• After-PostModern
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pudalay7000@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-26
  • จำนวนเรื่อง : 45
  • จำนวนผู้ชม : 8419
  • จำนวนผู้โหวต : 56
  • ส่ง msg :
ไอซิส รักครั้งแรก ถอดรหัสมหาพีระมิด
สบายๆ สามัญ เรียบง่าย สูงส่ง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/lightcircle
วันเสาร์ ที่ 19 กรกฎาคม 2551
ปัญญาธิปไตย กับการสอบเป็นนายกรัฐมนตรี
Posted by After-PostModern , ผู้อ่าน : 204 , 18:41:25 น.  
พิมพ์หน้านี้


ปัญญาธิปไตย  กับการสอบเป็นนายกรัฐมนตรี

โหมโรง
วันนี้นำเสนอรูปแบบการเมืองใหม่กว่า
เป็นการผสมผสานกันระหว่างองค์ประกอบของ“ปัญญาความรู้”กับ“อำนาจอธิปไตยของปวงชน” เพื่อการเมืองรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า“ปัญญาธิปไตย” บนหลักนิยมที่ว่า  “ปัญญาปกครองโลก” ส่งเสริมหลักนิยมของเพลโต้ที่ว่า  “ราชาปราชญ์”  และหลักนิยม “อริสโตเครซี่” ของอริสโตเติ้ล

การเมืองรูปแบบปัญญาธิปไตยนี้ จะพาสังคมไทยให้รอดและก้าวพ้นจากปัญหาของทุนการเมือง พรรคการเมือง  การซื้อเสียง  การถอนทุนคืน  การเล่นพรรคเล่นพวก  การทุจริตเชิงนโยบาย การปลุกระดมผ่านโวหารทางการเมือง และปัญหาการลุกขึ้นมาเข่นฆ่ากันของการเมืองภาคประชาชนได้

ขณะเดียวกันปัญญาธิปไตย  จะนำประเทศไทยสู่ยุคแห่งความรุ่งโรจน์ ด้วยการบริหารแบบเน้นผลงาน สร้างนิติรัฐขึ้นมาได้  สร้างความเสมอภาคในกฎหมาย  และความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศได้  เพราะมีระบบการเมืองที่เข้มแข็ง มีเสถียรภาพ และสอดคล้องกับสภาวการณ์ของสังคมไทย(ก้าวพ้นระบบตอบแทนที่มักมีการหว่านบุญคุณกับชาวบ้านแล้วรอเก็บเกี่ยวดอกผลในวันเลือกตั้ง)

ที่มา และเหตุผล
ในวัยเด็ก  เด็กจำนวนหนึ่งใฝ่ฝันอยากเป็นนายกฯ และนึกว่าหากตั้งใจศึกษาหาความรู้แล้วก็จะไต่ระดับเป็นผู้นำทางการเมืองได้
แต่พอโตขึ้นเขาก็จะเรียนรู้เองว่า  หากอยากเป็นนายกฯหรือนักการเมืองไทย  พวกเขาไม่จำเป็นต้องมีความรู้มาก เพียงแค่พูดเก่ง มีโวหาร หว่านบุญคุณเพื่อรอวันเก็บเกี่ยวดอกผลในวันเลือกตั้ง สร้างเครือข่ายอิทธิพลในและนอกกฎหมาย  สะสมทุนในและนอกกฎหมาย  สุดท้ายเมื่อได้เป็นนักการเมืองแล้ว พวกเขาก็สามารถถอนทุนคืนผ่านการงาบเปอร์เซ็นต์งบประมาณแผ่นดินหรือทุจริตเชิงนโยบาย  ดูแลตอบแทนเครือข่ายอิทธิพล และสะสมทุนสำหรับการเลือกตั้งรอบต่อๆไป

ดังนั้นการมีปัญญามากหรือเป็นปราชญ์ในบ้านเมืองนี้  จึงมีที่สถิตย์ ๓ แห่งคือวัด มหาวิทยาลัย  กับก้มหน้าทำงานประกอบอาชีพแบบเงียบๆไปวันๆ (เพราะไม่อยากเปลืองตัวกับระบบการเมืองน้ำเน่าในปัจจุบัน)

สภาวการณ์แบบนี้  ทำให้สังคมไทยขาดทุนมหาศาล  เพราะถูกปิดกั้นโอกาสในการได้มาซึ่งคนมีปัญญาความรู้มาทำงานให้แก่ประเทศชาติ
ประเทศชาติขาดทุนโอกาสอย่างใหญ่หลวง  หากปล่อยให้คนดีมีฝีมือเหล่านั้นสูญหายไปกับกาลเวลา  ทั้งที่ในแต่ละยุคสมัย  โลกก็สร้างคนดีมีฝีมือให้มีจำนวนเพียงพอแก่การใช้งานเสมอ

