พิมพ์หน้านี้
|
ราคาน้ำมันเริ่มมีผลต่อการดำรงชีวิตของผมมากขึ้นทุกที จากเดิมที่ไม่ค่อยได้คิดอะไร ทั้งในแง่ของต้นทุนการเดินทาง และสินค้าอุปโภคบริโภคที่ราคาสูง ใครจะไปนึกว่าเนื้อหมูจะขายกิโลละ 120 บาทได้ ถึงนายกจะแนะให้ไปกินไก่ก็ตาม ผมจึงคิดจะลองศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังซักหน่อย ซึ่งก็คงจะเริ่มต้นด้วยสถานการณ์พลังงานในปัจจุบันก่อน หลังจากนั้นก็จะพูดถึงที่มาที่ไปของน้ำมัน แนวโน้มต่างๆของอุตสาหกรรมนี้ และทางออกของชาวโลกเมื่อน้ำมันมีโอกาสจะไปที่ 200 ดอลลาร์ในอนาคต เนื่องจากประเทศไทยด้อยประสิทธิภาพทางด้านการผลิตและด้านการขนส่งกว่าประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลาย ดังนั้นในลำดับประเทศที่นำเข้าน้ำมันมากที่สุดในโลกจึงมีประเทศไทยอยู่ด้วยอย่างช่วยไม่ได้ โปรดสังเกตว่าสิงคโปร์นำเข้าน้ำมันดิบมามากกว่าไทย แต่เค้าเอามากลั่นเป็นน้ำมันสำเร็จรูปแล้วก็ส่งออก ของเรานี่เอามาผลาญอย่างเดียว ในตารางเป็นตัวเลขของปี 2006 ปีที่แล้วก็ไม่น่าจะเพิ่มเท่าไหร่ โชคดีที่เงินบาทเราแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับน้ำมันดิบที่นำเข้ามาวันละ 600,000 บาร์เรลนี้ เราเอามาจากไหนก็จะเล่าในตอนหลังๆนะครับ ท่านที่ยังหวนคิดถึงวันวานที่น้ำมันราคาถูก หรือท่านที่เพิ่งจะมีรถเป็นคันแรก อาจจะไม่ทราบว่า เมื่อ 10 ปีก่อนน้ำมันราคาลิตรละไม่ถึง 10 บาท ขอให้ดูตารางข้างล่างนะครับ เป็นราคาน้ำมันเบนซินชนิดที่ราคาแพงที่สุด ก่อนปี 1999 ก็จะเป็นน้ำมันไร้สารธรรมดา หลังจากนั้นจึงมีการแยกเป็น ULG95 และ 91 จะเห็นได้ว่าในปี 1996 น้ำมันถูกมาก น้ำดื่มบรรจุขวดยี่ห้อดังๆก็ราคาพอๆกัน ผมเคยขึ้น Taxi คันหนึ่งตอนน้ำมันราคาลิตรละ 16 บาท เค้าด่าคุณอานันท์ อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นการใหญ่ที่ปล่อยให้ราคาน้ำมันลอยตัว ถ้าปัจจุบัน Taxi คนนั้นยังขับอยู่ คงเปลี่ยนไปใช้ LPG แล้ว หรือไม่ก็หมดตัว J ผมอยากจะบอกว่าการที่น้ำมันแพงเป็นไปตามกลไกตลาด ถ้ารัฐบาลต้องการจะช่วยบุคคลบางกลุ่ม เช่นเกษตรกร ก็ควรจะใช้กลไกอย่างอื่น ไม่ใช่ subsidy น้ำมัน ซึ่งจะทำให้ต้นทุนต่างๆ บิดเบือนกันหมด และเอกชนไทยแข่งขันไม่ได้เนื่องจากไม่ค่อยจะออกกำลังกายกันนะครับ (ในวันที่ 13 มีนาคมราคาขึ้นไปถึง 34.09 บาท/ลิตรแล้ว)
ที่นี้ทำไมน้ำมันเบนซิน 95 จึงขายราคาลิตรละ 33.59 บาท คำตอบก็คือมันผ่านกระบวนการทางด้านภาษีและการเก็บเงินเข้ากองทุนต่างๆมากมาย ถ้าคุณขับรถคันโปรดไปหน้าโรงกลั่นไทยออยล์และเค้ายอมขายให้คุณ จะซื้อได้ที่ราคา 22.40 บาท แต่ถ้าซื้อที่ปั๊มคุณจะเสียภาษีตอนออกจากโรงกลั่นมาร่วม 4 บาท สมทบเข้ากองทุนน้ำมันและกองทุนอนุรักษ์พลังงานไปอีก 4.20 บาท VAT อีกจำนวนหนึ่ง ค่าการตลาดอีก 0.74 บาท