พิมพ์หน้านี้
|
ในปีนี้ Apple และ Google ก็ยังคงยึดตำแหน่งที่ 1 และ 2 ตามลำดับ ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น โดย Apple นั้นทุกคนก็ยังคงประทับใจในนวัตกรรมของ iPod และ iPhone ตลอดจนการทำธุรกิจขายเพลง online ส่วน Google ก็ยังตั้งหน้าตั้งตาเข็นบริการใหม่ๆออกมาอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากสองบริษัทนี้ ใน 20 อันดับแรกส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น มีแปลกปลอมมาบ้างจากฟินแลนด์ (Nokia) แคนาดา (Research in Motion) เยอรมนี (BMW) และอินเดียสองอีกบริษัท อันดับนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากจากเมื่อปีก่อน ถ้าสนใจรายละเอียดขอให้เข้าไปดูใน http://www.businessweek.com/innovate/ ที่น่าแปลกใจคือยังไม่มีบริษัทจากจีนเข้ามาในรายการ อาจจะยังเน้น Copy & Development กันอยู่ หรือภาพลักษณ์เก่าๆยังลบล้างไปได้ยาก ผมจะนำมาเล่าเฉพาะอันดับที่ผมสนใจนะครับ No. 1: Apple
ในวันที่ 24 เมษายน 2007 BBC ก็ลงข่าวว่าบริษัทผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นรายนี้ ในที่สุดก็ได้แซงหน้า GM ไปเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งของโลกได้เป็นผลสำเร็จครั้งแรกในรอบ 76 ปี ด้วยการบริหารจัดการคุณภาพที่ยอดเยี่ยม และความเป็นเลิศทางด้านประสิทธิภาพในการผลิต แต่ที่ No. 4: General Electric ประหลาดใจสุดขีดที่มีบริษัทอินเดียเข้ามาติดกลุ่มกับเขาด้วย กรรมการทึ่งใน Nano รถหลุดกรอบของ Tata ที่ขายในราคาเพียง 2,500 เหรียญสหรัฐ เป็นรถยนต์ที่ราคาถูกที่สุดในโลกที่วิ่งได้จริงๆ ที่ถูกมากเพราะเค้าไม่ได้ขายเป็นคัน แต่ขายเป็นชุด kit ให้คนอื่นๆเอาไปประกอบ แล้วขายต่อให้ลูกค้าอีกหนึ่ง ในฐานะนักลงทุนผมก็เป็นแฟนของบริษัท Tata Steel ที่เข้ามา takeover โรงเหล็กในไทยแห่งหนึ่งและบริการงานได้ดีจนกลายเป็นผู้นำตลาดในปัจจุบัน No. 7: Nintendo |
เขายังอยู่ครับ ถึงเราอาจจะมองว่า Samsung มาแรงแค่ไหน แต่ผู้คร่ำหวอดในวงการ AV/Gadget อย่างผม (หุหุ) รู้ดีว่า Sony ยังสุดยอดเหมือนเดิม Sony เพิ่งจะได้รับชัยชนะอันยิ่งใหญ่แต่เป็นที่น่ารำคาญสำหรับผู้บริโภค ในที่สุด Blu-ray ก็กลายมาตรฐาน High Definition DVD ใหม่สำหรับชาวโลก ต่อไปเราจะได้ดูหนังได้ชัดคมสมจริงยิ่งนัก นอกจากนี้เค้ายังเป็นผู้นำในตลาด A/V และเครื่องเล่นเกมส์
ถ้าคุณคิดว่า Amazon ขายหนังสือล่ะก็โปรดเข้ากลับไปดูใหม่นะครับ ในปัจจุบันทำได้กระทั่งจัดงานศพ นับเป็นร้านค้าปลีกทางอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเยี่ยมยอดด้วยระบบบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) ทั้งๆไม่มีพนักงานคนไหนได้พบลูกค้าเลย มีผู้ทำนายไว้ว่า ในอีกไม่นานบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกในแง่ของมูลค่าตลาดจะเป็น Googlezon ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของ Google และ Amazon (มันเป็นตลกนะครับอย่าคิดมาก)
IBM เจ้าของโลโก้สีฟ้ายังคงยอดเยี่ยม ในปัจจุบันผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งตั้งโต๊ะและเคลื่อนที่ อาจจะไม่ค่อยได้เห็นผลงานจากพวกเขาแล้ว แต่ไม่ใช่พ่ายแพ้การแข่งขันหมดรูป เค้าแค่หันไปทำธุรกิจชั้นสูงที่สร้างผลกำไรมากกว่าต่างหาก IBM นั้นมีนักวิทยาศาสตร์อยู่ในบริษัทถึง 3,000 คน มีแผนกวิจัยที่ขึ้นชื่อและสร้างผลงานทางวิทยาการล้ำหน้าอยู่เป็นประจำ เช่นการแกะสลัก(จัดเรียง)อะตอม
