พิมพ์หน้านี้
|
ประมาณ 10 โมงกว่าๆ พวกเรามาถึงทางเข้าเขตอนุรักษ์ธรรมชาติย่าติง (亚丁自然保护区, yadingziranbaohuqu) ต้องซื้อบัตรเข้าเขต อนุรักษ์ที่นี่ คนละ 150 หยวน แต่เพื่อนเราใช้บัตรนักศึกษาลดราคาลงครึ่งหนึ่งเหลือแค่ 80 หยวนเท่านั้น โดยบัตรทุกใบจะมี CD ขนาดเล็กเท่ากับบัตรเครดิตแถมมาให้ด้วย 1 แผ่น หยิงปาบอกเราว่าข้างในจะรวมรูปภาพของที่นี่ในฤดูกาลต่างๆ ดังนั้นเก็บรักษาไว้ให้ดีๆ นะ ที่นี่นอกจะจำหน่ายบัตรเข้าแล้ว พื้นที่อีกส่วนหนึ่งยังเป็นร้านขายของที่ระลึกต่างๆพวกเรา 3 คนซื้อโปสการ์ดมาอีกคนละ 1 ชุด ตั้งใจไว้ว่าจะส่งกลับประเทศไทย ที่นี่นอกจากจำหน่ายบัตรเข้าแล้วยังมีสินค้าที่ระลึกอื่นๆ อีก แต่พวกเราไม่ซื้อกันเลย เมื่อทุกคนได้บัตรแล้ว หยิงปา ก็เรียกขึ้นรถ เลยจากที่จำหน่ายไม่ไกลเป็นด่านที่คอยตรวจบัตรอีกที่หนึ่ง หลังจากตรวจบัตรเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่เขายังแจกเข็มกลัดที่ระลึก และถุงผ้าสำหรับใส่ขยะให้อีกคนละ 1 ใบ โดยเขาย้ำว่าอย่าทิ้งขยะซี้ซั้วนะ ช่วยๆ กันอนุรักษ์ธรรมชาติ ให้รุ่นลูก รุ่นหลานพวกเราได้ดูกันบ้าง ซึ่งเราคิดอยู่ในใจนะว่า ถ้าใครเห็นธรรมชาติที่สวยงามอย่างนี้แล้วยังกล้าที่จะทิ้งขยะไม่เป็นที่ไม่เป็นทางอีก ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว
หลังจากผ่านด่านมาแล้วเราลองหยิบบัตรผ่านประตูขึ้นมาดู บัตรนี้แบ่งออก เป็น 2 ฝั่ง ฝั่งหนึ่งเป็นโปสการ์ด อีกฝั่งเป็นบัตรผ่านประตู แต่ในความคิด เราคงมีไม่กี่คนที่ยอมฉีกบัตรออกเป็น 2 ส่วนเพื่อนำไปใช้เป็นโปสการ์ด (ในกลุ่มเรา 7 คนนี้ไม่มีความคิดแบบนี้เลย) ตลอดทางตั้งแต่ตอนซื้อบัตรมาเราตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ เพราะยิ่งมองดูบัตรที่ ถืออยู่ในมือยิ่งอยากเห็นว่าผลงานจากธรรมชาติที่ปรากฎบนบัตรนั้นกับของ จริงๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าเราแล้วจะเหมือนกันไหม จะสวยแบบนี้ไหม ฟุ้งซ่าน มากๆ
เรากำลังนั่งฟุ้งซ่านอยู่ดีๆ หยิงปา ก็ตะโกนนับเริ่มถอยหลังขึ้นมาซะงั้น ทำให้เราสะดุ้งตื่นจากภวังค์เลยมองดูข้างหน้าเป็นทางโค้ง หยิงปากำลังนับ 3 2 1 พอนับถึง 1 ปุ๊บรถพ้นทางโค้งนั้นออกมา ทุกคนในรถร้องออกมา พร้อมกันเลย เพราะว่าภาพที่เห็นตรงหน้าคือภูเขาหิมะสูงตระหง่าน หยิงปา จอดรถให้พวกเราถ่ายรูปกันเต็มที่เลย แต่น่าเสียดายว่าวันนี้ท้องฟ้าฝั่งภูเขา หิมะนั้นไม่ใสเลย ดูแล้วเหมือนฝนใกล้จะตกเลย ทำให้มองไม่เห็นยอดของ ภูเขาหิมะข้างบน