ประกอบกับการได้มาของฝ่ายตุลาการ  ก็มาจากระบบการสอบแข่งขัน และสรรหาแต่งตั้ง  แม้มีการเลือกตั้งก็เป็นการภายในองค์กรเท่านั้น แต่ก็ทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพ 

ดังนั้นเพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศชาติได้รับประโยชน์สุงสุดจากทรัพยากรทางปัญญาที่มีอยู่  เราจำเป็นต้องสร้างสรรค์วิธีการใหม่ๆ ในการสรรหาเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้แทนที่ดี  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  การได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย

ปัญหาสำคัญของระบบการเมืองไทย
(๑) ปัญหาทุนการเมือง  การสรรหานักการเมืองโดยพรคการเมือง นำไปสู่ปัญหามากมายในสังคมไทย ซึ่งแตกต่างจากสังคมอื่นๆ  การสรรหานักการเมืองโดยพรรคการเมืองก่อปัญหาการเล่นพวก เครือญาติ ฮั้ว การซื้อเสียง ถอนทุนคืน โกงกิน ฯลฯ ทำให้สถาปนารัฐแห่งนิติธรรมไม่ได้เพราะต้องลูบหน้าปะจมูก ตอบแทนบุญคุณกันไปมา
(๒) นิติรัฐล้มเหลว  เพราะหัวส่ายหางจึงกระดิกตาม  การทำงานแบบเน้นผลงานเกิดขึ้นไม่ได้  เพราะมีการการวิ่งเต้น เส้นสาย ในการเลื่อนตำแหน่งแต่งตั้ง  การแก้ปัญหาใหญ่ของชาติจึงลูบหน้าปะจมูก  เพราะเป็นกลุ่มหรือเครือข่ายทางการเมืองเดียวกัน ความเสมอภาคต่อหน้ากฎหมายจึงไม่มี
(๓) หาความพอดีของดุลยภาพแห่งอำนาจไม่ได้  บางยุคฝ่ายรัฐสภาเข้มแข้งกระทั่งบั้นทอนเสถียรภาพของรัฐบาลให้มีอายุสั้น อ่อนแอ มีอายุเฉลี่ยเพียง ๑-๒ ปี บางยุคกลับมีรัฐบาลเข้มแข็ง(ตาม รธน.ปี ๒๕๔๐ ) แต่องค์กรอิสระอ่อนแอ  ทำให้ฝ่ายบริหารล้ำเกินอำนาจอธิปไตยฝ่ายอื่น

หลักการสำคัญที่นำมาพิจารณา
(๑) อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน ซึ่งเป็นหลักการสำคัญสูงสุดของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
(๒) การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  และทรงใช้อำนาจตาม(๑) ผ่านรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล
(๓) ปัญญาธิปไตย  กระบวนการสรรหา ผ่านเกณฑ์ความรู้และปัญญา  เป็นการส่งสัญญาณที่ถูกต้องแก่สังคม เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสนใจการศึกษาหาความรู้   สู่สังคมอุดมปัญญา   ปัญญานำหน้าเงินทุนและเครือข่ายอิทธิพล
(๔) รัฐสภาและนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบโดยตรงต่อประชาชน  กรณีขัดหรือแย้งกันให้ตัดสินข้อขัดแย้งด้วยศาลหรือประชามติ
(๕) ฝ่ายบริหารถูกควบคุมและถ่วงดุลโดย  รัฐสภา เสรีภาพของสื่อมวลชน เสรีภาพของนักวิชาการ องค์กรอิสระ ศาลต่างๆ ผู้ตรวจการแผ่นดิน สตง. ปปช. และประชามติของประชาชน
(๕) ระบบการเลือกตั้ง  เป็นช่องทางสำคัญสูงสุดในการแสดงออกซึ่งอำนาจอธิปไตยตาม(๑)

คุณสมบัติผู้มีสิทธิสมัครสอบ
บุคคลผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม()ดังต่อไปนี้เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี
(๑)  มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่า ๓๕(๔๐)  ปีบริบูรณ์ในวันสมัคร(แล้วแต่จะได้ข้อยุติว่าอายุเท่าใด)
(๓)  สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า (หรือว่าไม่ต้องกำหนดดีกว่า?)
(๔)  ผู้มีสิทธิสมัครสอบได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง (ป้องกันพวกวิ่งรอกสอบไปเรื่อย)
(๕) ไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามต่างๆตามมาตรฐาน ส.ส.หรือ ส.ว.
(๖)  สอบประวัติการฉ้อโกง ฯลฯ มีกำหนดเวลาให้ยื่นส่งเบาะแสได้ 90 วัน โดยรัฐสภาทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ และลงมติรับรอง หรือถอดถอนสิทธิของผู้สมัครสอบได้

