• rabbitzilla
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rabbitzilla@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-15
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 11019
  • จำนวนผู้โหวต : 22
  • ส่ง msg :
Lifelong Learning
สิ่งใหม่ๆที่ได้เรียนรู้ ไม่มีที่จะจดจึงต้องเอามาฝากไว้
Permalink : http://www.oknation.net/blog/lifelong-learning
วันศุกร์ ที่ 15 มิถุนายน 2550
Knowledge Management (3)
Posted by rabbitzilla , ผู้อ่าน : 345 , 17:21:52 น.   | หมวดหมู่ : Bookworms  
พิมพ์หน้านี้


ก่อนที่เราจะไปต่อ มาคุยถึงชนิดของความรู้กัน  ก็มีนักวิชาการแบ่งไว้หลายวิธีด้วยกัน แต่การแบ่งที่มีประโยชน์ ถูกนำไปอ้างอิงในการจัดการความรู้อยู่บ่อยครั้ง ได้แก่แนวคิดของ Polanyi (1958,1966) ที่ว่าความรู้นั้นแบ่งออกเป็นสองประเภทได่แก่

§  ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็นความรู้เชิงทฤษฏี เนื้อหาวิชาการและข้อมูลต่างๆ ที่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร อยู่ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น หนังสือ เอกสาร  กฎ ระเบียบ คู่มือปฏิบัติงาน วิดีโอ เทปบันทึกเสียง แฟ้มข้อมูลในคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

§  ความรู้ที่ฝังลึก (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่อยู่ภายในตัวบุคคล ไม่สามารถมองเห็นได้  เกิดจากทักษะ ประสบการณ์ และพรสวรรค์ที่อยู่ในตัวบุคคล

ในองค์กรนั้นความรู้ที่ชัดแจ้งนั้นมีอยู่น้อยมาก ความรู้ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของความรู้ฝังลึก เปรียบเสมือนภูเขาน้ำแข็งที่จมอยู่ใต้น้ำเป็นส่วนใหญ่ การจัดการความรู้หลังระยะหลังๆเกือบทุกทฤษฎีจะต้องพูดถึงการเปลี่ยนรูปแบบของความรู้จาก Tacit เป็น Explicit แต่เราจะไม่มีวันที่จะเปลี่ยนได้ทั้งหมด เปรียบเสมือนให้ผีกาก้ามาเขียนหนังสือว่า ฟุตบอลนั้นเตะยังไงคงทำไม่ได้ เพราะความรู้ัของแกส่วนใหญ่ไม่สามารถแสดงออกเป็นคำพูด

 
การจัดการความรู้นั้นได้มีวิวัฒนาการมาได้ระยะหนึ่งแล้ว 
Snowden (2002) เจ้าของตัวแบบ Cynefin ที่ทำผมหน้ามืดมาสองสามรอบแล้วเพราะอ่านไม่รู้เรื่อง ได้เสนอว่า การจัดการความรู้อาจแบ่งออกได้เป็นสองยุคด้วยกันได้แก่

§  ยุคที่หนึ่ง คือช่วงก่อนปี 1995  เป็นช่วงที่เน้นไปทางด้านการจัดหาสารสนเทศ (Information) ให้พร้อมที่จะใช้ในการตัดสินใจของผู้บริหาร จึงเน้นไปที่ความรู้ที่ชัดแจ้งและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยจัดการ

§  ยุคที่สอง เริ่มมีการให้ความสำคัญแก่ความรู้ที่ฝังลึกหรือความรู้ในตัวคนมากขึ้น  ตั้งแต่มีผลงาน The Fifth Discipline ของ Peter Senge ในปี 1990 ที่เสนอวินัยของการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ห้าประการ  แต่การจัดการความรู้ในยุคที่สองนี้เริ่มอย่างจริงจังในปี 1995 เมื่อตัวแบบ SECI ของ Nonaka และ Takeuchi ได้รับการยอมรับเป็นอย่างกว้างขวาง โดยทั้งสองท่านให้ความสำคัญกับการไหลและเปลี่ยนรูปของความรู้  จากความรู้ที่ฝังลึกเป็นความรู้ที่ชัดแจ้งและในทางกลับกัน  จากระดับปัจเจกบุคคลสู่ระดับกลุ่มและระดับองค์การ 

Snowden ยังให้ทัศนะว่า การจัดการความรู้ในปัจจุบันยังคงอยู่ในช่วงปลายของยุคที่สอง และกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่สามซึ่งเป็นการจัดการความรู้แบบทันเวลาพอดี (Just In Time Knowledge Management) ซึ่งจะไม่มีการแบ่งแยกประเภทของความรู้อีกต่อไป

