พิมพ์หน้านี้
|
ความผิดและโทษฐานปลุกระดมทางการเมือง ผมเห็นว่าบ้านเมืองของเราทุกวันนี้ ปั่นป่วนเพราะมีสาเหตุหลักมาจากการปลุกระดมทางการเมืองเป็นสำคัญ ผลสำเร็จของมันคือ บ้านเมืองกำลังแตกเป็นเสี่ยงๆ คนในครอบครัวเดียวกันแตกแยก บ้านใกล้ๆกันมองหน้ากันไม่ติด เพราะเอ็งโง่ ข้อฉลาดคนเดียว รู้ความจริงและสถานการณ์ถูกต้องที่สุด ผมเห็นว่า เราควรต้องมีการเสนอกฎหมายใหม่ๆ สำหรับเอาผิดและลงโทษ พวกปลุกระดมทางการเมือง โดยองค์ประกอบของความผิด คือ (๑) การใช้เสรีภาพในการพูด และการสื่อด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ นั่นคือรวมถึงการมีเจตนาบิดเบือนให้สำคัญผิดในข้อเท็จจริงหรือสถานการณ์ด้วย (๒) เป็นพฤติการณ์ของบุคคลสำคัญๆทางการเมือง แกนนำทางสังคม หรือสื่อมวลชน เช่น ส.อบต.สท. ส.ส. สว. เป็นต้น เพราะมีอำนาจในการโน้มน้าว ล่อลวง ชวนเชื่อมวลชนได้มากกว่าบุคคลทั่วไป ตามมาดูมาตราต่างๆที่เกี่ยวข้องของกฎหมายแม่บทกันก่อน นั่นคือรัฐธรรมนูญไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มีบัญญัติไว้ดังนี้ มาตรา ๔๕ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในครอบครัวหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชน การสั่งปิดกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้ จะกระทำมิได้ การห้ามหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเสนอข่าวสารหรือแสดงความคิดเห็นทั้งหมดหรือบางส่วน หรือการแทรกแซงด้วยวิธีการใดๆ เพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้ จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายซึ่งได้ตราขึ้นตามวรรคสอง มาตรา ๕๐ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในทางวิชาการ การศึกษาอบรม การเรียนการสอน การวิจัย และการเผยแพร่งานวิจัยตามหลักวิชาการย่อมได้รับความคุ้มครอง ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดต่อหน้าที่ของพลเมืองหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน มาตรา ๗๐ บุคคลมีหน้าที่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ มาตรา ๗๑ บุคคลมีหน้าที่ป้องกันประเทศ รักษาผลประโยชน์ของชาติ และปฏิบัติตามกฎหมาย สรุปคือว่า การใช้เสรีภาพในการพูด เขียน หรือสื่อในทางใดๆ ที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน นั้นกระทำมิได้ และโดยหน้าที่แล้ว บุคคลมีหน้าที่พิทักษ์รักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ดังนั้นการปลุกระดมทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง แต่บ่อนทำลายผลประโยชน์ของชาตินั้นถือว่าเป็นการจงใจฝ่าฝืนการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๐ ประกอบมาตรา ๗๑ เช่น กรณีเขาพระวิหาร ที่กำลังลุกลามบานปลายไปสู่การยื่นเรื่องแจ้งสหประชาชาติ เพราะมีกองกำลังทหารติดอาวุธประชิดชายแดน การปลุกระดมชายแดนก็เหมือนการชักศึกเข้าบ้าน เพราะเป็นข้ออ้างให้กัมพูชาเดินเกมระหว่างประเทศได้ ทั้งที่ในอดีตข้อพิพาทในพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ก็อยู่ในการการเจรจาของคณะกรรมการปักปันเขตแดนไทย-กัมพูชาเท่านั้น ปัญหานี้ สืบเนื่องมาจากที่ฝ่ายรัฐบาลเสนอความจริงอย่างหนึ่ง ฝ่ายต่อต้านก็พูดอีกอย่าง(บ้างก็พูดให้คลุมเครือว่ารัฐบาลยกเขาพระวิหารให้กัมพูชา ซึ่งมีพื้นที่พิพาทกันอยู่) ประชาชนส่วนใหญ่ย่อมไม่รู้ว่าความจริงในเรื่องนี้ ไม่รู้ว่ารัฐบาลหรือฝ่ายคัดค้านพูดปลุกระดมประชาชน แต่ความแตกแยก ปั่นป่วน