คณะกรรมการออกข้อสอบ

ข้อสอบมีจำนวนหลายพันข้อ  ออกโดยตัวแทนองค์กร/สมาคม/สภาวิชาชีพ  คณะบดีคณะต่างๆ องค์กรศาสนา ฯลฯ ภายใต้หลักเกณฑ์ที่รัดกุมและเคร่งครัดเหมือนการออกข้อสอบเอนทรานซ์ในอดีต

คณะกรรมการเลือกข้อสอบ
คณะกรรมการ  สุ่มหยิบคำถามข้อสอบตามจำนวนที่กำหนด รวม  ๓๐ ข้อหรือมากกว่า  จำแนกจำนวนข้อดังนี้
(๑) ตัวแทนแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ ๑๕ ข้อ
(๒) ประธานศาลฎีกา ศาลปกครอง ศาลยุติธรรมคนละ ๒ ข้อ รวม ๖ข้อ
(๓)  ประธานวุฒิสภา  ๒ ข้อ
(๔) ประธานสภาผู้แทน  ๒  ข้อ
(๕)  หัวหน้าฝ่ายค้าน  ๒ ข้อ
(๖) ตัวแทนองค์กรอิสระ ๓ ข้อ

ข้อสอบพิเศษด้านศาสนาอีก ๕ ข้อ คือ
(๑) ตัวแทนสมเด็จพระสังฆราช ๑ ข้อ
(๒) ตัวแทนจุฬาราชมนตรี ๑ ข้อ
(๓) ตัวแทนศาสนาคริสต์  ฮินดู และซิกซ์รวม  ๓ ข้อ

คณะกรรมการตรวจข้อสอบ
คณะตัวแทนจากมหาวิทยาลัยต่างๆจำนวนกว่า ๑๐๐ แห่ง  และองค์กรศาสนา  เป็นต้น

การสอบ

(๑) สอบข้อเขียนแบบ อัตนัยเท่านั้น(หรือมีแบบปรนัย เติมคำในช่องว่างบางส่วน) เพื่อให้ลายมือในกระดาษคำตอบจะเป็นพยานหลักฐานมิให้มีการฉ้อโกง ข้อสอบครอบคลุมทุกศาสตร์ กล่าวคือ ด้านรัฐศาสตร์  กฎหมาย  เศรษฐศาตร์  วิทยาศาสตร์สุขภาพ  อักษรศาสตร์  ปรัชญา ภูมิศาสตร์ กฎหมายระหว่างประเทศ  ภาษาต่างประเทศ(อังกฤษ?)  การเงิน  การธนาคาร  บริหารธุรกิจ  บัญชี  วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  และศาสนาสำคัญในประเทศ
โดยแนวข้อสอบ เช่น ถามปัญหาข้าว พลังงานทดแทน กฎหมาย  การแพทย์  สมุนไพร  ปุ๋ยชีวภาพ  เกษตรอินทรีย์  ซอฟแวร์  การค้าเสรี  การเงินการคลัง  การขึ้นอัตราดอกเบี้ยง  ค่าเงิน  เงินทุนสำรอง  ดุลบัญชี  อาชญวิทยา การบริหารราชการแผ่นดิน ฯลฯ
(๒) การสอบข้อเขียนต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๓ วันติดต่อกันหรือถ่ายทอดสดแบบเรียลลิตี้เกมส์โชว์ก็ได้ เพื่อให้ประชาชนเห็นบรรยากาศการสอบแข่งขันตลอดเวลา (ดูว่าใครชะเง้อลอกข้อสอบเพื่อนบ้าง)
(๓)  ผู้ได้คะแนนสูงสุด ๕ ลำดับแรก เข้าสู่กระบวนการ สอบสัมภาษณ์/สัมมนาภูมิรู้ อภิปราย แถลงนโยบาย ผ่านสื่อต่างๆ  เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกของประชาชน

วิธีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง

ผู้ได้คะแนนลำดับสูงสุด ๕ ลำดับแรกถือผ่านเข้าสู่ระบบการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง
(๑) ให้ถือว่าลำดับคะแนนในการสอบได้ไม่มีผลในรอบนี้
(๒) ประชาชนลงคะแนนเลือกได้ ๓  คนหรือ ๓ คะแนน
(๓)  ผู้ได้คะแนนสูงสุด คือผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น นายกรัฐมนตรี
(๔)  ผู้ได้คะแนนลำดับรองลงมา  เป็นรองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีกรณีรองนายกฯมีเพียง ๒ ตำแหน่ง
(๕) นายกฯแต่งตั้งรัฐมนตรี จากผู้ได้คะแนนลำดับที่  ๖-๓๕
(๖) กรณีนายกฯ หรือรัฐมนตรีตายหรือลาออก ฯลฯ หาวิธีวางหลักเกณฑ์กันต่อไป