แต่บางท่าน เช่น McEnroy เจ้าของตัวแบบการจัดการความรู้ Knowledge Life Cycle แย้งว่าเรายังไม่ได้เข้าสู่ยุคที่สาม นอกจากยังนี้ยังบอกว่า ควรใช้เกณฑ์อื่นในการแบ่งยุค โดยเค้าแบ่งตามฟากของความต้องการความรู้ออกเป็นสองยุคเช่นกันได้แก่  

§  Supply-side KM เป็นการจัดการความรู้ในยุคแรกๆ โดยเน้นที่การจัดการที่มีอยู่แล้วในองค์กรให้มีการเผยแพร่อย่างทั่วถึง เพื่อแก้ปัญหามีการแบ่งปันความรู้ไม่เพียงพอ (Inadequate Knowledge Sharing) เน้นที่การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยจัดเก็บและกระจายความรู้ที่อยู่ในรูปเอกสารในฐานข้อมูล  ความสนใจของการจัดการความรู้ยุคนี้คือทำอย่างไรให้มีความรู้พร้อมใช้งาน แต่ไม่ได้สนใจว่าความต้องการความรู้ขององค์กรนั้นเป็นอย่างไร

§  Demand-side KM เป็นการจัดการความรู้ในยุคปัจจุบัน ซึ่งเน้นที่การตอบสนองความต้องการความรู้ขององค์กร  ดังนั้นจึงให้ความสนใจแก่การสร้างวัฒนธรรมองค์และปัจจัยทางด้านมนุษย์มากกว่ายุคแรก

ผมยังไม่เห็นว่า การแบ่งสองวิธีนี้แตกต่างตรงไหน เพราะสุดท้ายแ้ล้วก็ได้ความว่า ยุคแรกเน้นระบบ IT ยุคหลังเน้นคนเหมือนกัน (หรือถ้าจะให้ถูกกว่านี้คือยุคหลังเน้นสองด้าน)

 
มาถึงตรงนี้หลายคนคงสงสัยว่า เราทำ
KM จริงๆแล้วเราได้ใช้ทฤษฎีต่างๆเหล่านี้จริงหรือเปล่า Dalkir (2005) บอกว่าควรนำแนวคิดทฤษฎีและตัวแบบต่างๆมาประยุกต์ใช้ควบคู่กับหลักปฏิบัติอื่นๆ จะเกิดผลสำเร็จสูงสุด  ผู้บริหารส่วนใหญ่มักจะชอบทางลัด มาในแนว Best Practice โดยเลือกนำเครื่องมือและวิธีการต่างๆที่คิดว่าเหมาะสมกับองค์กรของตนไปปฏิบัติหรือให้ความสำคัญกับวิธีการ เช่น COP และ  KMS มากกว่าหลักการ เนื่องจากขาดตัวแบบที่ดีการจัดการความรู้ในองค์กรธุรกิจจึงประสบความล้มเหลวอยู่บ่อยครั้งเพราะหลงลืมไม่ได้ดูแลเรื่องที่สำคัญบางเรื่อง   

ผมเคยถามผู้จัดการความรู้ของบริษัท กขคง ที่ผมทำงานอยู่ก็ไม่ได้รับคำตอบเหมือนกันว่าเราใช้ตัวแบบอะไร

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
rabbitzilla วันที่ : 16/06/2007 เวลา : 12.32 น.
http://www.oknation.net/blog/season-change-chiangmai

ชุมชนกับเศรษฐกิจพอเพียงซิครับ กำลังร่วมสมัย
ความคิดเห็นที่ 3
อาคม วันที่ : 16/06/2007 เวลา : 10.07 น.
http://www.oknation.net/blog/akom

เป็นประโยชน์มากครับ
ความคิดเห็นที่ 2
เจเจค่ะ วันที่ : 15/06/2007 เวลา : 19.37 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
หนีไปเท่ว อิอิ..... 


คุณพี่ขา

คือว่า

เจเจเรียนวิจัยอยู่น่ะค่ะ

ประสบปัญหาชีวิตมากเลย

คิดอะไรไปส่งมันก็ fallacy หมด

พอจะมีหัวข้องามๆ เป็นแนวทางให้เจเจบ้างมั้ยคะ

" ศักยภาพการพัฒนาตนเองของชุมชนเข้มแข็ง : กรณีศึกษา "

อาจารย์ก็บอกว่ามัน obvious

ตอนนี้ล่ะตันไปหมดเยย


ความคิดเห็นที่ 1
เจเจค่ะ วันที่ : 15/06/2007 เวลา : 18.12 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
หนีไปเท่ว อิอิ..... 


เจเจก็วุ่นกับการอ่านหนังสือ

ของ Peter Senge

หลังอ่าน Learning Organization เสร็จ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30