บริเวณทางโค้งที่ หยิงปา จอดรถให้พวกเราถ่ายรูปกันมีเจดีย์เล็กๆ สีขาว ตั้งอยู่บนเนินเขาบริเวณทางโค้งพอดี พวกเราตะเกียกตะกายปีนขึ้นไปข้างบนเจดีย์กัน แต่ก็อย่างที่บอกยังมีเมฆอยู่ทำให้มองไม่เห็นยอดภูเขาหิมะ หยิงปา ตามขึ้นมาด้วยพร้อมกับไล่นิ้วไปตามทางที่ดูเหมือนเป็นถนนนั้นว่า นั่นคือเส้นทางที่พวกเราต้องเดินเข้าไปกัน หรือว่าอยากจะนั่งม้าเข้าไปก็ได้ แล้วแต่กำลังกาย และกำลังทรัพย์ หลังจากทำให้พวกเราเข่าอ่อนกับระยะทางเดินข้างหน้าแล้ว หยิงปา ก็ขอตัวบอกว่าจะไปทำพิธีก่อน เราเกิดความอยากรู้อยากเห็นเลยเดินตามมาด้วยคนโดยออกตัวก่อนเลยว่าจะขอดูอย่างเดียว
หยิงปา เดินลงไปข้างๆ เจดีย์ซึ่งมีปล่องไฟ (รึเปล่า) ขนาด เมตรครึ่ง คูณเมตรครึ่งอยู่ หยิงปา หยิบธูปออกมา 1 กำมือ แล้วก็หยิบช่อดอกไม้แห้งๆ อีก 1 กำมือวางไว้หน้ากระถางธูป หลังจากนั้นหยิบกระดาษเล็กๆ ขนาด 1 นิ้วคูณ 2 นิ้วออกมา 1 ปึกจากในกระเป๋าเสื้อโดยวางไว้ใต้ช่อดอกไม้แห้งๆ วางทั้งหมดเรียบร้อยแล้วก็จุดธูป หลับตาพึมพำอะไรก็ไม่รู้สักพักหนึ่ง หลังจากที่ปักธูปแล้ว หยิงปา เอาช่อดอกไม้โยนเข้ากองไฟ ในปล่อง จากนั้นหยิบกระดาษเล็กๆ ปึกเดินขึ้นไปบนเจดีย์แล้วก็กระโดดตัวลอยร้องเฮออกมาดังๆ แล้วก็โยนปึกกระดาษขึ้นฟ้า ทำเอาคนที่มาจอดรถถ่ายรูปกันแถวนั้นแตกตื่นกันใหญ่เลย มีแค่พวกคนขับรถกับไกด์เท่านั้นที่ส่งเสียงเฮตาม แล้ว หยิงปา ก็หันมาบอกเราว่ากระดาษยิ่งลอยสูงยิ่งดี แสดงว่าการเดินทางของพวกเราจะราบรื่นไม่มีอุปสรรคใดๆ หลังจาก กระดาษทั้งหมดค่อยๆ ทยอยร่วงลงหมดแล้ว หยิงปา ก็ให้พวกเราขึ้นรถเดินทางต่อทันทีเลย ช่วงที่นั่งอยู่บนรถอดไม่ได้ที่จะนึกถึงพิธีกรรมของ หยิงปา เมื่อครู่เพราะถ้าหากว่าเรามากับคณะทัวร์คงไม่ได้เห็น และไม่รู้ว่าคณะทัวร์จะจอดรถให้พวกเราถ่ายรูปกันที่นั่นหรือเปล่า และอีกอย่างหนึ่งรู้สึกว่าพวกเรา 3 คนโชคดีมากๆ เลย ที่ได้เพื่อนร่วมทางและผู้นำทางที่ดีมากๆ โดยที่ในตอนแรกพวกเรา 3 คนก็แอบหวั่นๆ อยู่ในใจเหมือนกันว่าจะเจอกับเหตุการณ์อะไรบ้างระหว่างการเดินทางในครั้งนี้ แต่ปรากฎว่าพวกเราเจอแต่คนดีๆ ทั้งนั้น ตั้งแต่ออกจากเฉิงตูมาไม่เคยมีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้พวกเรารู้สึกไม่ดีว่าโดนหลอกหรือโดนโกงเลย
|
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||