ผลดี
(๑) นายกรัฐมนตรีมีความรู้ มีความสามารถ ผ่านคะแนนสอบ ๑ ใน ๕ ลำดับสูงสุด ก้าวสู่สังคม “ปัญญาธิปไตย” เมืองไทยสู่ประชาคมโลก
(๒) มีคุณสมบัติไม่ด่างพร้อย เพราะผู้สมัครแต่ละคนจะผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ และลงมติรับรองโดยรัฐสภา  เรียกได้ว่า เป็น “คนดีมีฝีมือ” เรียกได้ว่า รัฐสภารับรองแต่รอบแรก
(๓) ประชาชนเลือกในขั้นสุดท้าย ยืนยันหลักการ “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน”
(๔)  ไม่ต้องมีพรรคการเมือง ไม่มีปัญหาการเล่นการเมืองต่อรองอำนาจบริหาร ไม่ต้องมี “ทุนการเมือง”มาซื้อพรรค ไม่จำเป็นต้องถอนทุนให้ทุนพรรค 
(๕) การเลือกตั้งนายกฯโดยตรงนี้ ไม่ขัดต่อการปกครองประชาธิปไตยแบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข  เพราะการแยกอำนานิติบัญญัติกับบริหารออกจากกัน  ไม่ใช่ตัวกำหนดว่าคือระบอบประธานาธิบดี
(๖)  คะแนนเสียงของประชาชนทุกคะแนนเสียงไม่สูญเปล่า เพราะผู้สมัครทั้ง ๕ คนได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุกคน ยืนยันหลักการว่า เป็นรัฐบาลของประชาชนโดยแท้จริง
(๗) นายกฯจะไม่ถูกสภาเล่นงาน กระทั่งไม่มีเวลาทำงาน แต่ยังคงถูกตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจโดย รัฐสภา สื่อ นักวิชาการ  องค์กรอิสระ ศาล และประชามติของประชาชน (นั่นคือ ๖ ต่อ ๑ ทีเดียว)
(๘) ประชาชนมีความเสมอภาคตามกฎหมาย สร้างนิติรัฐได้จริง เพราะรัฐบาลไม่มีพวกที่ต้องพึ่งพาเพื่อหาเสียง  หรือต้องดูแลพรรคพวกในพรรคหรือทุนของพรรค  ทั้งคณะรัฐมนตรีมาจากที่ต่างๆกัน แถมได้รับการรับรองคุณสมบัติจากสภาแล้วทุกคนว่า  บริสุทธิ์หมดจด
(๙) ประเทศไทย ก้าวสู่ยุคการเมืองเข้มแข็ง  เศรษฐกิจก้าวหน้า  ประชาอยู่ดีมีสุขถ้วนหน้า
 
ผลเสีย
(๑) อาจมีการซื้อข้อสอบหรือข้อสอบรั่ว ทางแก้คือ พระมหากษัตริย์โดยผู้แทนพระองค์ ผู้แทนศาลต่างๆ และ ผู้แทนรัฐสภา จะร่วมกันสุ่มหยิบข้อสอบในวันและเวลาเดียวกัน  เป็นต้น
(๒) ประชาชนไม่รู้จักผู้สมัคร ๕ คนในรอบสุดท้าย  ทางแก้คือ ต้องมีกระบวนการอย่างน้อย  ๑  ปี เพื่อให้ประชาชนได้รู้จักตัวผู้สมัครผ่านสื่อต่างๆ เกี่ยวกับแนวคิด ทัศนคติ  ความรู้ ความสามารถที่แท้จริง และนโยบายการหาเสียง  เป็นต้น  เรียกว่า มีกระบวนการให้โชว์ศักยภาพ  ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งโดยประชาชน

ที่มาของตำแหน่งการเมืองอื่น

ตำแหน่งการเมืองอื่นๆ เช่น  ส.ส. ส.ว. ส.จ. ส.ท. ส.อบต. นายกองค์การบริหารส่วนตำบล  นายกเทศมนตรี  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้การสรรหา  เลือกตั้งเป็นระบบเดิม โดยหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้น เพราะนายกรัฐมนตรีไม่มีผลประโยชน์ร่วมกับนักการเมืองในระดับอื่นๆ ดังนั้นการสั่งการเพื่อแก้ไขปัญหาย่อมไม่ต้องเกรงใจพรรคพวกหรือเครือข่าย เช่น การแก้ปัญหายาเสพติด การจัดระเบียบสังคม การประมูลในระดับจังหวัด ฯลฯ ภายใต้สมมติฐานว่า เมื่อตำแหน่งสูงสุดฝ่ายบริหารเข้มแข็ง ตำแหน่งการเมืองอื่นๆก็ต้องจำใจปฏิบัติตามกฎหมายโดยปริยาย

