พิมพ์หน้านี้
|
ผมมานั่งนึกย้อนถึงเรื่องราวต่างๆในวัยเด็ก ตามประสาคน(เกือบ)แก่ ประสบการณ์ในโรงเรียนเป็นสิ่งที่ฝังใจจริงๆ ผมเป็นคนที่ไม่เคยขี้เกียจไปเรียนหนังสือ ออกจากบ้านทีไรรู้สึกสนุก ไม่ใช่ว่าบ้านไม่อบอุ่น แต่ไปโรงเรียนแล้วมีเพื่อนเล่น เสียงกริ่งดังทีไรก็มีเฮ ส่วนเรื่องการศึกษาหาความรู้กลับเป็นเรื่องรองลงไป เรื่องที่อยากจะ Share ในวันนี้เป็นความรู้ที่ได้ถูกสอนในห้องเรียน ซึ่งในเวลาต่อมาผมก็ได้ทราบว่า บางเรื่องได้เปลี่ยนไปแล้ว หรือได้รับการอธิบายที่ไม่ถูกต้องเลยตั้งแต่เริ่มต้น และบางเรื่องหากได้เพิ่มเติมอีกนิดก็จะดีมาก คุณครูมักจะบอกแต่ปัจจัยที่ทำให้การเรียนประสบความสำเร็จ ใครบ้างไม่ได้ท่อง สุจิปุลิ ใครจำ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา (อิทธิบาท 4) ไม่ได้ แต่มีแค่นี้อาจจะไม่ประสบความสำเร็จ เสมือนข้ามถนน เลือกข้ามตรงทางม้าลายแล้ว เดินตรงดิ่งไปข้างหน้า บางทีก็แบนอยู่กลางทางหรือติดรถสิบล้อไป เพราะลืิมดูซ้ายขวาให้ดี ที่ถูกควรเรียนรู้ปัจจัยที่จะทำให้ไม่ประสบความสำเร็จด้วย ผมก็ยังไม่เห็นว่าอะไรจะดีและเข้าใจง่ายเท่านิวรณ์ 5 ซึ่งเคยเล่นงานพระอานนท์ไม่ให้บรรลุอรหันต์มาแล้วในสมัยพุทธกาล นิวรณ์ 5 ได้แก่ กามฉันทะ พอใจในกาม รักต้องยุ่ง ไม่มุ่งแต่เรียน แบบนี้คงจะไม่รอด และถ้าไม่สำเร็จก็ควรบอกวิธีทำใจ J ว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา (ไตรลักษณ์) เป็นธรรมดาของโลก สอบ ENT สมัยก่อนไม่ได้ก็มีทางอื่นๆไป เพื่อนผมมันเคยบอกว่า การ ENT ไม่ใช่เส้นทางสุดท้าย ดังนั้นเป็นเรื่องชอบธรรมแล้วที่ข้าพเจ้าสอบเข้าวิศวะลาดกระบังไม่ได้ (แต่ก่อนสอบเค้าก็ไม่เคยพยายามคิดว่าจะสอบได้) ถูกครับพี่ แต่ขอให้เดินทางหลักที่ชาวบ้านเค้าไปกันก่อน ถ้ามันไม่สำเร็จหรือเห็นชัดๆว่ามีทางลัดที่ดีกว่า แล้วค่อยเปลี่ยนใจ ตั้งต้นด้วยการเข้าป่าแบบตี๋แมทชิ่ง และเพื่อนผมเลยเนี่ยโอกาสจะล้มเหลวมีสูงมาก ผู้หญิงมี Chromosome XX ผู้ชายมี Chromosome XY จริงๆแล้วใน Nucleus ของ Cell ยกเว้นเม็ดเลือด จะมี Chromosome อยู่ 23 คู่ ผู้หญิงมีหมายเลข 1,2,3, ,22 และ X จากแม่ 1,2,3, ,22 และ X จากพ่อ ส่วนผู้ชายมีหมายเลข 