ผมล่ะแปลกใจมากเลยที่เจ้า BlackBerry ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย ทั้งๆที่ความสามารถในการเป็น Communicator นั้น ไร้เทียมทานจริงๆ
บริษัทรถยนต์ในดวงใจผม มีภาพการเป็นบริษัทวิศวกรรมและออกแบบที่ล้ำหน้ากว่าคู่แข่งสัญชาติเดียวกันอย่างชัดเจน ผมเองยังอยากถอย X6 มาขับซักคันแต่เกรงใจเงินในกระเป๋า ในภาพบนสุดเป็นสำนักงานใหญ่ของเค้าครับ เข้าตาเหมือนกัน หน้าตาเหมือนหุ่นยนต์ของมนุษย์ดาวอังคารในเรื่อง War of the Worlds
ขวัญใจเด็กๆ ผมไม่ใจว่า WD เข้ามาอยู่ในอันดับได้ยังไง แต่ก็ยังประทับใจ The Pirates of the
Pixar หายไปไหนล่ะนี่ (แผ่วๆไปตั้งแต่ Steve Jobs กลับไป Apple)
น่าผิดหวังจริงๆที่ในอดีตเวลาใครๆพูดถึงนวัตกรรม ต้องนึกถึง 3M CEO George Buckley อาจจะต้องรับไปเต็มๆ เรื่องการหั่นงบประมาณ R&D 3M ที่น่าสงสาร วันดีคืนดีก็ลืม Core Competency ของตัวเองหันไปรับเอา Six Sigma เข้ามา ทำลายความเป็นองค์กรแห่งความคิดสร้างสรรค์ไปโดยสิ้นเชิง เพราะ Efficiency และ Creativity นั้น มักจะอยู่บ้านด้วยกันไม่ได้
ในภาพเป็นต้นแบบของ mini-projector เอาไว้ทำอะไรหรือครับ? ลองนึกถึงโทรศัพท์ที่ฉายภาพคนที่โทรมาขึ้นผนังนะครับ ไฉไลกว่าดูที่จอเป็นไหนๆ
ผมเคยพยายามลองสมัคร FaceBook เมื่อสองสามปีก่อน ซึ่งตอนนั้น Social Networking กำลังเริ่มดัง ปรากฏว่าเค้ารับเฉพาะคนในอเมริกาเหนือ ก็เลยยอมแพ้ไป hi5 ที่เด็กวัยรุ่นกำลังฮิตน่ะ ลุงจะบอกว่า มันมาทีหลังนะ แต่ในที่สุดลุงก็ไปสมัครมันจนได้ โชคดีที่ไม่ปลื้มเลยไม่ติด
จะว่าไปแล้วลำดับที่ 26 อาจจะดูไม่เหมาะสมสำหรับ Samsung เพราะเราหลงไหลได้ปลื้มไปกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม แต่ความเห็นส่วนตัวผม ความเป็นบริษัทแห่งนวัตกรรมของคู่แข่งจากญี่ปุ่น (you know who?) นั้นชัดเจนกว่าพอสมควร ถึงจะออกแบบไม่ค่อยเก่งก็ตาม
Virgin Group ของ Sir Richard Branson นักธุรกิจและนักผจญภัยชื่อกระฉ่อน เจ้าของสายการบิน สถานีวิทยุ ค่ายเพลง และอื่นๆอีกมากมาย รวมทั้งสายการบินอวกาศสายแรกของโลก Virgin Galatic ทำได้ดีแค่นี้ในปี 2008 อาจจะถลุงเงินทำอะไรแผลงๆมากไปหน่อยในการสร้างแบรนด์สาวบริสุทธิ์ (Virgin) ให้ดังคับโลก ทั้งๆที่มันก็ดังสุดเว่อร์อยู่แล้ว
ในที่สุดเจ้า Starbucks กาแฟยอดนิยมของผมก็เริ่มเสื่อมคลายมนต์เสน่ห์ของ Customer Experience ที่ใครๆก็พากันเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ล่าสุดก็ McDonalds แต่จากการอ่านหนังสือ Pour your heart in to it ของ Howard Schultz CEO แล้ว ผมเชื่อว่าคนๆนี้มีใจรักกับสิ่งที่เค้าทำจริงๆ และน่าจะกลับมายิ่งใหญ่อีกได้ในที่สุด ถ้าท่านใดอยากจะเสนอแนวคิดที่เป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจของเค้า ก็เชิญที่ http://www.MyStarbucksIdea.com นะครับ ผมเองอยากได้ Black Apron ถูกๆ ซักถุงละ 250 บาท ไม่รู้ว่าคุณพี่ Schultz จะยอมหรือเปล่า
ในอีกซัก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า เรื่อง Most Innovative Companies นี้น่าจะไปลงในหนังสือพิมพ์ หรือเดือนหน้าในนิตยสารรายเดือนบางฉบับ ซึ่งบางทีผมก็มานั่งคิดว่า หากวงการหนังสือไทยทำได้แค่แปลข่าวและบทความจากต่างประเทศแล้ว ผมจะเสียเงินซื้อทำล่ะเนี่ย J (เก็บกดมาจากเรื่องข่าวข้าว)
อันดับและภาพ : http://www.businessweek.com/
เรื่อง : ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง แปลมั่ง มั่วมั่ง อย่าถือสานะครับ J
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||