พิมพ์หน้านี้
|
ช่วงเวลา 12,000 BP (Before Present) เป็นช่วงรอยต่อของยุค Pleistocene และ Holocene มนุษย์เพิ่งจะเริ่มทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้เป็นครั้งแรก เช่น การเพาะปลูก ภาษาพูดเริ่มแยกออกจากกันระหว่างชนกลุ่มต่างๆอย่างชัดเจน เวลาดังกล่าวเป็นการแบ่งระหว่างสมัยก่อนประวัติศาสตร์ (Pre-History) และสมัยประวัติศาสตร์ ยุคน้ำแข็ง (Ice Age) ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในช่วงนี้เอง หลังจากนั้นโลกเราก็อุ่นขึ้น และมนุษย์สามารถเข้าไปตั้งถิ่นฐานในที่ละติจูดสูงเช่นยุโรปตอนเหนือได้มากขึ้น โลกนั้นสมัยนั้นก็เต็มไปด้วยสัตว์ยักษ์แบบในหนังนั่นแหละ และก็มาสูญพันธุ์ไปในช่วงนั้นเยอะเลย หนังเริ่มต้นด้วยชนเผ่าหนึ่งที่น่าจะอยู่บริเวณตอนใต้ของยุโรปในปัจจุบัน อากาศหนาวเย็นมาก เพราะเป็นช่วงปลายของยุคน้ำแข็ง พวกเค้าหาเลี้ยงชีพด้วยการล่าช้างยักษ์งายาวที่ลำตัวปกคลุมด้วยขน ซึ่งถ้าดูช่วงเวลาที่หนังกำลังเล่าคือ 10,000 ปีก่อนคริสกาลนั้น โอกาสที่ยังจะมีช้างแมมมอธ (Mammoth) หลงเหลืออยู่นี่เป็นไปได้สูงเลย บางตำราก็บอกว่า แมมมอธตัวสุดท้ายเพิ่งจะสิ้นลมไปเมื่อห้าพันปีก่อน แต่คนรุ่นเราไม่ต้องกลัวนะครับ เค้ามีการค้นพบซากแช่แข็งใน ชนเผ่ายาห์กาล ตามท้องเรื่องก็ทำมาหากินอะไรไม่เป็นนะครับ นอกจากล่าสัตว์ อาวุธของพวกเค้าก็คือหอกที่ปลายเป็นหินและกระดูกสัตว์ ทำการเกษตรไม่เป็น ปลูกพืชไม่ได้ และไม่มีสัตว์เลี้ยง แค่จุดไฟได้นี่ก็เก่งแล้ว ที่ผมกลัวมากคือ ถ้าหากในเรื่องพูดภาษา @#*&% แล้วจะดูรู้เรื่องมั้ยเนี่ย (โชคดีมากที่ผู้กำกับไม่ใช่ Mel Gibson มิฉะนั้นเราจะต้องปวดหัวเหมือนเรื่อง The Passion of The Christ และ Apocalipto) พอตัวแสดงคนแรกพูดภาษาอังกฤษออกมานี่ผมใจชื้นเลย แต่ในความเป็นจริงก็คือสมัย 10,000 ไม่มีภาษาอังกฤษ แต่เริ่มมีภาษามนุษย์อย่างน้อยสามตระกูลแล้วในแหล่งอารยธรรมโบราณ เผ่ายาห์กาลของเราไม่เจริญถึงขั้นนั้น ในการล่าสัตว์จึงน่าจะใช้วิธีตะโกนโหวกเหวกชี้โบ้ชี้เบ้มากกว่า ตอนที่หัวหน้าทีมสู้แรงช้างไม่ไหว บอก let it go นี่ไม่มีทางเป็นไปได้ J ต่อมาก็มีอีกคนกลุ่มหนึ่งซึ่งตัวใหญ่ ขี่ม้า อาวุธครบมือ บุกเข้ามาจับตัวชนเผ่าที่น่าสงสารไป คนกลุ่มนี้มีวิทยาการสูงกว่า ดูจากการแต่งตัวที่มีเสื้อเกราะและเครื่องประดับโลหะ มีดาบด้วย ย่อมจะเก่งกว่านักล่าช้างของเราเป็นธรรมดา ทางด้านความเชื่อ คนกลุ่มนี้นับถือเทพเจ้าเป็นตัวเป็นตน มีนักบวช และมีพิธีกรรม แสดงว่าก้าวหน้ากว่า ชาวยาห์กาลที่นับถือ Spirit และมีพ่อมดหมอผี ผมชอบตรงที่พระเอกจะไล่ตามคนรักที่ถูกจับตัว เพื่อนก็ทักท้วงว่าจะตามไปยังไงพวกนี้มันเป็นปีศาจ มันอาจจะบินได้ พระเอกก็ตอบว่า ข้าไม่เห็นพวกมันมีปีกเลย หรือว่าเจ้าเห็น แสดงว่าความคิดที่เป็นตรรกะเริ่มจะเกิดในหมู่มนุษย์แล้ว คาราวานทาสเดินทางข้ามภูเขาสลับซับซ้อนที่เต็มไปด้วยหิมะ แล้วก็มาถึงป่าแห่งหนึ่งที่อุดมไปด้วยนกยักษ์ ก็โดนจับกินไปหลายคน ถ้าใครยังไม่ได้ดู และนึกไม่ออกว่านกยักษ์มีพฤติกรรมอย่างไร ลองนึกถึง