วุ่นวาย และความเสียหายได้เกิดขึ้นสำเร็จแล้ว (แม้ในเรื่องอื่นๆก็เช่นเดียวกัน คือมีผู้ไม่รู้จำนวนมาก พอไมโครโฟนจ่อปากก็พูดได้พูดเอา เช่น กรณีการให้ความเห็นทางเศรษฐกิจของนักวิชาการ ต่อไปน่าจะมีการเก็บบันทึกประวัติไว้ด้วยว่า นักเศรษฐศาสตร์ท่านใดให้ความเห็นผิด ก็ต้องลดเงินเดือนหรือตำแหน่งทางวิชาการตามจำนวนที่ผิดพลาด แต่หากความเห็นนั้นถูกต้องก็นำไปพิจารณาประกอบเพิ่มตำแหน่งทางวิชาการด้วย ฯลฯ) อาศัย รัฐธรรมนูญมาตรา ๗๐ และ ๗๑(ยกมาอ้างอีกครั้ง มาตรา ๗๐ บุคคลมีหน้าที่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ มาตรา ๗๑ บุคคลมีหน้าที่ป้องกันประเทศ รักษาผลประโยชน์ของชาติ และปฏิบัติตามกฎหมาย) เราชาวประชา สุจริตชนทั้งหลาย จึงต้องมาช่วยกันศึกษาต่อไปว่าในประมวลกฎหมายอาญาปัจจุบัน มีบทกำหนดเกี่ยวกับความผิดและโทษบุคคลหรือองค์กรที่ปลุกระดมทางการเมืองอย่างไรบ้าง เพราะหากมีระวางโทษน้อยเกินไปก็สมควรจะได้เสนอบทลงโทษที่สาสมกับฐานความผิดนี้ แต่หากปัจจุบันยังไม่มีฐานความผิดและบทลงโทษที่ชัดเจน ก็จักได้ช่วยกันผลักดันนำเสนอเป็นกฎหมายต่อไป เช่น ประมวลกฎหมายอาญา หมวด 2 ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร
มาตรา ๑๑๖ ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต โดยส่อไปในทางการยุยง ปลุกปั่น ปลุกระดมด้วยข้อความอันเป็นเท็จ (๑) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล หรือ (๒) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความสงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ (๓) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน หรือ (๔) เพื่อช่วงชิงประโยชน์ หรือความได้เปรียบทางการเมือง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี ถ้าผู้กระทำความผิดตามมาตรานี้ เป็นหัวหน้าหรือแกนนำมวลชน นักการเมือง บุคคลสำคัญทางการเมือง หรือสื่อมวลชนเป็นผู้กระทำความผิดนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรืออาจบัญญัติใหม่เพิ่มเติม ประมาณว่า ... มาตรา ๑๑๖ ทวิ ผู้ใดเป็นหัวหน้า แกนนำมวลชน หรือนักการเมือง หรือสื่อมวลชนกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต โดยส่อไปในทางการยุยง ปลุกปั่น ปลุกระดมด้วยข้อความอันเป็นเท็จ (๑) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล หรือ (๒) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความสงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ (๓) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน หรือ (๔) เพื่อช่วงชิงประโยชน์ หรือความได้เปรียบทางการเมือง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี อย่างไรก็ตาม เสรีภาพในการวิจารณ์วิจัยตามรัฐธรรมนูญก็ยังอยู่ คือ มาตรา ๕๐ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในทางวิชาการการศึกษาอบรม การเรียนการสอน การวิจัย และการเผยแพร่งานวิจัยตามหลักวิชาการย่อมได้รับความคุ้มครอง ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดต่อหน้าที่ของพลเมืองหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน นั่นคือ ต่อไปนี้ การวิจารณ์นโยบายของรัฐบาลต่างๆ เช่น ๖ มาตรการ ๖ เดือน ก็ต้องวิจารณ์บนพื้นฐานความสุจริต และควรบังคับว่าต้องเสนอทางออกที่คิดว่าดีกว่าให้สังคมรับรู้ด้วย เพื่อความเจริญก้าวหน้าของสังคม เพื่อประโยชน์และความสุขของประชาชาติ |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||