1,2,3, ,22 และ X จากแม่ 1,2,3, ,22 และ Y จากพ่อ มีแค่ X กับ Y จะเป็นคนไม่ได้นะครับ เป็นหอยทากยังไม่ได้เลย เคยเล่าให้พี่คนนึงฟัง แกบอกว่า ผมคิดมากไป ขืนให้ผมไปสอนหนังสือ เด็กจะหัวล้านก่อนวัยอันควร J เวลาสอนประวัติศาสตร์ ครูมักจะไม่วิเคราะห์ให้เรา ท่านมักจะเล่าไปตามหนังสือ นักเรียนก็ยึดเอาตามนั้น เช่นพระเจ้าตากนั้นทรงเสียสติ นึกว่าบรรลุโสดาบัน ผมเองก็เคยประนามพระเพทราชา ผู้ทำการรัฐประหารตอนสิ้นแผ่นดินสมเ้ด็จพระนารายณ์มหาราชอยู่หลายปี เพิ่งจะมารู้ไม่นานมานี้ว่า บ้านเมืองเราสมัยนั้นเปิดเกินไป ฝรั่งได้เข้ามายึดอำนาจในราชสำนัก ขุนนางที่มีอำนาจมากที่สุดคือ ออกญาวิชาเยนทร์ หรือ Constantine Falcon ฝรั่งเชื้อสายกรีกซึ่งเป็นตัวแทนของฝรั่งเศส ตานี่กำลังจะเชิดเชื้อพระวงศ์องค์หนึ่งให้เป็นกษัตริย์ ซึ่งก็หมายถึงการยึดอำนาจเบ็ดเสร็จในกรุงศรีฯ พระเพทราชาจึงต้องปฏิวัติและขับไล่ฝรั่งออกจากสยาม มิฉะนั้นแล้วพระเจ้าตากจะได้ทรงกู้กรุงศรีครั้งที่ 3 เหตุการณ์นี้คุ้นๆมั้ยครับ คล้ายๆกับสิ่งที่เกิดขึ้นหลัง ปี 2540 แต่กลับกัน ปีนั้นเราเชิญฝรั่งมา shopping ของถูกจาก ปรส. มีคนไทยไม่น้อยที่ยังแค้นพม่าอยู่ ที่มาเผากรุง ลอกทองออกจากพระเจดีย์และพระพุทธรูป การที่เพื่อนบ้านเรายังประสบเคราะห์กรรมอยู่จนทุกวันนี้ คนเหล่านั้นก็เชื่อว่าเป็นผลกรรมจากการที่ มัน มาทำลายศาสนา แต่จริงๆแล้วปัญหาของของพม่าเป็นผลกรรมจากการตัดสินใจรบแตกหักกับอังกฤษในช่วงกษัตริย์องค์สุดท้ายของเค้า ก็เท่านั้นเอง พม่านะครับ เค้าก็ทำนุบำรุงศาสนาพุทธในประเทศเค้า เผลอๆจะดีกว่าเราอีก ฝรั่งแถวยุโรป ตีกันจะเป็นจะตาย แต่ละประเทศก็มีคู่อริอยู่ข้างๆบ้านทั้งนั้น ตอนหลังมารวมกันเป็น EU ได้ ก็เจริญเอาๆ แต่ทำไมคนเอเชียเจ้าคิดเจ้าแค้นกันนักก็ไม่รู้ ชนชาติไทยเมื่อก่อนอยู่เชิงเขาอัลไต ตำราสมัยโน้นเขียนโดยพวกชาตินิยมครับ ให้นักโบราณคดี นักมานุษยวิทยาสมัยนี้ดูคงหัวเราะกันกลิ้ง คนเชื้อชาติไทยก็อยู่แล้วนี้แหละ ไม่ได้มาจากไหน อาณาจักรน่านเจ้า สิบสองปันนา ไม่ได้มีอะไรมาเกี่ยวกับเรา เรื่องภูเขาอัลไตนั้น ผมกลับเชื่อตำนานพื้นบ้านอีสานเรื่องพญาคันคากกับพญาแถน และกำเนิดมนุษย์ มากกว่าเสียอีก ข้าราชการเดี๋ยวก็มา เดี๋ยวก็ไป ที่หน้าห้องพักครูใหญ่มีแผ่นไม้ขนาดใหญ่ทาสีสวยงาม เขียนชื่อตำแหน่งข้าราชการที่มีตำแหน่งใหญ่โตท้องถิ่น เช่น ผู้ว่า นายอำเภอ สารวัตร บางทีก็ลงลึกไปถึงศึกษาธิการอำเภอ สัสดีอำเภอ ท่านเหล่านี้ก็มีเกียรติล่ะครับ แต่ผมยังไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กๆจะต้องท่องชื่อเหล่านี้ เพราะท่านอยู่กันไม่กี่ปีก็ไป ท่องไปก็เกิดแนวคิดศักดินาเจ้าขุนมูลนายในหัวเด็กเปล่าๆ จนถึงทุกวันนี้ผมยังจำชื่อผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครคนแรกที่ครูให้ท่องได้อยู่เลย โลกกลมแต่แบน?? การเงินส่วนบุคคล ... เรื่องจำเป็นที่ไม่มีในบทเรียน ในอดีต เด็กๆมักจะถูกแยกกับครอบครัวอย่างสิ้นเชิงในทางเศรษฐกิจ เรามักจะไม่รู้ว่าพ่อ-แม่ทำมาหากินอย่างไร ใช้จ่ายอย่างไร ภาวะข้าวยากหมากแพงกำลังเกิดขึ้นหรือไม่ ผลก็คือเด็กที่ยังไม่มีรายได้ ก็มักจะรบเร้าให้ผู้ปกครองซื้อของแพงๆที่ไม่มีประโยชน์ ส่วนเด็กจบใหม่ก็ใช้จ่ายเงินเดือนๆแรกอย่้างสุรุ่ยสุร่าย หลายคนทำงานไม่ถึงปี ก็ไปหารถมาผ่อน หลานผมก็เป็นตัวอย่างนึง น้องๆในออฟฟิศก็มีเยอะ ผมจบแล้ว 3 ปีจึงซื้อรถ เด็กสมัยนี้รวยกว่าเดิมจริงๆ แต่เกิดจากพ่อแม่ ไม่ใช่รวยจากรายได้ของตนเอง ดังนั้นเงินส่วนบุคคลจึงเป็นวิชาควรนำมาสอนในระดับมัธยมต้นขึ้นไปเป็นอย่างยิ่ง จนถึงป่านนี้ผมก็ยังไม่รู้คนทำงาน 10 ปี ไม่มีภาระมาก ควรจะเก็บเงินกี่ % ของรายได้ .... มีตัวอย่างเรื่องประมาณนี้อีกเยอะมาก ผู้อ่านลองเติมเอาเองครับ ..... อย่างไรก็ตามถ้าไม่มีคุณครูผู้เสียสละเหล่านั้น ก็คงไม่มีผมในวันนี้ อยากจะกราบงามๆซักหน โดยเฉพาะคุณครูประจำชั้นประถมของผมซึ่งท่านได้เสียชีวิตลงตั้งแต่ผมยังไม่จบชั้นมัธยม ระบบการศึกษาไทยถึงจะมีข้อบกพร่องอยู่มาก แต่การศึกษาสร้างความแตกต่างได้จริงๆ เมื่อ 20 ปีก่อน บ้านผมซึ่งเป็นครอบครัวข้าราชการมีฐานะไม่ต่างจากครอบครัวอื่นๆในหมู่บ้าน แต่ในปัจจุบันเราสบายขึ้นกว่าคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด เพียงเพราะว่า พี่น้องผมจบปริญญาตรีเกือบทุกคนครับ
|
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||