พิมพ์หน้านี้
|
มดนั้นตัวเล็ก แต่ไม่หยุดเดิน จริงๆครับ จึงตายหมู่ (หนังสือคุณนันทขว้างจะขายออกมั้ยเนี่ย :) ปรากฏการณ์นี้ได้ชื่อในเวลาต่อมาว่า Circular Mill มดมีการตัดสินใจตามอย่างมดตัวข้างหน้า เมื่อมดหลงทางจากรังมันจะไม่คิดอะไรทั้งสิ้นนอกจากเดินตามตัวอื่นๆ และตัวหน้าก็เดินตามตัวต่อๆไปเป็นทอดๆ ถ้าโชคไม่ดีก็เกิดจะล็อกเป็นวงแหวนแบบในกรณีมด Guyana มดนั้นถึงอยู่รวมเป็นฝูงก็ไม่เกิดความฉลาดของฝูง เพราะมดแต่ละตัวไม่ได้มีอิสระในการตัดสินใจนะครับ ถ้าบ้านคุณมีมดอพยพเป็นทางเข้ามาทางหน้าต่าง คุณอาจจะลองทฤษฎีนี้โดยเอา Spray ไปฉีดตรงทางที่มันจะเข้ามา และรูที่มันจะเข้าไป มดที่อยู่ระหว่างกลางนั้นมันงงทำอะไรมันถูกและเริ่มจับกลุ่มกัน มดในห้องน้ำบ้านผมประมาณ 200-300 ตัวจับกลุ่มเป็นวงกลมอยู่ไม่ต่ำกว่าสามวัน ไม่รู้จะไปไหน จนผมลืมไปเลย (จะว่าผมโหดมั้ยเนี่ย) สำหรับท่านที่ไม่มีโอกาสได้อ่านตอนแรกผมขอสรุปสั้นๆว่า ฝูงชนจะฉลาดมากกว่าหรือเทียบเท่ากับคนที่ฉลาดที่สุดในกลุ่ม โดยมีเงื่อนไขว่า กลุ่มคนเหล่านั้นจะต้องมีความหลากหลาย เป็นอิสระในการตัดสินใจไม่ขึ้นแก่กัน ไม่รวมศูนย์อยู่ที่เดียวกัน และปัญหาที่จะแก้นั้นเป็นเรื่องทั่วๆไปนะครับ การคุยกันในทีมงานนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่การมีการสื่อสารกันมากเกินไปก็สามารถทำให้กลุ่มฉลาดลดลงได้ เพราะจะมีบางคนเริ่มพยายามใช้อิทธิพลหรือกล่อมให้อีกฝ่ายเชื่อ หรือเกิดความคิดแบบเป็นกลุ่ม (Groupthink) ขึ้น การตัดสินใจที่ดีที่สุดของกลุ่มเกิดขึ้นเมื่อมีความเห็นที่ขัดแย้งหรือมีการสู้กันทางความคิด ไม่ใช่ความเห็นที่เป็นเอกฉันท์หรือประนีประนอม แต่ละฝ่ายไม่จำเป็นต้องเป็นผู้รู้มากแต่ต้องมีข้อมูลกันคนละนิดละหน่อย และก็ไม่ใช่ว่าปล่อยให้เถียงกันไปอย่างนั้นไม่ยอมเลิก จะต้องมีกลไกบางอย่างที่คอยรวบรวม (Aggregation) ความเห็นเหล่านั้นออกมาเป็นความเห็นของฝูงชนให้จงได้ (เช่นการ vote) Surowiecki บอกว่าความเป็นอิสระเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อความฉลาดของฝูงชน เค้ายกเหตุผลว่า การตัดสินของสมาชิกนั้นมีความคลาคเคลื่อน ถ้าทุกคนเป็นอิสระจากกัน ความคลาดเคลื่อนนั้นจะเป็นแบบสุ่ม (Random) เมื่อนำมารวมกันจะหักล้างกันไปเอง (Self-Canceling) แต่ถ้ามี Groupthink เกิดขึ้น ความเคลื่อนเหล่านี้จะ Correlate กันได้ทำให้ยังคงอยู่ นอกจากนี้ความเป็นอิสระทำให้สามารถใช้ข้อมูลใหม่ๆ แทนที่จะใช้ข้อมูลที่กลุ่มคุ้นเคย ในสังคมเรามี Groupthink อยู่เต็มไปหมด ในทางสังคมศาสตร์เค้าจะมีชื่อเรียกปรากฏการณ์เหล่านี้ไว้หมดเลย เช่น
ผู้เขียนยังได้ยกตัวอย่างของการที่ผู้ตัดสินใจมีความคล้ายคลึงกันเกินไป และมีผู้มีอำนาจมากกว่าอยู่ในกลุ่ม จึงเกิด Groupthink ขึ้น ในปี 1961 ประธานาธิบดี JFK ของสหรัฐสั่งให้นาวิกโยธินแค่ 1,200 คน บุกอ่าวหมู (Bay of Pigs) ของคิวบาเพื่อปฏิวัติล้มล้าง Fidel Castro ซึ่งปฏิบัติการครั้งนั้นล้มเหลวไม่เป็นท่า นับเป็นหายนะของผู้ที่พยายามใช้กลุ่มในการตัดสินใจแต่สมาชิกในกลุ่มกลับไม่เป็นอิสระ ผมจำตัวอย่างที่จี้เส้นกว่านี้ได้ พวก Viking เคยยกกองเรือมีทหารแค่ 300 (สามร้อย) คน ไปตีกรุงปารีส แต่ Surowiecki ก็ไมได้แย้งว่าความเป็น Expert นั้นไม่มีความหมาย ในเรื่องที่ต้องใข้ประสบการณ์ ต้องใช้วิชาการเฉพาะด้าน เช่น หมอ วิศวกร ทนายความ ก็ยังไม่มีอะไรดีกว่าการขอความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ อย่างเช่น มาตรการที่ขนส่งเชียงใหม่เอามาใช้กับคนที่ชอบห้อยตัวประหลาดไว้ท้ายรถ อ้างว่า อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจของผู้อื่น อันนี้ผมไม่รู้จริงๆ และคงต้องถามนักกฏหมาย (หนังสือ Wisdom of Crowds นี้ เห็นเล่มกระจิ๊ดเดียว แต่อ่านแล้วยาวกว่าที่ผมคิดไว้มากเลยครับ และเรื่องที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้เป็นตอนต่อจาก http://www.oknation.net/blog/lifelong-learning/2007/05/03/entry-1) |
| << | มิถุนายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |