• liminghui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : l_mhui@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-01
  • จำนวนเรื่อง : 25
  • จำนวนผู้ชม : 5931
  • จำนวนผู้โหวต : 8
  • ส่ง msg :
more
ย่าติง แชงกรีล่าแห่งสุดท้าย?
เรื่องราวของการแบกเป้ผจญภัยของ 3 หนุ่มไทยสู่เขตอนุรักษ์ธรรมชาติย่าติง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/liminghui
วันจันทร์ ที่ 8 ตุลาคม 2550
ย่าติง แชงกรีล่า ตอนที่ 9
Posted by liminghui , ผู้อ่าน : 69 , 07:49:57 น.  
พิมพ์หน้านี้


นั่งรถมาประมาณ 1 ชั่วโมงก็มาถึงทางเข้าอุทยาน ตอนแรกคิดว่าเป็นป้อมยามเพราะเล็กมาก มีพนักงานเฝ้าอยู่เพียงแค่คนเดียว (นอนหลับด้วย) พวกเราจอดรถแล้วยังไม่ตื่นเลย เฮียคนขับต้องเดินเข้าไปปลุก (ท่าทางจะสนิทสนมกันมาก)  เสียค่าเข้าคนละ 35 หยวน จ่ายเงินค่าเข้าเรียบร้อย  คนขับก็ขับพาพวกเราเข้าไปด้านในจากที่จ่ายเงินเข้าไปอีกไกลพอสมควร (ประมาณ 2 – 3 กิโลเมตรได้) จึงจะเริ่มเข้าเขตอุทยานจริงๆ

เมื่อเข้ามาถึงลานจอดรถ เฮียคนขับรถแกจอดรถด้านนอกไม่ยอมเข้าไปจอดที่ลานจอดรถ แล้วหันมาบอกกับพวกเราว่า เขาจะรออยู่ที่นี่ขอให้พวกเราเดินเข้าไปเองละกัน

นอกจากนั้นเฮียแกยังเตือนพวกเราอีกว่า ถ้าเดินเข้าไปแล้วมีคนมาเรียกให้ขึ้นม้าเพื่อขี่ขึ้นเขาอย่าไป หยุดคุยด้วยเด็ดขาดนะ ให้เดินไปเรื่อยๆ และถ้าใครถามว่ามาที่นี่ยังไง ก็ให้บอกว่ามีเพื่อนมาส่ง พวกเรา 2 คนฟังเฮียแกสั่งสอนเสร็จก็เดินเข้าไปด้านใน

อาคารร้านค้าขายน้ำ ขนมต่างๆ อยู่เลยจากลานจอดรถข้างหน้าไปนิดเดียวเท่านั้น เราเลยตรงดิ่งเข้าไปซื้อโค้กมา 2 ขวด แล้วก็จริงอย่างที่เฮียคนขับรถบอกไว้เลย เพราะว่าพอก้าวเท้าออกจากชายคาร้านค้าปุ๊บ มีคนเดินตรงเข้ามาหาพวกเราทันทีเลย 2 คน แล้วยังกันคนอื่นๆ ที่จะเข้ามาหาพวกเราให้ออกไปอีก ประมาณว่า 2 คนนี้ข้าจองแล้ว พวกเราปฏิบัติตามคำสั่งสอนของเฮียแกอย่างเคร่งครัด คือไม่ว่าพวกนั้นจะพูดอะไร เรา 2 คนสั่นหัวลูกเดียวไม่พูดซักคำ แต่ต้องยอมรับในความอดทนของ 2 คนนี้จริงๆ พวกเราเดินหนีไปไกลแค่ไหนก็ยังเดินตามมาอย่างไม่ลดละ จนพวกเรากระโดดลงบนทางเดินเลียบทะเลสาป ด้านหลังร้านขายของพวกเขาจึงเลิกเดินตาม

ทางเดินที่พวกเรากระโดดลงมานั้นเป็นทางเดินไม้ที่สภาพยังใหม่มากๆ เหมือนกับว่าเพิ่งจะสร้างเสร็จไม่นานนี้เอง สังเกตจากรอยต่อและขอบไม้ยังคมกริบอยู่เลย และที่สำคัญไม่มีคนเดินไปเดินมาให้เกะกะเวลาถ่ายรูปเลย    

พวกเราเดินไปสักพักถึงได้คิดว่าจะไปทางไหนกันดี พี่ที่ไปด้วยกันเลยชวนเราเดินไปตามทางไม้นี้เรื่อยๆ เดินไปถ่ายรูปไปทำให้ความรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ไปดูธารน้ำแข็ง ห่ายหลัวโกว หายไปหมดเลย

พวกเราเดินไปเรื่อยๆ วิวทิวทัศน์ก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามความโค้งของทางเดินที่พวกเราเดินกันอยู่ นอกจากทะเลสาปสีเขียวที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาสีเขียวแล้ว เมื่อมองสูงจึ้นไปจะเห็นภูเขาหิมะที่บริเวณยอดเป็นสีขาวเรียงเป็นทิวแถวเลยเชียว  ทางเดินไม้นี่สร้างขึ้นเลียบเลาะไปตามริมขอบทะเลสาป เท่าที่ลองมองๆ ดู    คะเนด้วยสายตาน้ำที่นี่ไม่น่าจะลึกนัก เป็นน้ำที่ไหลลงมาจากภูเขาน้ำแข็ง ดังนั้นน้ำจึงใสมากๆ และคงจะเย็นมากๆ ด้วย เดินจนสุดทางไม้นั้นแล้ว ลองเดินไปอีกทางหนึ่งที่เป็นทางไม้เหมือนกันเพียงแต่ว่า ไม่มีรั้วกั้นขอบทาง มีเพียงแค่ขอบไม้เตี้ยๆ เท่านั้น น่าเดินมาก สร้างเลาะไปตามขอบทะเลสาปเช่นกัน บรรยากาศดีมากๆ     น่าที่จะพาใครสักคนมาเดินจูงมือกันที่นี่สักรอบ 2 รอบ คงจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ของสองเราให้แนบแน่นมากยิ่งขึ้น แต่น่าเสียดายคราวนี้มากับพี่เขา 2 คน และตั้งแต่มาถึงที่นี่เดินไปเดินมาแล้วรู้สึกว่าพี่เขาหน้าแก่ขึ้นมากะทันหัน ซึ่งเราคิดว่าคงจะโดนโรคแพ้ความสูงเล่นงานซะแล้ว จากตอนแรกๆ ที่ยังสดชื่นอยู่ ตอนนี้เหี่ยวซะเหลือเกิน แรงก้าวขาก็ค่อยๆ หดหายลงไปเรื่อยๆ  โดนเราทั้งห่างซะตั้งไกล ต้องหยุดคอยเป็นระยะๆ

พวกเราเดินจนเกือบครบรอบทะเลสาป ก็ลองเดินขึ้นเขาไปด้านบนมั่งเพื่อชื่นชมกับทิวทัศน์ของทะเลสาปจากมุมสูงบ้าง(ต้องเอาให้คุ้มเก็บใส่เมมโมรี่กล้องอย่างเดียวไม่พอ ต้องเก็บใส่เซลล์สมองไว้ด้วย) กว่าจะตะกายขึ้นมาถึงข้างบนเล่นเอาเกือบแย่ พึ่งจะรู้ว่าเวลาอากาศเบาบางจะทำให้เราเหนื่อยง่ายขึ้นขนาดไหน  จะได้เตรียมตัว เตรียมใจ รับรู้สภาพร่างกายของตัวเองได้เวลาไปเดินที่ ย่าติง ที่นี่คงจะเปรียบได้กับสนามซ้อม แต่พี่เขาแค่ซ้อมเบาะๆ แค่นี้ ยังเกือบเอาตัวไม่รอด ลงมาถึงข้างล่างต้องถึงขั้นขอนอนพักก่อน (นอนบนพื้นข้างทางนั่นแหละ) เพราะว่าปวดหัวมากๆ

เราหาที่นั่งใต้ร่มไม้นั่งปล่อยอารมณ์สบายๆ เพิ่งจะเป็นครั้งนี้นี่แหละที่รู้สึกได้ว่าการปล่อยอารมณ์ จิตใจ ให้ล่องลอยไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องคิดถึงอะไรนี่มันมีความสุขใช่ย่อยนะ ยิ่งถ้ามากับใครสักคนนั่งข้างๆ กันเอาหัวไหล่ชนกันโดยที่ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรกันสักคำ ก็มีความสุขแล้วล่ะ (มองไปข้างๆ เห็นพี่เขานอนเอามือก่ายหน้าผาก แล้วเสียอารมณ์) เรานั่งฟุ้งซ่านเรื่อยๆ เปื่อยๆ ปล่อยให้พี่เขานอนพักสักครู่หนึ่ง  กำลังจะเคลิ้มหลับเหมือนกัน พี่เขาลุกขึ้นมาบอกว่ายิ่งนอนยิ่งปวดหัว ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นสักเท่าไหร่เลย ไปกันต่อเถอะ 

