พิมพ์หน้านี้
|
หยิงปา พาพวกเราลงมาจากสันเขาข้างบนพาพวกเราหาที่แวะกินข้าวกลางวันกันก่อน โดยพาไปที่แห่งหนึ่งที่ให้บริการห้องพักแต่ปรากฎว่าที่นั่นอยู่ในระหว่างการปรับปรุง ไม่มีแม่ครัว พ่อครัว หรือว่าคนที่ทำอาหารเป็นเลยสักคน แต่คนดูแลที่นั่นบอกว่าถ้าอยากกินข้าวที่นี่ก็ต้องทำกินกันเอง ดังนั้นพวกเราเลยขอลาดีกว่า เนื่องจากว่าเสียเวลาเพราะ หยิงปา อยากให้พวกเราเดินเข้าไปถึงที่พักก่อนฟ้ามืด หลังจากผิดหวังจากที่แรกนั้น หยิงปา พาไปอีกที่หนึ่งโดยขับรถย้อนออกมาประมาณ 15 นาทีเป็นร้านอาหาร 2 ร้านตั้งอยู่บนเนินเขา หยิงปา ก็หันมาถามพวกเราว่าอยากกินกับข้าวแบบไหน แบบคนท้องถิ่นที่นี่ หรือว่าแบบคนจีน เนื่องจากทุกคนกลัวว่ากระเพาะอาหารจะไม่คุ้นเคยกับอาหารท้องถิ่น แล้วจะเกิดอาการท้องไส้ปั่นป่วนได้ เลยพร้อมใจกันเลือกอาหารแบบคนจีนดีกว่า ขึ้นไปถึงหน้าร้านอาหาร
จริงๆ แล้วก็ไม่เชิงเป็นร้านอาหารสักเท่าไหร่ ส่วนที่เขาทำเป็นร้านอาหารนั้นคือโครงไม้ที่เอาผ้าใบมาทำเป็นผนัง ข้างในแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือครัว กับพื้นที่สำหรับวางโต๊ะ เก้าอี้ โดยวางกันบนพื้นดินเลยไม่มีการปูพื้น ข้างหลังร้านเป็นบ้านพักของพวกเขาเอง พวกเราสั่งอาหารง่ายๆ มากินกัน 5 6 อย่าง ตามแต่ที่พวกเขาจะมีให้กิน และตั้งแต่ออกจากเฉิงตูมานี่พวกเราแทบไม่ได้กินเนื้อหมูกันเลย กินแต่เนื้อจามรีซะเป็นส่วนใหญ่ หลังจากที่ช่วยกันทยอยลำเลียงข้าวและกับข้าวลงกระเพาะกันจนท้องแน่นแล้ว ก็ออกมานั่งเล่นรับลมกันสักพัก เราว่าที่นี่น่าจะเป็นร้านอาหารที่นี่มีวิวสวยที่สุดแห่งหนึ่งเลยนะบรรยากาศดีมากๆ อากาศเย็น เงียบสงบ นั่งนัดแนะเวลาที่ หยิงปา จะมารับกลับในวันพรุ่งนี้และเรื่องทั่วๆ ไปประมาณ 30 นาที ก็ออกเดินทางกันต่อ หยิงปาขับรถพาพวกเราลงมาข้างล่างมาส่งพวกเราที่ หลงถงปา (龙同坝, longtongba) ซึ่งทุกคนต้องลงรถที่นี่ไม่ว่าจะไปนอนที่พักที่ วัดชงกู่ (冲古寺 , chonggusi) หรือที่ ลั่วหรงหนิวฉ่าง (洛绒牛场 , luorongniuchang) แล้วจากนั้นต้องเดินเท้าหรือว่านั่งม้า (บางตัวก็เป็นลา) เข้าไป ก่อนที่พวกเราจะลงรถ หยิงปา ได้หันมาถามพวกเราว่ามีใครจะนั่งม้าเข้าไปบ้างไหม ทุกคนพร้อมใจกันส่ายหน้าทันที แต่เราก็นึกหวั่นๆ แทน คนจีนทั้ง 4 คนนั้นเหมือนกัน เพราะกระเป๋าแต่ละคนใบใหญ่ทั้งนั้นเลย กลัวว่าจะแบกกันไม่ไหวเพราะต้องเดินเข้าไปประมาณ 14 กิโลเมตรเลยทีเดียว โดยแยกออกเป็น 2 ช่วง ช่วงที่หนึ่งจากที่นี่ถึง วัดชงกู่ ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร ช่วงที่ 2 จาก วัดชงกู่ถึง ลั่วหรงหนิวฉ่างระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร
