พิมพ์หน้านี้
|
เป็นที่รู้กันดีว่า สุดยอดไวน์ของโลกนั้นผลิตจากองุ่นในไร่จากจังหวัด Orley Ashenfelter เป็นคนรักไวน์เป็นอย่างยิ่ง เค้าหลงใหลในกลิ่นรสของไวน์แดงที่บ่มจนได้ที่ และพยายามจะค้นหาว่า อะไรกันแน่ที่เป็นพลังที่อยู่เบื้องหลังของไวน์รสดีและไวน์ที่ไม่ได้เรื่อง ด้วยความที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Princeton เค้าจึงมีวิธีคิดที่แตกต่างออกไปจากนักชิมไวน์คนอื่นๆ Ashenfelter พบว่า ฝนที่ตกน้อยในฤดูเพาะเก็บเกี่ยวและอุณหภูมิเฉลี่ยที่สูงในฤดูร้อนมีแนวโน้มจะทำให้ได้องุ่นที่นำไปบ่มไวน์รสเลิศ เค้าศึกษาข้อมูลช่วงปี 1952-1980 และประยุกต์ใช้เครื่องมือทางสถิติต่างๆในการคำนวณ จนได้สมการที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพของไวน์กับสภาพอากาศ ว่า Wine Quality = 12.145 + 0.00117*Winter Rainfall + 0.0614*Average Growing Season Temperature 0.00386*Harvest Rainfall ซึ่งก็หมายความว่า หากเรามีข้อมูลของฝนฟ้าในปีนั้น ก็จะรู้คุณภาพของไวน์ที่จะไปตกถึงลิ้นนักชิมในอีกหลายปีข้างหน้าได้ทันที เช่นทุกๆเซนติเมตรของฝนที่ตกในหน้าหนาวจะทำให้ราคาไวน์ของปีนั้นสูงขึ้น 0.00117 ดอลลาร์ !! แต่ภายหลังที่ Ashenfelter ตีพิมพ์ผลงาน เขาก็ได้รับการตำหนิอย่างสาดเสีย โดยเฉพาะจากบรรดานักชิมไวน์ชั้นครู นิตยสาร Wine Magazine ของอังกฤษกล่าวว่า สมการของ Ashenfelter เป็นเรื่องโง่เง่า พวกเขามองเห็น Ashenfelter เป็นตัวตลก เพราะมีแต่สุดยอดปลายลิ้นของนักชิมไวน์เลื่องชื่อเท่านั้นที่จะบอกได้ว่า ไวน์ชั้นยอดนั้นอยู่ในขวดใด ซึ่งมันก็จะเกิดขึ้นตอนเปิดขวด ไม่ใช่ตอนเก็บลูกองุ่น บางคนก็บอกว่า เหมือนกับนักวิจารณ์ที่ไม่เคยดูหนังเลย หลังจากแนวคิดของ Ashenfelter ตกอยู่ในมุมมืดได้หลายปี พอสบโอกาสเค้าก็ได้ทำนายว่าไวน์จากองุ่นในปี 1989 จะเป็นสุดยอดไวน์แห่งศตวรรษ ซึ่งนั่นก็ทำให้เซียนไวน์ต่างๆเริ่มหุบปากเมื่อเห็นราคาประมูลพุ่งขึ้นไปสูงลิ่ว เค้ายังทำให้วงการทึ่งอีกครั้งเมื่อบอกว่าไวน์ปี 1990 จะสุดยอดยิ่งกว่า และก็เป็นจริงตามคำทำนายนั้น ในปัจจุบันวงการไวน์หันมาให้ความสำคัญมากขึ้นต่อลมฟ้าอากาศในปีที่ปลูกองุ่น ผลงานของ Ashenfelter ให้ความสำคัญต่อข้อมูลตัวเลขมากกว่าที่จะใช้ common sense ในงานที่แต่เดิมไม่มีใครเชื่อว่าคณิตศาสตร์จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาอะไรได้ ผมเขียนเรื่องนี้หลังจากอ่านบทนำของหนังสือ Super Cruncher ของ Ian Ayres ที่ส่งมาจาก Amazon.com จบ ในระยะหลังๆนี้แนวคิดเรื่องการใช้ข้อมูลตัวเลขมากแรงมากในหลายๆวงการ การใช้โมเดลทางคณิตศาสตร์กำลังมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจทางธุรกิจ และการทหารในประเทศที่พัฒนาแล้ว และผมเชื่อว่า แนวโน้มนี้กำลังจะเข้ามาในประเทศไทยเช่นกัน Super Cruncher อยู่ในกลุ่มของ Post-Freakonomics หรือหนังสือที่เขียนถัดจาก Freakomics ของ Stephen Levitt ซึ่งโด่งดังมากเมื่อหลายปีก่อน Freakonomics เป็นหนังสือที่พยายามอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ นับเป็น Phenomenon อย่างหนึ่งในวงการหนังสือ หลังจากหนังสือเล่มนี้แล้ว ก็มีแนวเดียวกันออกกันมาเป็นดอกเห็ด เช่น The Economic Naturalist , The Myth of Rational Voter, Discover Your Inner Economist รวมทั้งในบ้านเราก็มี เศรษฐศาสตร์ในกรุงเทพ ของใครก็ต้องขอโทษที่จำไม่ได้ครับ
|
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||