน้าไปมาก คนอินเดียเองก็เข้าใจปัญหานี้ จึงขมักขเม้นกับการเรียนพูด เพื่อให้สำเนียงของตนถูกต้อง

 
Friedman ได้เสนอว่าพลังหรือเหตุการณ์ที่ทำให้โลกแบนมี 10 ประการ (เป็นมุขที่คนพูดถึงบ่อยมาก แต่ถ้าตัดออกไปเนื้อหาจะไม่ครบ เพราะบทนี้ในหนังสือหนาพอสมควร) เค้าให้เหตุผลว่า เป็นเหตุการณ์ที่มอบอำนาจในการเปลี่ยนโลกให้แก่คนธรรมดาทั่วไป บางอย่างผมก็ว่า ซ้ำไปซ้ำมาครับ

 

1. Walls down, windows up. 

กำแพงเบอร์ลินพังลงในวันที่ 9/11/1989 อีกหกเดืิอนต่อมา Microsoft Windows รุ่น 3.0 ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นแรกที่ใช้การได้ดีออกวางตลาด เหตุการณ์แรกเป็นจุดจบของยุคสงครามเย็น ประชาธิปไตยเบ่งบาน ทั้งโลกตอบรับระบบเศรษฐกิจแบบเสรีหรือทุนนิยม เหตุการณ์หลังทำให้คนธรรมดาๆมีความสามารถในการประมวลผล สร้าง และเผยแพร่สารสนเทศ (information) ได้มากขึ้น จนถึงตอนนี้ผมยังนึกไม่ออกว่าก่อนมี Windows และ Office เราเคยทำงานกันยังไง

2. Rise of World Wide Web and  Netscape


Netscape ผู้ผลิต Netscape Navigator ซึ่งเป็น web browser ยอดนิยมตัวแรก ออกจำหน่ายหุ้นให้แก่สาธารณชนในวันที่ 9/8/1995 นับเป็นจุดเริ่มต้นของยุค WWW ซึ่งจริงๆแล้ว world wide web มีมาก่อนหน้านั้นหลายปี แต่เพิ่งจะได้รับความนิยมพร้อมๆกับ Netscape (ควรจะให้เครดิต Cisco ด้วยครับ ไม่มี Cisco แล้ว WWW จะไม่ได้ไปเร็วอย่างทุกวันนี้) ภายหลัง Microsoft ด้วยกลยุทธ์ System Lock-in ก็กินเรียบหมด   Firefox ที่ว่าแรงๆ ผมว่า เจ้าก็มาได้แค่นี้แหละ Netscape ถูกขายให้ AOL ไปถูกๆเมื่อหลายปีก่อน

3. Work Flow Software

เราไม่ได้ทำแค่การส่ง E-mail และ Instant Messaging (เช่น MSN) ผ่านเน็ต Friedman ได้ยกตัวอย่าง การทำหนัง Animation ของ Hollywood ที่ใช้ประโยชน์จาก Global Supply Chain โดยมีการแยกงานส่วนต่างๆ ออกให้ผู้รับเหมาหลายบริษัทจากหลายๆประเทศทั่วโลก ซึ่งในการจะทำแบบนี้ได้ต้องใช้เทคโนโลยี่เครือข่ายส่วนบุคคลเสมือนจริง (VPN) ในการทำงานร่วมกันของผู้เกี่ยวข้อง ผมคิดว่าการออกแบบเครื่องบิน Boeing 777 ที่ทำในคอมพิวเตอร์ทั้งหมดก็เป็นอีกตัวอย่างนึง Friedman ยังได้สดุดีบรรดามาตราฐานของการเชื่อต่อความพิวเตอร์ต่างๆ ที่ทำให้การทำงานในลักษณะเครือข่ายมีประสิทธิภาพ เช่น SMTP TCP/IP HTTP XML และล่าสุดคือ AJAX (หุหุ รู้สึกมึนๆเหมือนกินถั่วงอกเยอะไป)

4. Online Community 

การที่คนจำนวนนวนมากจากทั่วทุกโลกร่วมแรงร่วมในกัน ก็ย่อมจะสร้างอะไรที่ยิ่งใหญ่ได้เสมอ ยกตัวอย่างเช่น wikipedia.com มีข้อมูลมากกว่าและเชื่อถือได้เทียบเท่า Encyclopedia Britainica   myspace.com youtube.com หรือแม้แต่บรรดาโครงการ Opensource ต่างๆเช่น Linux Apache

ถ้าใครได้มีโอกาสแวะไปเว็บไซต์ส่วนตัวผมซึ่งไม่เสร็จซะที J  ผมใช้ Opensource ที่เรียกว่า Content Manganament System (CMS) ชื่อ Joomla  เคยขอ Price Quote จากบริษัทที่รับพัฒนาเว็บไซต์ ถ้าต้องการคล้ายๆแบบนี้เค้าจะคิดเงินอย่างต่ำ 150,000 บาท ใช้ Opensource ไม่เสียแม้แต่บาทเดียว  จะว่าไปแล้วมันก็ทำลายธุรกิจบางอย่าง แต่ทำให้ต้นทุนในการทำอะไรหลายๆลดลง ซึ่งก็จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม

ตัวอย่างเรื่องพลังของชุมชนออนไลน์นี้มีเยอะเยอะเลยครับ รวมทั้งกรณีของ OKnation.net ด้วย แต่ขอยกไปรวมกับการย่อยหนังสือ Wikinomics เลยน่าจะดีกว่าครับ

5. Outsourcing

การใช้ทรัพยากรหรือความช่วยเหลือจากนอกบริษัทในงาน IT เ้ป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน โดยอินเดียเ้ป็นผู้ได้รับอานิสงส์อย่างเต็มที่ จุดเริ่มต้นของการ Outsource เกิดจากความต้องการบุคคลากร IT ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 1999 เมื่อโลกต้องเตรียมการรับมือกับปัญหาใหญ่ที่ตัวเองเป็นคนสร้างไว้ คือ Y2K (คอมพิวเตอร์สมัยก่อนรู้จักปีเป็นตัวเลขสองหลัง ดังนั้นปี 2000 จะหมายถึงปี 1900 และบางระบบจะไม่ทำงาน หรือมีความผิดพลาด)

6. Offshoring

การไปตั้งโรงงานหรือบริษัทในประเทศที่มีทรัพยากรในการผลิตเช่น แรงงาน วัตุดิบ ถูกกว่า เช่น จีน ลาตินอเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   

7. Supply-Chaining

การบริหารห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพทำให้สามารถนำชิ้นส่วนหรือสินค้่าจากทั่วทุกมุมโลกมาตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ง่ายขึ้น และสามารถตอบสนองต่อ demand ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ธุรกิจลดต้นทุนได้ทั้งของวัตถุดิบและต้นทุนในการจัดเก็บสินค้าคงคลัง  บริษัทที่เป็นตัวอย่างที่ดี เช่น Wal-Mart (ในหลักสูตร MBA มักจะชอบยกตัวอย่างระบบ Cross-Docking ของเค้า) และ Dell Computer ในขณะบริษัทที่ช่วยสนับสนุน เช่น DHL FedEx UPS ก็มีบทบาทสำคัญ ซึ่งเค้าจะกล่าวถึงในหัวข้อที่ 8 (Supply Chain Management เป็นสิ่งที่ประเทศไทยกำลังต้องการอย่างยิ่ง และผมอยากเรียนวิชานี้มาก แต่ก็ไม่ได้เรียน) การจัดการที่มีประสิทธิภาพนี้ต้องอาศัย IT เข้ามาช่วยอย่างมาก  ล่าสุดที่กำลังมากแรงก็คือเทคโนโลยี RFID

8 . Insourcing


Insourcing ในความหมายของ Friedman คือการให้บริษัทอื่นเข้ามาช่วยทำงานในบริษัทเรา เช่น UPS ช่วยบริหาร warehouse ของ Nike เพราะไหนๆก็ช่วยส่งของแล้ว ก็ทำให้ครบวงจรซะเลย  UPS ทำแม้กระทั่งช่วยซ่อม Notebook ของ Toshiba และเข้ามาออกแบบและบริหารระบบ supply chain ของ Ford (อ่านถึงตรงนี้ก็งงๆเหมือนกันว่าแกจะแยกข้อนี้มาทำไม สงสัยกลัวจะไม่ครบ 10)

9. In-forming

หัวข้อนี้เค้าก็บรรยายสรรพคุณของเครื่องมือค้นหาข้อมูลใน internet เช่น Google Yahoo ที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้ว

10. Digital,Mobile,Personal,Virtual

Friedman เรียกรวมๆว่า Steroids เพราะเป็นกลุ่มของเทคโนโลยี่ที่ช่วยทำให้ปัจจัยโลกแบนอื่นๆทำงานได้ดียิ่งขึ้น  เค้าเล่าถึงประสบการณ์ที่เห็นเพื่อนใช้บริการออนไลน์บน bullet train ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในสหรัฐอเมริกา บริการสื่อสารข้อมูลไร้สายไม่เจริญเท่า (ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกในโลกที่เข้าสู่ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่สามหรือ 3G ตั้งแต่ปี 2001 ประเทศไำทยน่าจะไปปีหน้าครับ) นอกจาก wireless technology แล้ว steroid ตัวอื่นๆ (มีหกตัว) ได้แก่ ความสามารถในการประมวลผลที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลของ Chip  ,Instant Messaging และ File Sharging, การพูดคุยโทรศัพท์ผ่านเครือข่าย  internet หรือ Voice over IP, การประชุมทางไกล หรือ Videoconference และสุดท้่ายคือ Computer Graphics


ตื่นครับ..ตื่น จบตอนที่สองแล้ว  

หลังจากเรื่องนี้แล้ว ผมจะเริ่มเขียนเรื่องการจัดการความรู้ (Knowledge Management) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานค้นคว้าอิสระ (Independent Study) เพื่อจบ MBA นะครับ ไหนๆก็จะศึกษาแล้วไม่อยากให้สูญเปล่า  ต้องออกตัวก่อนเลยว่า อาจจะน่าเบื่อและน่าปวดกบาลเป็นอย่างยิ่ง ถ้าใครเปิดมาแล้วรู้สึกว่าผิดช่องก็กดรีโมทเลยครับ แต่พยายามเอาเรื่องอื่นๆ เบาๆ มาคั่นกลาง


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11
officemom วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 09.04 น.
http://www.oknation.net/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

มาหาอาหารสมอง
ความคิดเห็นที่ 10
rabbitzilla วันที่ : 26/05/2007 เวลา : 20.35 น.
http://www.oknation.net/blog/season-change-chiangmai

จะมาเร็วๆนี้ครับ เริ่มตอนแรกไม่น่าจะหลังจาก The Pirates of the Caribbean ออกจากโรง
ความคิดเห็นที่ 9
เจเจค่ะ วันที่ : 26/05/2007 เวลา : 15.28 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
หนีไปเท่ว อิอิ..... 


คุณพี่ rabbitzilla ขา


plz, .....

ต้องการ KM อย่างแรงค่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
เจเจค่ะ วันที่ : 26/05/2007 เวลา : 15.27 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
หนีไปเท่ว อิอิ..... 


ลืมบอกไปค่ะ

RFID = Radio Frequency Identification

ความคิดเห็นที่ 7
เจเจค่ะ วันที่ : 26/05/2007 เวลา : 15.25 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
หนีไปเท่ว อิอิ..... 


Radio-frequency identification

ที่เค้ากล่าวย้อนไปตั้งแต่สมัยสหภาพโซเวียตใช่มั้ยคะ

เคยอ่านแว่วๆ ว่าวอลมาร์ทเอาไปใช้เพื่อการกระจายสินค้า

จะได้ stockless

นอกจากนั้น ลดปัญหาการโจรกรรมสินค้า

และปลอมแปลงสินค้าได้อีกด้วย


อืม....ร้านสินค้าแบรนด์เนมสุดหรูในนิวยอร์ก ก็นำระบบนี้มาใช้

เพื่อลูกค้าจะได้เห็นภาพลักษณ์ของสินค้าชัดเจนขึ้น

เช่น ชะแว๊บภาพสินค้าที่นางแบบสวมใส่

แหม.....ก็เข้าใจแค่นิดหน่อยน้อยนิดน่ะค่ะ บางอันข้อมูลก็ไม่ปึ๊ก

ยังไงก็ช่วยชี้แนะให้เจเจด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 6
Freedomheart วันที่ : 26/05/2007 เวลา : 03.28 น.
http://www.oknation.net/blog/Freedomheart

....ขอขอบคุณที่รวบรวมมา.....
ความคิดเห็นที่ 5
pnokeox วันที่ : 25/05/2007 เวลา : 22.10 น.
http://www.oknation.net/blog/pnokeox
แล้วแต่จะจัด..

การที่ว่าอินเดียเก่ง..แล้วมันทำความเจริญอะไรให้กับประเทศบ้าง...ผมเห็นว่า..อย่างไรเสีย..ก็ฉลาดไม่เท่าฝรั่งที่รู้จักแต่กอบโกยหรอก...

ฝรั่งมันสร้างเกมส์แห่งการเงินให้เราเล่น..เราเล่นเกมส์ที่เขาสร้าง..เราก็แพ้มันอยู่วันยันค่ำ........
ความคิดเห็นที่ 4
m-o-o-p วันที่ : 25/05/2007 เวลา : 21.28 น.
http://www.oknation.net/blog/m-o-o-p




ความคิดเห็นที่ 3
มะอึก วันที่ : 25/05/2007 เวลา : 21.03 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

กล่าวขานเรื่องราวที่เกี่ยวกับวิชาการ
ต้องมีความพยายามสูงนะครับ
ความคิดเห็นที่ 2
rabbitzilla วันที่ : 25/05/2007 เวลา : 20.11 น.
http://www.oknation.net/blog/season-change-chiangmai

เป็นที่น่าสงสัยมากว่า เหตุใด editor software ของ OKnation ซึ่งน่าจะใช้เงินหลายแสนในการทำ จึงสู้ opensource เช่น fckeditor ใน CMS ไม่ได้

แก้เกือบ 20 รอบ เหงื่อตกเลย
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 25/05/2007 เวลา : 19.53 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31