เว้นแต่พ้นกำหนด ๘ ปี ตามบทเฉพาะกาลแล้ว จะแก้ไขเพิ่มเติมให้อนุวรรตตามระบอบปัญญาธิปไตย ก็ได้

บทเฉพาะกาล
แนวคิดปัญญาธิปไตยนี้มีกำหนดใช้เพียง ๘ ปี เพื่อให้มีเวลาเพียงพอต่อการประเมินผลแนวคิดทฤษฎีนี้  จากนั้นรัฐบาลจัดให้มีการทำประชามติ  เพื่อให้ประชาชนลงมติว่ารับรองหรือไม่รับรองรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้

ลาโรง
ปัจจุบันรัฐมนตรีไปทางไหนก็มีการประท้วงปิดล้อม หรือกลุ่มทางการเมืองต่างๆ เผชิญหน้ากันรายวันในที่ต่างๆ ราวกับกลียุค
แต่ต่อไปวันสมัครและวันสอบนายกรัฐมนตรีไทย  บรรยากาศ ก็จะเป็นแบบนี้
ตุ้งๆ ตุ้ง ตุ้ง  ตุ้งๆ ตุ้ง ตุ้ง
ตุ้ง ตะลุ้งตุ้งแช   ตุ้ง ตะลุ้งตุ้งแช 
เสียงเซิ้งอีสาน  ฟ้อนเล็บ  ลำตัด เพลงฉ่อย  รำรองแง็ง มโนราห์ ฯลฯ

ศุภชัย สู้สู้  ปุระชัยสู้ตาย  อภิสิทธิ์ ไว้ลาย สมัคร สู้สู้ ฯลฯ บรรยากาศเหมือนแข่งกีฬาสีของโรงเรียนอนุบาลหมีน้อย  คือสนุกและบริสุทธ์ไร้เดียงสา

ผู้คนที่แห่มาให้กำลังใจผู้เข้าสอบ  เหมือนมหกรรมแห่เทียนพรรษา และงานออกร้านประจำปี
บรรยากาศที่มีแต่คนยิ้มแย้ม  ใบหน้าเปื้อนยิ้ม  และมีความสุข  รอคนสอบผ่าน และรอเลือกนายกรัฐมนตรีในฝันกันสักที
ปล. ว่าด้วยความลำเอียง
(๑)  ผมอยากเห็น ดร.ศุภชัย พาณิชภักดิ์  ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์  สมัครเข้าสอบแข่งขัน เพราะผมเชียร์สุดใจขาดดิ้น
(๒) ผมแน่ใจว่า ดร.ทักษิณ  อาจมีสิทธิสอบ แต่น่าจะสอบไม่ผ่าน เพราะเงิน และ ฐานะไม่ช่วยอะไรได้เลย หรืออาจถูกสภามีมติไม่ไว้วางใจกระทั่งไม่มีสิทธิสอบ 
(๓)  ผมและหลายๆคนในโอเคเนชั่นอยากไปสมัครสอบแข่งขันด้วย   คุณกาแฟดำ  คุณลูกเสือ  คุณสนธิ  คุณสุริยะใส  ไปสอบแข่งกับผม


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 23
After-PostModern วันที่ : 23/07/2008 เวลา : 19.26 น.
http://www.oknation.net/blog/lightcircle

ความเห็นที่ 22 คุณyaell ก็มีการสอบความรู้ด้านศาสนา เพื่อให้เข้าใจต่างศาสนิกชนด้วย แต่การตรวจสอบคุณสมบัติโดยรัฐสภา อาจต้องใช้เวลาตรวจสอบเป็นเวลา ร่วม ๑ ปี ดังนั้น คนที่มีสิทธิสิทธิสอบ รับรองได้ว่า ที่ผ่านๆมาไม่เคยเป็นคนชั่ว แต่จะเป็นคนดีได้มากแค่ไหนนั้นนอีกเรื่องหนึ่ง อนึ่ง การสอบวัดความเป็นคนดี จำแนกความดีออกจากความรู้ไม่ได้ครับ ต้องให้รัฐสภาตรวจสอบคุณสมบัติ น่าจะแม่นยำที่สุด จากน้อยก็ปล่อยให้เข้าสอบ แต่จะสอบได้หรือไม่ นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง..
และในรอบ ๕ คนสุดท้าย ก็เหมือนการถูกจับเอ๊กซเรย์กลางแจ้งนั่นแหละครับ ใครมีประวัติด่างพร้อยอะไร ก็ถูกขุดแฉออกมาวิพากษ์กันได้อีก ๑ รอบครับ
ความคิดเห็นที่ 22
yaell วันที่ : 23/07/2008 เวลา : 18.04 น.