หลังจากที่พวกเราลงจากรถของ หยิงปา สะพายกระเป๋าขึ้นหลังแล้ว ก็เดินเข้าไปที่ทางเข้าเลย โดยมี หยิงปา ทำหน้าที่องครักษ์คอยกันไม่ให้พวกที่จะเข้ามาชักชวนพวกเราเช่าม้าขี่เข้าไป พวกเราพากันร่ำลา หยิงปา ด้วยความคึกคัก ร่าเริง มาก ๆ เพราะว่าอีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงเราก็จะได้เข้าไปสู่จุดหมายปลางทางสุดท้ายของพวกเรา 3 คนแล้ว แต่ของคนจีนอีก 4 คนเพิ่งมาถึงแค่ครึ่งทางท่านั้น มองจากทางเข้าเห็นแต่ภูเขาใหญ่ขวางหน้าอยู่
พวกเรามาหยุดพักดื่มน้ำกันที่สะพานข้ามลำธารแห่งหนึ่งเป็นสะพานไม้ที่สร้างอย่างหยาบๆ ง่ายๆ แต่ว่ามั่นคงแข็งแรง มองดูหน้าพี่เขาเริ่มชราภาพลงไปอีกแล้ว เรากับเพื่อนยังพอไหวอยู่ นั่งพักอยู่ประมาณ 15 นาที คนจีนทั้ง 4 คนก็เดินมาถึงแล้ว ดูจากอาการแล้วยังไหวอยู่ไม่ล้ากันมากเท่าไหร่ พวกเขาบอกว่ากลัวอาการปวดหัวกำเริบเลยต้องพยายามเดินช้าๆ แต่ว่าก็ยังไม่วายมีอาการปวดหัวอยู่ดี แต่ยังไม่ถึงขนาดคลื่นไส้ พวกเราเลยขอตัวเดินเข้าไปก่อนละกัน เพราะพวกเขาขอนั่งพักบ้าง จาก หลงถงปา ถึงวัดชงกู่แค่ประมาณ 6 กิโลเมตร แต่ว่า วัดชงกู่ อย่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 3,880 เมตร และทางเดินเป็นการค่อยๆ ไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ทำให้ 6 กิโลเมตรกลายเป็นเรื่องที่หนักหนาพอสมควร
พวกเรา 7 คนเดินเกาะกลุ่มกันมาเรื่อยๆ โดยทางที่พวกเราใช้เดินนั้นเป็นทางเดียวกับพวกที่ขี่ม้าเข้าไปและขี่ม้าออกมาโดยทางเดินจะลัดเลาะไปตามลำธารเล็กๆ น้ำตื้น ๆ แต่ว่าไหลแรงมาก นอกจากนั้นน้ำในลำธารยังใสและเย็นด้วย เดินมาได้สักพักหนึ่ง พวกคนจีนที่แบกกระเป๋าใบใหญ่โดนพวกเรา 3 หนุ่มคนไทยทิ้งระยะห่างพอสมควร แต่ว่าต้องผ่อนความเร็วลงเหมือนกัน เพราะว่าพี่เขาเริ่มมีอาการปวดหัวแล้ว ณ จุดที่พวกเรายืนอยู่นี่น่าจะมีความสูงประมาณ 3,000 กว่าเมตร จากระดับน้ำทะเล
|
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||