พิมพ์หน้านี้
|
ตัว Friendman นั้นมีความชื่่นชมอินเดียมาก ในปัจจุบันบริษัทข้ามชาติโดยเฉพาะยิ่งทางด้าน IT แห่กันไปตั้งสำนักงานที่ Bangalore หรือ Silicon Valley แห่งอินเดีย ชาวภารตะเป็นคนมีตรรกะ คิดเ็ป็นเหตุเป็นผล ลองนึกการที่ประเทศนี้เป็นต้นกำเนิดศาสนาสำคัญของโลกอย่างน้อยสามศาสนา ผมเคยไปอินเดียอยู่ครั้งหนึ่ง เมืองที่ไปชื่อ Hyderabad ในอินเดียจะมีเมืองลงท้ายด้วย bad bad นี้เยอะมาก ขณะนั่งรถจากสนามบินเข้าเมืองมี Billboard ขนาดใหญ่ มีข้อความตัวเบ้อเริ่ม แปลเป็นไำทยได้ว่า คุณทราบหรือไม่ว่าพนักงานของ Microsoft 37% เป็นคนอินเดีย (ตัวเลขไม่เป๊ะครับ แต่ประมาณ 30-40) Director คนหนึ่งของ Microsoft ซึ่งเป็นคนอินเดียเคยบอกว่า Programmer ชั้นเยี่ยมนั้นมี productivity มากกว่า Programmer ธรรมดามาก ไม่ใช่ 10 เท่า หรือ 100 เท่า แต่เป็น 50,000 เท่า ! ซึ่งในโลกนี้ก็มีคนอินเดียกับรัสเซียที่เก่งทางด้านนี้มาก สิ่งที่ได้ถูก outsource จากสหรัฐไปยังอินเดียแล้วมีอะไรบ้าง IT อันนี้แทบไม่ต้องอธิบายมาก เพราะเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว
บริการทางด้านการเงิน และข่าว เนื่องจากคนอินเดียวิเคราะห์เก่ง สำนักข่าว เช่น Reuters และสถาบันการเงิน จึงเริ่มมี outsource การวิเคราะห์ข่าวและข้อมูลทางการเงินมาที่นี่ บริการ บริการอื่นๆ - เช่น พวกขอคืนภาษี จองตั๋วเครื่องบิน เรื่องภาษาของคนอินเดียนี่ก็เป็นประเด็นเหมือนกัน เค้าจะเก่ง Grammer มาก พูดน้ำไหลไฟดับ แต่สำเนียงจะเหน่อๆ ไม่เหมือนฝรั่งจริงๆ บริษัทที่รับคนมาทำ
1. Walls down, windows up. กำแพงเบอร์ลินพังลงในวันที่ 9/11/1989 อีกหกเดืิอนต่อมา Microsoft Windows รุ่น 3.0 ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นแรกที่ใช้การได้ดีออกวางตลาด เหตุการณ์แรกเป็นจุดจบของยุคสงครามเย็น ประชาธิปไตยเบ่งบาน ทั้งโลกตอบรับระบบเศรษฐกิจแบบเสรีหรือทุนนิยม เหตุการณ์หลังทำให้คนธรรมดาๆมีความสามารถในการประมวลผล สร้าง และเผยแพร่สารสนเทศ (information) ได้มากขึ้น จนถึงตอนนี้ผมยังนึกไม่ออกว่าก่อนมี Windows และ Office เราเคยทำงานกันยังไง 2. Rise of World Wide Web and Netscape
3. Work Flow Software เราไม่ได้ทำแค่การส่ง E-mail และ Instant Messaging (เช่น MSN) ผ่านเน็ต Friedman ได้ยกตัวอย่าง การทำหนัง Animation ของ Hollywood ที่ใช้ประโยชน์จาก Global Supply Chain โดยมีการแยกงานส่วนต่างๆ ออกให้ผู้รับเหมาหลายบริษัทจากหลายๆประเทศทั่วโลก ซึ่งในการจะทำแบบนี้ได้ต้องใช้เทคโนโลยี่เครือข่ายส่วนบุคคลเสมือนจริง (VPN) ในการทำงานร่วมกันของผู้เกี่ยวข้อง ผมคิดว่าการออกแบบเครื่องบิน Boeing 777 ที่ทำในคอมพิวเตอร์ทั้งหมดก็เป็นอีกตัวอย่างนึง Friedman ยังได้สดุดีบรรดามาตราฐานของการเชื่อต่อความพิวเตอร์ต่างๆ ที่ทำให้การทำงานในลักษณะเครือข่ายมีประสิทธิภาพ เช่น SMTP TCP/IP HTTP XML และล่าสุดคือ AJAX (หุหุ รู้สึกมึนๆเหมือนกินถั่วงอกเยอะไป) 4. Online Community การที่คนจำนวนนวนมากจากทั่วทุกโลกร่วมแรงร่วมในกัน ก็ย่อมจะสร้างอะไรที่ยิ่งใหญ่ได้เสมอ ยกตัวอย่างเช่น wikipedia.com มีข้อมูลมากกว่าและเชื่อถือได้เทียบเท่า Encyclopedia Britainica myspace.com youtube.com หรือแม้แต่บรรดาโครงการ Opensource ต่างๆเช่น Linux Apache ถ้าใครได้มีโอกาสแวะไปเว็บไซต์ส่วนตัวผมซึ่งไม่เสร็จซะที J ผมใช้ Opensource ที่เรียกว่า Content Manganament System (CMS) ชื่อ Joomla เคยขอ Price Quote จากบริษัทที่รับพัฒนาเว็บไซต์ ถ้าต้องการคล้ายๆแบบนี้เค้าจะคิดเงินอย่างต่ำ 150,000 บาท ใช้ Opensource ไม่เสียแม้แต่บาทเดียว จะว่าไปแล้วมันก็ทำลายธุรกิจบางอย่าง