พิมพ์หน้านี้
|
อาจจะฟังดูน่ากลัวสักหน่อย แต่ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ เมืองไทยนั้นเป็นอู่ข้าวมาตั้งแต่สมัยโบราณ ด้วยความที่ภูมิอากาศอำนวย น้ำท่าบริบูรณ์มีการจัดระบบชลประทานดีพอใช้ มีการปรับปรุงพันธุ์และใช้เทคโนโลยี่ทางการเกษตร ถึงแม้ตัวเลขประสิทธิภาพต่อไร่จะสู้ชาวโลกไม่ได้ J ในปัจจุบันประเทศไทยก็ยังเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก (แปลว่ามีป่ามีเขาตรงไหนก็ไปเอามาเป็นนาเป็นไร่) ข้าว (Rice) ก็คือข้าวแบบที่คนเอเชียกันนะครับ ข้าวสาลี (Wheat) ที่ฝรั่งกินจะเป็นอีกพันธุ์หนึ่ง นอกจากนี้หากชาวโลกทนกับราคามันไม่ไหว ก็มีทางเลือกอื่นคือข้าวโพด แต่ในบรรดาอาหารหลักสามอย่างนี้ ข้าวของชาวเอเชียเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่ราคาเพิ่งจะขึ้นมา ส่วนตัวอื่นๆล่วงหน้าไปนานแล้วครับ ตั้งแต่ปลายปี 2007 เป็นต้นมา ราคาข้าวในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศก็เริ่มทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่าอินเดียและเวียตนามและเวียตนามมีวาระซ่อนเร้นหรือเปล่า แต่การที่ทั้งสองประเทศนี้ไม่สามารถส่งออกข้าวได้ ในขณะที่ประเทศที่ต้องการซื้อยังมีเท่าเดิม ก็ทำให้ราคาข้าวในปัจจุบันเป็นอย่างที่เห็น จริงๆแล้วการที่สินค้าเกษตรที่เป็นอาหารจะมีราคาสูงขึ้นมากนั้น มีสัญญาณมาตั้งแต่ปี 2003 แต่ชาวโลกอาจจะไม่ได้สังเกตกันเนื่องจากราคายังไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นเท่าไหร่ในตอนนั้น สัญญาณที่ว่าคือ inventory พืชผลหลักทั่วโลกลดลงอย่างมาก ตัวเลขของกราฟสีน้ำเงินหมายถึงจำนวนวันที่ชาวโลกจะมีข้าวกิน หากชาวนาทุกรายในโลกหยุดปลูกข้าวโดยทันที (คำว่าข้าวและชาวนาในย่อหน้านี้เป็นคำรวมๆนะครับ) ตั้งแต่ปี 1990-2002 ไม่มีปีใดที่ inventory ต่ำกว่า 100 วัน แต่พอมาถึงปี 2003 ลดเหลือประมาณ 80 วัน และในปี 2008 ชาวโลกน่าจะมีข้าวกินเพียง 60 วันหลังจากชาวนาเลิกผลิต แบบนี้ราคาไม่สูงก็เป็นเรื่องแปลก ลองตรงดิ่งไปที่นี้เลย http://www.afet.or.th/v081/thai/data/quote.php เราก็จะทราบความเคลื่อนไหวของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เค้าทำกัน สัญญาหนึ่งหมายถึงข้าว 15 เมตริกตัน ในปัจจุบันยังมีการซื้อขายไม่มาก แต่ราคาของมันก็เป็นตัวบ่งชี้การคาดการณ์ของตลาดได้ดีทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น ข้าวข้าว 5% ส่งมอบเดือนมิถุนายน 2551 ราคาในประเทศกิโลกรัมละ 31.50 บาท เป็นราคาของบ่ายวันนี้เองและตลาดยังไม่ปิด ข้าวชนิดเดียวกันในกลางเดือนกุมภาพันธ์ ราคาประมาณ 14 บาท หรือขึ้นมาแล้วมากกว่า 100% ตัวเลขนี้จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆขึ้นอยู่กับการคาดการณ์ของตลาด จะเห็นได้ว่าข้าวที่ส่งมอบในเดือนกันยายนจะมีราคาลดลงเล็กน้อย ข้าวใน Modern Trade ถุงนึงมีกี่กิโลก็ลองคูณดูนะครับ เห็นแล้วสยอง อย่างไรก็ตามตลาดยังคาดว่า ข้าวในอีก 6 เดือนข้างหน้าน่าจะนิ่งแล้ว แต่ไม่ลงเร็วนะครับ เนื่องจากน้ำมันตก trend ไปแล้วถึงแม้ว่า ราคามันยังขึ้นต่อเนื่อง ตอนนี้ผมอยากศึกษาเรื่อง ของกิน ก็จะนำวาระแห่งโลก หรือสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรมาเล่านะครับ บทความนี้จะมีความยาวหลายตอน ตอนนี้แค่เกริ่นเฉยๆ ครับ |
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||