พิมพ์หน้านี้
|
พวกเรา 2 คน นั่งพักอยู่ข้างบนสักพัก ถ่ายรูปกันหลายมุมมากๆ เพราะคิดว่าถ้ามาเที่ยวที่นี่กับบริษัททัวร์ คงไม่มีโอกาสขึ้นมาที่นี่อย่างแน่นอน หายเหนื่อย หายอยากกันแล้วก็ค่อยๆ ไต่ลงมากันจนถึงวัดด้านล่างแล้วพวกเราตัดผ่านตรอกเล็กๆ เพื่อไปยังถนนสายหลักของเมือง เพราะไม่อยากเดินซ้ำกับทางเดิม และอีกอย่างคือยังไม่ถึงเวลาที่พวกเรานัดไว้กับเจ๊เจ้าของที่พักเลยยังพอมีเวลาเถลไถล ระหว่างทางนอกจากชาวเมืองคังติ้งแล้วพวกเรายังเห็นชาวตะวันตก อีก 1- 2 กลุ่มเดินเตร็ดเตร่อยู่ในเมืองนี้ แสดงว่าที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางไปยังดินแดน แชงกรีล่าแห่งสุดท้าย จริงๆ แต่ชาวตะวันตกกลุ่มนี้คงจะระมัดระวังตัวเองมากเกินไปหน่อย เพราะพวกเราเดินเข้าไปทักกลับไม่สนใจซะงั้น เจ๊แกตกใจใหญ่ เพราะว่าพวกเรากลับกันมาเร็วมากเลย ถึงก่อนเวลานัดซะอีกเลยยังไม่ได้เรียกรถให้เลย เจ๊แกกุลีกุจอหาน้ำให้พวกเรากินก่อน ส่วนตัวแกเองวิ่งออกไปหารถมาให้ น้ำหมดไปคนละครึ่งแก้วเจ๊แกพาชายวัยกลางคนตัวเล็กๆ เดินเข้ามาหาพวกเราพร้อมกับแนะนำตัวว่าเป็นคนขับรถพาพวกเราไปที่มู่เก๋อชั่ว โดยคิดค่ารถแบบเหมารวมไป กลับ 150 หยวน ไม่ใช่ 120 หยวน เจ๊แกเสียงอ่อยๆ บอกว่าไปเถอะนะ เราขี้เกียจต่อราคาเลยตกลงทันที 150 ก็ 150 ไม่เป็นไร รถตู้ที่เป็นพาหนะพาพวกเรา 2 คนไปนั้นเป็นรถตู้ขนาดเล็กแบบยอดนิยมในประเทศจีนนี่แหละ ขึ้นไปบนรถทำความคุ้นเคยกับคนขับรถสักพัก ก็ถามเฮียคนขับเลยว่า มู่เก๋อชั่ว เนี่ยเป็นยังไง อยากรู้มาก (อัดอั้นมานาน) เฮียแกก็ค้นนามบัตรกับโบรชัวร์ มาให้พวกเราดู สวยมาก พร้อมกับอธิบายรายละเอียดต่างๆ ให้พวกเราทำความคุ้นเคยกับที่นี่ก่อน มู่เก๋อชั่ว จริงๆ แล้วไม่ใช่ภาษาจีนเป็นภาษาท้องถิ่นที่นี่ (น่าจะเป็นภาษาฑิเบต) ถ้าแปลเป็นภาษาจีนเรียกว่า เหย่เหรินห่าย (野人海, yerenhai) มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 350 ตารางกิโลเมตร สูงจากระดับน้ำทะเล 3,200 3,700 เมตร ภายในประกอบไปด้วย ทะเลสาป ภูเขาหิมะ ทุ่งหญ้า บ่อน้ำร้อน พอเห็นว่าพวกเรากำลังเคลิ้มๆ ก็ถามเรากลับมั่งว่า มาจากไหนกันเหรอ เราเลยมั่วนิ่มไปว่า มาจากทางใต้ เฮียแกหัวเราะเสียงดังบอกว่ามิน่าล่ะ ฟังสำเนียงแล้วแปลกๆ (มุขเดียวกับเจ๊แกเลย)
ครั้งแรกที่ได้ยินเจ๊แกบอกว่าค่าเหมารถ 120 หยวน ว่าแพงแล้วตอนหลังเพิ่มเป็น 150 หยวน ยิ่งแพงขึ้นไปอีก แต่พอออกเดินทางไปได้สักพักก็ต้องเปลี่ยนความคิดเพราะทางไปลำบากมาก กระเด้งกระดอนไปตลอดทางเลย และไกลมากๆ ประมาณ 70 กิโลเมตรจากคังติ้งก็เลยไม่เป็นไร 150 ก็ 150 หยวนๆ กันไป พอรถออกนอกเมืองไปเราไม่กล้าชวนคนขับรถคุยซักเท่าไหร่ เพราะทางน่าหวาดเสียวมากเลย ขอนั่งดูวิว 2 ข้างทางสลับกับยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปแทน พี่ที่มากับเรานั่งเงียบตลอดทางเลยไม่พูดไม่จา (มารู้ทีหลังว่าปวดหัว ซึ่งเป็นอาคารเบื้องต้นของโรคแพ้ความสูง)
เราติดใจบ้านของชาวบ้านที่พบเห็นระหว่างทางมากๆ เลย ลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้นที่ทำจากหินทั้งหลัง คงเพราะว่าพื้นที่แถวนี้มีหินเยอะ แล้วเขาเรียงหินก่อกันเรียบร้อยมาก ๆ เลย เรียงหินเป็นระเบียบไม่มีเหลื่อมกันเลย รอบๆ บ้านก็ปลูกพืช ผักกันไปน่าจะสุขสบายกันพอสมควรเลย อากาศก็ดี ไม่มีมลพิษ |
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||