ขอเพิ่มเกณฑ์วัดคุณธรรม ความชอบธรรมด้วยได้ป่าวคะ
ความคิดเห็นที่ 21
After-PostModern วันที่ : 23/07/2008 เวลา : 17.46 น.
http://www.oknation.net/blog/lightcircle

ความเห็นที่ ๒๐ คุณม้อด ก็เราบ่นและเบื่อนักการเมืองถอนทุน ตอบแทนบุญคุณนายทุนพรรค เครือข่ายที่สร้างและดันนักการเมืองขึ้นมา ฯลฯ ก็ในเมื่อวัฒนธรรมทางการเมืองเป็นแบบนี้ หว่านพืชหวังผล หว่านบุญุคุณรอวันเก็บเกี่ยวในวันเลือกตั้ง มันเป็นการค้าความดีเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง...ก็ในเมื่อ อำนาจอธิปไตยฝ่าย ศาลโดยผู้พิพากษามาจาการสอบ สรรหา และแต่งตั้งกันอยู่โดยปกติ แล้วการกลั่นกรองคนมาเป็นนายกด้วยการสอบแข่งขัน แล้วให้ประชาชนตัดสินใจเลือก ในขั้นตอนสุดท้าย ก็เป็นวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย และได้คนที่เป็นกลางที่สุดด้วย เป็นนายกฯของทุกคน และทุกภาคส่วน..ขอบคุณครับสำหรับความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 20
Mothemon วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 22.42 น.
http://www.oknation.net/blog/Mothemon

ถ้าทำได้หยั่งงี้ คงจะได้คนมีคุณภาพแน่ๆค่ะ
แต่ว่าโหดน่าดูนะเนี่ย
ความคิดเห็นที่ 19
After-PostModern วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 18.43 น.
http://www.oknation.net/blog/lightcircle

ความเห็นที่ ๑๗ ผู้หญิงตัวเล็ก ความจริงก่อนจะมีสิทธิสอบ ต้องผ่านการตรวจสอบประวัติโดยรัฐสภาเสียก่อนเป็นด่านแรก ด่านที่สองคือหากสอบได้เกินลำดับที่ ๒๐๐ ก็ถูกตัดสิทธิไปยาวเลยครับ ดังนั้นหากไม่แน่ใจ ก็อย่าสมัครสอบเล่นๆ เพราะทำให้เสียสิทธิ นอกจากนี้จำนวนผู้เข้าสอบมากทำให้การควบคุมเป็นไปยากลำบาก ที่สำคัญข้อสอบอาจรั่วได้ ..แต่หากคุณเล็กอยากร่วมสอบ ผมก็อยากร่วมสอบด้วย ให้รู้ไปว่าลูกคุณหนูอย่างคุณอภิสิทธิ์ จะทำคะแนนได้ดีกว่าลูกชาวบ้าน..ที่อยากทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน
ความคิดเห็นที่ 18
After-PostModern วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 18.39 น.
http://www.oknation.net/blog/lightcircle

ความเห็นที่ ๘ คุณเล็ก การสอบจอหงวนในราชสำนักจีน หรือการสอบเป็นอัยการ ผู้พิพากษาเมืองไทย ก็เป็นระบบการกลั่นกรองคนมีความรู้เข้ามาทำงาน ไม่ได้วัดคนจากตระกูล หรือว่าปริมาณเงินทอง ส่วนความเป็นคนดีเลวนั้น ระบบตรวจสอบที่ดีจะป้องกันคนชั่วได้..ดังนั้น การกลั่นกรองคนด้วยวิธีการสอบ จึงเป็นวิธีที่ลงทุนน้อยที่สุด และมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการคัดสรร ผู้ที่จะมาให้เราเลือกตั้งในรอบสุดท้าย...สุดท้าย ประชาชนก็เป็นคนเลือก อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนครับ
ความเห็นที่ ๙ ครับมีสิทธิสมัครสอบ แต่จะมีสิทธิเข้าสอบหรือไม่นั้น ต้องให้สภากลั่นกรองประวัติก่อนครับ และหากสอบได้เกินกว่าลำดับที่ ๒๐๐ ก็เป็นอันว่าต้องเว้นวรรคยาวเลยครับ ดังนั้น หากไม่มั่นใจในฝีมือ ก็อย่าเพิ่งไปสอบครับ
ความเห็นที่ ๑๐ ขอบคุณครับพี่เจริญขวัญที่แวะมาเยี่ยมเยียนและกวนครับ ความจริงข้อสอบยากระดับนี้ ไม่ต้องไปกำหนดวุฒิขั้นต่ำก็ได้ครับ
ความเห็นที่ ๑๑ เราอยากได้คนเก่งและดี กระบวนการสรรหาคนเก่ง ก็ต้องสอบข้อเขียน การตอบข้อซักถามประชาชน การนำเสนอนโยบาย ฯลฯ สุดท้ายเราก็จะได้คนเก่งมาทำงาน ส่วนเรื่องว่าดีแค่ไหนนั้น ก็หากรัฐสภามีมติว่า ประวัติด่างพร้อยก็ไม่มีสิทธิสอบครับ นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบถ่วงดุลจากรัฐสภา สื่อมวลชน องค์กรอิสระ นักวิชาการ และประชาชน โห มากมายขนาดนี้ เหมือนถูกจับแก้ผ้ากลางที่สาธารณะเลยนะครับ ..ยังไงก็ไม่กล้าทำชั่ว เพราะมาคนเดียว ฉายเดี่ยว พกแต่ปัญญากับความดีมาก็พอแล้ว
ความคิดเห็นที่ 17
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 09.48 น.
http://www.oknation.net/blog/rinn

จะสอบผ่านมั๊ยนิ
ความคิดเห็นที่ 16
After-PostModern วันที่ : 21/07/2008 เวลา : 17.19 น.
http://www.oknation.net/blog/lightcircle

ครูแก้ว(อีกครั้ง) ความจริงผู้สมัครทุกคน (คงปีละไม่เกิน 200 คนตามหลักการสกรีน) ต้องผ่านมติของรัฐสภาว่า บริสุทธิ์ไม่มีด่างพร้อย อย่างน้อยคือไม่เคยเป็นคนทำผิดคิดชั่วมาก่อน ขณะเดียวกันการสุ่มหยิบข้อสอบนั้นก็สุ่มเลือกหยิบจากข้อสอบจำนวนหลายพันข้อ และสุ่มเลือกโดยผู้แทนพระมหาษัตริย์ และองค์กรอื่นๆในวันและเวลาเดียวกัน จากนั้นก็ทำข้อสอบเลยไม่มีการ พิมพ์ข้อสอบล่วงหน้า เพราะจำนวนผู้เข้าสอบมีจำนวนน้อย ดังนั้นหนทางรั่วไหลจึง ไม่มีครับ
ความคิดเห็นที่ 15
After-PostModern วันที่ : 20/07/2008 เวลา : 19.25 น.
http://www.oknation.net/blog/lightcircle

ความเห็นที่ ๑ เจเจค่ะ อดใจรอไว้อีกไม่กี่ปีก็จะได้มีสิทธิสอบแล้ว อิอิ
ความเห็นที่ ๒ อ้าวของตูนี่หว่า
ความเห็นที่ ๓ ความจริงก็คือ ระบบการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรงนี่แหละครับแถมรองนายกอีก ๔ คนด้วย แต่ผมหมกหมดไว้ให้อ่านตอนท้ายๆนะครับ
ความเห็นที่ ๔ อ้าวของข้าพเจ้าอีกแล้ว
ความเห็นที่ ๕ ครับ ก่อนสมัครคงต้องสำรวจตัวเองสักเล็กน้อย ว่าหน้าตาร่างกายจะรักษาเกียรติภูมิประเทศชาติไว้ได้รึเปล่า
ความเห็นที่ ๖ คนโง่กับทรัพย์สมบัติอยู่ร่วมกันไม่ได้ นี่เป็นกฎ
ความเห็นที่ ๗ อ้าว เจ้าบ้านอีกแล้ว
ความคิดเห็นที่ 14
After-PostModern วันที่ : 20/07/2008 เวลา : 19.20 น.
http://www.oknation.net/blog/lightcircle

ครูแก้ว(ลัดคิดตอบให้ก่อน อิอิ) ความจริง หากมีผู้เข้าสอบมากก็วุ่นวานและรั่วไหลได้ ดังนั้น มีมาตรการสกรีนผู้เข้าสอบ ด้วยการ บัญญัติว่า ห้ามสอบได้ไม่เกินคนละ ๒ ครั้งและผู้ที่ได้คะแนนลำดับเกิน ๒๐๐ จะถูกตัดสิทธิการสอบ ๒๐ ปี เพียงเท่านี้ก็ควบคุมเกมได้แล้วครับ
ความคิดเห็นที่ 13
ครูแก้ว วันที่ : 20/07/2008 เวลา : 18.45 น.
http://www.oknation.net/blog/korming
If you tell the truth, you don't have to remember anything.


จำไม่ได้ นะว่า สมัยใครเอ่ย
มีการโกงข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย...
งุงงิงๆ.....