แต่ทำให้ต้นทุนในการทำอะไรหลายๆลดลง ซึ่งก็จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม ตัวอย่างเรื่องพลังของชุมชนออนไลน์นี้มีเยอะเยอะเลยครับ รวมทั้งกรณีของ OKnation.net ด้วย แต่ขอยกไปรวมกับการย่อยหนังสือ Wikinomics เลยน่าจะดีกว่าครับ 5. Outsourcing การใช้ทรัพยากรหรือความช่วยเหลือจากนอกบริษัทในงาน IT เ้ป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน โดยอินเดียเ้ป็นผู้ได้รับอานิสงส์อย่างเต็มที่ จุดเริ่มต้นของการ Outsource เกิดจากความต้องการบุคคลากร IT ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 1999 เมื่อโลกต้องเตรียมการรับมือกับปัญหาใหญ่ที่ตัวเองเป็นคนสร้างไว้ คือ Y2K (คอมพิวเตอร์สมัยก่อนรู้จักปีเป็นตัวเลขสองหลัง ดังนั้นปี 2000 จะหมายถึงปี 1900 และบางระบบจะไม่ทำงาน หรือมีความผิดพลาด) 6. Offshoring การไปตั้งโรงงานหรือบริษัทในประเทศที่มีทรัพยากรในการผลิตเช่น แรงงาน วัตุดิบ ถูกกว่า เช่น จีน ลาตินอเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 7. Supply-Chaining การบริหารห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพทำให้สามารถนำชิ้นส่วนหรือสินค้่าจากทั่วทุกมุมโลกมาตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ง่ายขึ้น และสามารถตอบสนองต่อ demand ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ธุรกิจลดต้นทุนได้ทั้งของวัตถุดิบและต้นทุนในการจัดเก็บสินค้าคงคลัง บริษัทที่เป็นตัวอย่างที่ดี เช่น Wal-Mart (ในหลักสูตร MBA มักจะชอบยกตัวอย่างระบบ Cross-Docking ของเค้า) และ Dell Computer ในขณะบริษัทที่ช่วยสนับสนุน เช่น DHL FedEx UPS ก็มีบทบาทสำคัญ ซึ่งเค้าจะกล่าวถึงในหัวข้อที่ 8 (Supply Chain Management เป็นสิ่งที่ประเทศไทยกำลังต้องการอย่างยิ่ง และผมอยากเรียนวิชานี้มาก แต่ก็ไม่ได้เรียน) การจัดการที่มีประสิทธิภาพนี้ต้องอาศัย IT เข้ามาช่วยอย่างมาก ล่าสุดที่กำลังมากแรงก็คือเทคโนโลยี RFID 8 . Insourcing
9. In-forming หัวข้อนี้เค้าก็บรรยายสรรพคุณของเครื่องมือค้นหาข้อมูลใน internet เช่น Google Yahoo ที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้ว 10. Digital, Friedman เรียกรวมๆว่า Steroids เพราะเป็นกลุ่มของเทคโนโลยี่ที่ช่วยทำให้ปัจจัยโลกแบนอื่นๆทำงานได้ดียิ่งขึ้น เค้าเล่าถึงประสบการณ์ที่เห็นเพื่อนใช้บริการออนไลน์บน bullet train ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในสหรัฐอเมริกา บริการสื่อสารข้อมูลไร้สายไม่เจริญเท่า (ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกในโลกที่เข้าสู่ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่สามหรือ 3G ตั้งแต่ปี 2001 ประเทศไำทยน่าจะไปปีหน้าครับ) นอกจาก wireless technology แล้ว steroid ตัวอื่นๆ (มีหกตัว) ได้แก่ ความสามารถในการประมวลผลที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลของ Chip ,Instant Messaging และ File Sharging, การพูดคุยโทรศัพท์ผ่านเครือข่าย internet หรือ Voice over IP, การประชุมทางไกล หรือ Videoconference และสุดท้่ายคือ Computer Graphics
หลังจากเรื่องนี้แล้ว ผมจะเริ่มเขียนเรื่องการจัดการความรู้ (Knowledge Management) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานค้นคว้าอิสระ (Independent Study) เพื่อจบ MBA นะครับ ไหนๆก็จะศึกษาแล้วไม่อยากให้สูญเปล่า ต้องออกตัวก่อนเลยว่า อาจจะน่าเบื่อและน่าปวดกบาลเป็นอย่างยิ่ง ถ้าใครเปิดมาแล้วรู้สึกว่าผิดช่องก็กดรีโมทเลยครับ แต่พยายามเอาเรื่องอื่นๆ เบาๆ มาคั่นกลาง |
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||