พวกเราเดินกลับมาหาเฮียคนขับรถ เฮียเลยบอกพวกเราว่าระหว่างขากลับอยากให้จอดตรงไหนก็บอกละกัน แต่ก่อนอื่นเฮียแกไปส่งพวกเราลงระหว่างทางภายในอุทยาน แล้วบอกให้พวกเราเดินตามทางเดินเลียบลำธารไปเรื่อยๆ จะไปจอดรถรอข้างล่างโน้น พวกเราก็เชื่อตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร แม้กระทั่งไม่กลัวว่าเฮียแกจะพาไปทิ้งให้พวกเรากลับเอง พวกเราก็เดินตามทางมาเรื่อยๆ จนพบกับ กงล้อมนตราขนาดยักษ์ ความสูงประมาณ 1.50 เมตรเลยทีเดียว ซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ยังทำไม่เสร็จเลย ด้านล่างที่เห็นเป็นช่องนั่นเอาไว้ให้น้ำไหลผ่าน เพื่อทำให้กงล้อมนตราพวกนี้หมุน ถ้าสร้างเสร็จเปิดให้น้ำไหลเข้ามาคงจะเป็นภาพสวยงามทีเดียว

เรา 2 คนเดินตามลำธารลงมาเรื่อยๆ บรรยากาศร่มรื่นมากๆ 2 ข้างทางมีแต่ต้นไม้ใหญ่ สูงๆทั้งนั้น ทำให้เวลาเดินแล้วไม่ร้อนเลย อากาศออกจะเย็นๆ ซะด้วยซ้ำไป พี่เขาอาการเริ่มดีขึ้นแล้ว อาการปวดหัวลดน้อยลง น้ำในลำธารที่นี่ไหลแรงมากเลย เห็นแล้วคงจะมั่นใจได้ว่าสามาถทำให้กงล้อมนตรายักษ์เหล่านั้นหมุนได้แน่ๆ  ส่วนสาเหตุที่ทำให้น้ำที่นี่ไหลแรง น่าจะเป็นเพราะว่าเป็นการไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำเลยทำให้น้ำที่นี่ไหลแรง (จนกระทั่งถึงเมืองคังติ้งเลย) แล้วอีกอย่างคือ ปริมาณของน้ำที่ไหลลงมาจากทะเลสาปด้านบนมีปริมาณมาก ทำให้สามารถไหลต่อเนื่องลงมาได้เรื่อยๆ ตลอดทั้งวัน เฉพาะช่วงฤดูหนาวเท่านั้นที่ปริมาณน้ำอาจจะน้อยลง หรือไม่มีการไหลเลย (เนื่องจากน้ำที่ทะเลสาปด้านบนเป็นน้ำแข็ง)

 

            เดินตามลำธารลงมาเรื่อยๆ จนกระทั่งสุดทางเดิน ต้องปีนขึ้นไปด้านบนกัน (ทางเดินเลียบลำธารนี้อยู่ต่ำกว่าทางรถวิ่งประมาณ 1 – 2 เมตร) พอโผล่หัวขึ้นมาเจอเฮียคนขับแกยืนยิ้มเผล่รออยู่ก่อนแล้ว พวกเราเลยบอกแกว่าเมื่อยแล้วกลับคังติ้งเลยละกัน ระหว่างทางก็คุยกันไปเรื่อยๆ เปื่อยๆ ฟังสับสนบ้างเนื่องจากแกติดสำเนียงท้องถิ่นมากพอสมควรจนถึงคังติ้ง พวกเราขอนามบัตรเฮียแกไว้ด้วย เนื่องจากติดใจที่พี่แกเตือนเราก่อนเข้าไปที่มู่เก๋อชั่ว ซึ่งจริงๆ แล้วแกน่าจะได้ส่วนแบ่งเหมือนกันถ้าแกแนะนำให้เรานั่งม้าเล่นที่นั่น พอเข้าเขตตัวเมืองคังติ้งเราเลยจ่ายค่าเหมารถให้อาเฮีย (ประมาณว่าไม่โดนปล่อยกลางทางแน่นอนแล้ว) แถมให้ทิปไปด้วย ถึงมันจะไม่มากแต่ก็เรียกรอยยิ้มจากเฮียแกได้เหมือนกัน


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
siampatriot วันที่ : 08/10/2007 เวลา : 15.28 น.
http://www.oknation.net/blog/siampatriot
แวะมาเยี่ยมคร๊าบบบบ

ถ้าเป็นผมคงทิปไปซัก 20 หยวนเลยแหละ...
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 08/10/2007 เวลา : 09.45 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ขอบคุณค่ะ ...

สวัสดียามสายๆ ... Have fun .. Monday !!
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31