ความคิดเห็นที่ 12
peace-corner วันที่ : 20/07/2008 เวลา : 18.19 น.
http://www.oknation.net/blog/writtaholic
มีแมลงตัวหนึ่งบินมาเกาะจมูกกระต่ายๆ มันจึงปัด ๆ แมลงจึงบินหนีไป(คำคมวันนี้) 

มันคงนึกว่าเลือดคงหวานกว่าบ้านโน้น จึงชวนกันมาดื่มกิน
น่าจะปลื้มพวกมันนะ ที่ตาถึง (และใจถึงกล้าเข้าบ้านนี้อ่ะ)


...............................................

ยุงมันน่าจะรู้ภาวะเศรษฐกิจช่วงนี้นะ
น้ำตาล เนย นม แพงจะตาย บ้านไหนๆ ตอนนี้ เลือดเค็มทั้งนั้นแหละ


^^

เอาเหอะ ตาถึง แล้วตอนนี้มันก็ถึงฆาตแล้วล่ะ

แฮ่
ความคิดเห็นที่ 11
peace-corner วันที่ : 19/07/2008 เวลา : 20.52 น.
http://www.oknation.net/blog/writtaholic
มีแมลงตัวหนึ่งบินมาเกาะจมูกกระต่ายๆ มันจึงปัด ๆ แมลงจึงบินหนีไป(คำคมวันนี้) 

จะเอานายกไปแข่งโอลิมปิกที่ไหนหรอ


^^

ได้คนฉลาดมา ถ้าเค้ายังมีใจคดโกง
มันก็คื้อกั๊นป่าวอ่ะ
ความคิดเห็นที่ 10
เจริญขวัญ วันที่ : 19/07/2008 เวลา : 20.42 น.
http://www.oknation.net/blog/charoenkwan

โถ ไอ้กระผมมันแย่

กระผมแพ้เด็กปอสี่ (ว้อย)

งดคุยการเมืองหนึ่งวัน อิอิ

มาแหย่หนุกๆ
ความคิดเห็นที่ 9
NN1234 วันที่ : 19/07/2008 เวลา : 19.57 น.

จะไปสอบด้วยคน แต่คะแนนคงได้น้อยนิด
ใครจะไปรู้ทุกวิชางี้
ความคิดเห็นที่ 8
kunlek วันที่ : 19/07/2008 เวลา : 19.31 น.
http://www.oknation.net/blog/kunlek
ไม่มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ตัวของเราเอง

เหมือนสอบจอหงวนเลยเน๊อะ
ความคิดเห็นที่ 7
After-PostModern วันที่ : 19/07/2008 เวลา : 19.18 น.
http://www.oknation.net/blog/lightcircle

ต่อไป ใครจะกล้าด่าว่านายกโง่บ้างละ ก็ในเมื่อเขาเปิดโอกาสแล้ว แต่กลับสอบสู้เขาไม่ได้ อิอิ
ความคิดเห็นที่ 6
เจเจค่ะ วันที่ : 19/07/2008 เวลา : 19.17 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

ไม่ยุติธรรมเยยนะฮ้า


กระบวนการคัดสรรอันนี้กีดกันคนโง่ชัดชัด
ความคิดเห็นที่ 5
เสลดพังพอน วันที่ : 19/07/2008 เวลา : 19.02 น.
http://www.oknation.net/blog/jummum

คุณสมบัติผู้มีสิทธิสมัครสอบ
น่าจะเพิ่มอีกข้อนะคะ ก็ห้ามชิมไปบ่นไปไงคะ
ความคิดเห็นที่ 4
After-PostModern วันที่ : 19/07/2008 เวลา : 19.00 น.
http://www.oknation.net/blog/lightcircle

(เลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรงนั่นแหละ แต่เปลี่ยนวิธีการสรรหา ลองดูว่าใครจะวิจารณ์โดยไม่อ่านมั่ง หุหุ)
ความคิดเห็นที่ 3
tonlosoman วันที่ : 19/07/2008 เวลา : 18.50 น.
http://www.oknation.net/blog/TONLOSOMAN
 www.sumbydesign.net   รับทำเว็บ,ทำธีม,PHP-nuke,Discuz,Dream สอนทำเว็บ-สอนทำธีม สอนแบบตัวต่อตัว ทางเน็ต  ในระบบออนไลน์ ระบบเสียงชัดเจน

การเลือกตั้งดีกว่านะ ผมว่า จะได้อยู่ไปเลย
ความคิดเห็นที่ 2
After-PostModern วันที่ : 19/07/2008 เวลา : 18.48 น.
http://www.oknation.net/blog/lightcircle

ล็อคสเปค หุหุ กันแกไว้ก่อน
ความคิดเห็นที่ 1
เจเจค่ะ วันที่ : 19/07/2008 เวลา : 18.45 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

อายุมะเถิงอ่ะค่ะ




แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31