ก็จะกลายเป็นราคาที่ปั๊มอย่างที่เห็น ULG 95 E10 95 E20 95 ULG 91 E10 91 Diesel Ex-Refinery 22.3982 22.0655 21.6453 22.0066 21.8922 25.7234 Tax B./LITRE 3.6850 3.3165 3.3165 3.6850 3.3165 2.3050 M. Tax B./LITRE 0.3685 0.3317 0.3317 0.3685 0.3317 0.2305 OIL FUND (1) 3.4500 0.2500 -0.3000 3.0000 -0.2500 0.1000 CONSV FUND 0.7500 0.2500 0.2500 0.7500 0.2500 0.7500 Wholesale Price (WS) 30.6517 26.2137 25.2435 29.8101 25.5404 29.1089 VAT 2.1456 1.8350 1.7670 2.0867 1.7878 2.0376 WS&VAT 32.7973 28.0486 27.0105 31.8968 27.3282 31.1465 Marketing Margin 0.7408 1.4405 0.5416 0.5544 1.3662 -0.6603 VAT 0.0519 0.1008 0.0379 0.0388 0.0956 -0.0462 PRICE 33.59 29.59 27.59 32.49 28.79 30.44
กองทุนน้ำมันมีหน้าทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันไม่ขึ้นลงเร็วมาก แต่ในเวลาเดียวกันกองทุนนี้ก็ดูดเงินจากกระเป๋าคนหนึ่งไปชดเชยให้กับอีกคนหนึ่ง ในทางกลับกัน ดีเซลเป็นน้ำมันที่ขายแล้วขาดทุน ก็เป็นจริงอย่างที่เชลล์บอกว่าตั้งแต่ต้นปีมาขาดทุนไป 400 ล้านแล้ว ลองดูตารางดีๆจะพบว่าราคาหน้าโรงกลั่นของดีเซลแพงกว่า ULG95 อยู่ 3 บาทกว่า แต่หน้าปั๊มถูกกว่า 3 บาท แสดงว่ารัฐอุดหนุนการใช้ดีเซลอย่างมาก เพื่อนผมขับ D-max เป็นพนักงานบริษัท ไม่เคยใช้รถเพื่อการเกษตรและพานิชย์เลย ไม่รู้รัฐบาลจะไปช่วยหมอนี่ทำไม วันนี้วันที่ 13 มีนาคม 2551 ราคาปิดหุ้น PTT ในตลาดราคา 332 บาท PTTEP 156 บาท ราคาน้ำมัน ULG 95 ลิตรละ 34.09 ที่หน้าปั๊มปตท ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate ที่ตลาด NYMEX ส่งมอบเดือนถัดไป อยู่ 109.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และโลกยังบริโภคน้ำมันด้วยอัตรา 80 ล้าน บาร์เรลต่อวัน ในจำนวนนี้มากกว่า 30% ซื้อมาจาก OPEC ซึ่งแม้ขายน้ำมันเพียง 1/3 ที่โลกต้องการ แต่ก็มีน้ำมันสำรองมากถึง 80% ของน้ำมันในโลกทั้งหมดรวมกัน ทำให้ 13 ประเทศนี้คงจะหัวเราะเอิ๊กอ๊ากต่อไปได้อีกหลายปี ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการบริโภคน้ำมัน และขอให้คิดซักนิด หมายเหตุ : ต้องออกตัวก่อนว่า ผมเป็นพวก know a little bit of many things ดังนั้นถ้าจะให้เล่ารายละเอียดของเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็อาจจะผิดพลาดได้เพราะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญนะครับ แต่ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะได้เรียนรู้ด้วยกันและตระหนักถึงความสำคัญของการลดการใช้พลังงานลงเพื่อลูกหลานของเรา (และโปรดอย่าลืม เรื่องไม่ปวดหัวไปที่ http://www.oknation.net/blog/season-change-chiangmai) ภาพจาก internet ใครก็ไม่รู้ถ่ายสวยมาก |