Velocirapter ในเรื่อง ตามท้องเรื่องบอกว่า พวกที่มาจับตัวนางเอกไปนี้ อ้างตัวเป็นเทพเจ้า คนเชื่อกันว่ามาจากดาวดวงอื่น หรือมาจากแผ่นดินที่จมหายไปในมหาสมุทร ถึงในหนังจะไม่ได้บอกชื่อเกาะ เราก็สามารถคาดการณ์ได้เลยว่าหนังกำลังพูดถึง ทวีปแอตแลนติสนั่นเอง ซึ่งตามตำนานว่าน่าจะตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติก ผู้คนในทวีปลับแลนี้มีวิทยาการก้าวหน้ามาก่อนพวกอียิปต์ และกรีกโรมันเสียอีก แม้แต่ Plato นักปราชญ์กรีกโบราณก็ยังพูดถึงทวีปนี้ แต่ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานยืนยันได้ว่ามีอยู่จริง และถึงจะมีจริงก็ไม่น่าจะเก่าถึง 10,000 BC ตอนที่นางเอกเข้าไปในห้องนักบวชก็จะมีแผนที่เกาะขนาดใหญ่อยู่ทางตะวันตกของทวีปแอฟริกานะครับ แต่ขอโทษครับ สมัย 10,000 BC ไม่มีทางมีแผนที่ คนวาดแผนที่สมัยโบราณอาจจะเพี้ยนๆหน่อยนะครับ เพราะแผนที่ตัวอย่างที่ผมเอามานี้มันกลับหัว อย่างไรก็ตามทวีปนี้น่าจะอยู่นอกชายฝั่งประเทศสเปนและแอฟริกา มุขนี้เลียนแบบมหาปิรามิดสามแห่งที่เมือง ปิรามิดในหนังเป็นดังรูปนะครับ ผมเพิ่งจะเห็นปิรามิดเล็กๆที่สร้างเสร็จแล้วทางซ้ายมือ และปิรามิดจิ๋วๆอีกสามแห่ง Layout เหมือนของจริงมาก ดูดิ ตัวเล็กๆสามหน่อนั่นเป็นของมเหสีสามองค์ของฟาโรห์องค์หนึ่งเจ้าของปิรามิดเบื้องหลังนะครับ ระหว่างที่พระเอกติดตามหานางเอกบังเอิญพลัดตกลงไปในหลุมดักสัตว์ ไปจ๊ะเอ๊กับเสื้อเขี้ยวดาบ (Saber-Toothed Cat) ตัวนึง พระเอกใจดีช่วยเสือที่กำลังจมน้ำตายไว้ และเสือก็ตอบแทนพระเอกในเวลาต่อมา โดยไปป้องกันพระเอกจากการทำร้ายของชนเผ่าอื่น แล้วบังเอิญฟลุ๊คไปตรงกับตำนานของเผ่านั้นพอดี หากตานี่ไปอยู่ในช่วงเวลา 10,000 BC จริงๆก็มีโอกาสเจอกับเสื้อเขี้ยวดาบตัวเป็นๆได้นะครับ เพราะเค้าเพิ่งจะสูญพันธ์ไปเมื่อประมาณ 9,000 ปีมานี้เอง ในหนังตัวใหญ่มาก เขี้ยวยาวเกือบฟุต ตรงตามข้อมูลจริง แต่ไม่รู้หน้าตาจะเหมือนหรือเปล่า แต่ในความเป็นจริงแล้วมนุษย์ก็ยังนับถือ God ในรูปแบบต่างๆ ต่อมาอีกนับหมื่นปี และคงจะเป็นแบบนี้อีกนานตราบเท่าที่ศาสนายังตอบสนองความต้องการของสังคมได้ ตอนที่พระเจ้ากลิ้งตกบันไดลงมาแล้วผ้าคลุมหน้าเปิดออก ผมก็ยังไม่ได้คิดอะไรนะ พอมาเขียนเรื่องนี้จึง เข้าใจมุขว่า พระเจ้าหน้าตาเหมือน Sphinx ในเรื่องเลย ซึ่งก็เป็นการล้อข้อสันนิษฐานนึงที่ว่า Sphinx แห่ง ตอนจบพระเอกและทีมงานที่รอดตายนำเมล็ดพันธุ์พืชกลับไปปลูกที่บ้านด้วย พอจะมีหลักฐานว่า มนุษย์เริ่มทำกสิกรรมเป็นราวๆหนึ่งหมื่นปีมาแล้ว (แถวๆบ้านเรานี่แหละ) ดังนั้นอันนี้น่าจะพอรับได้ จริงๆหนังน่าจะทำยาวไปจนถึงข้าวโพดออกเป็นฝักเลย เพราะตรงนี้นับว่าเป็นวิวัฒนาการสำคัญของมนุษย์ ก็คงจะจบเท่านี้ครับ ที่เล่าทั้งหมดนี่ไม่ได้คิดจะเครียดอะไรนะครับ แค่ลองเล่าเล่นๆดู หวังว่าคนที่ยังไม่ได้ไปดูคงไม่เสียอรรถรสมากนัก เพราะหนังก็ไม่ได้มีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนเท่าไหร่ ภาพจาก http://www.10000bcmovie.com/ |
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||