พิมพ์หน้านี้
|
พวกเรายืนดื่มด่ำกับความงามเบื้องหน้าได้สักพัก ถ่ายรูปกันเหมือนคนเพิ่งมีกล้องถ่ายรูปตัวแรกในชีวิตมุมเดียวถ่ายเป็นสิบรอบเลย ปีนไปที่โน่นบ้างที่นี่บ้าง จนหมดมุมแล้วถึงจะหันหลังเดินกลับเข้ามาข้างใน จึงได้รู้ว่าเราหลงลืมที่จะมองอะไรบางอย่างไป
ช่วงใต้ชายคาก่อนที่จะถึงทางเข้าอาคารด้านในกำลังอยู่ในระหว่างการตกแต่ง มีเศษไม้กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นเต็มไปหมดเลย ทางเดินก็เหลืออยู่นิดเดียวเนื่องจากว่ามีการตั้งนั่งร้านจนต็มพื้นที่ สิ่งที่ทำให้พวกเราตื่นเต้นก็คือการทาสีตกแต่งอาคารที่โดดเด่น สีสันจัดจ้านมากๆ การตกแต่งภายในอาคารมีทั้งการแกะสลักไม้และการทาสีวาดลวดลาย ทั้งในบริเวณผนังทั้ง 2 ด้าน และบนเพดาน สีที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นสีแดง เหลือง และน้ำเงิน ทำให้ดูสดใสสวยงามมากๆ พวกเรายังปีนนั่งร้านขึ้นไปถ่ายรูปด้านบนอีก เรากับเพื่อนปีนป่ายอยู่บนนั่งร้านได้สักพักเริ่มมีคนทยอยเข้ามาภายในวัดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยดูจากการแต่งตัวแล้วจะเป็นนักท่องเที่ยวเหมือนพวกเรา ช่วงที่เรากับเพื่อนกำลังปีนลงมาด้านล่างนั้น คนจีน 4 คนนั้นก็เดินเข้าวัดมาพอดีเลย พอเห็นหน้าพวกเราก็งงใหญ่เลยเพราะพวกเขาคิดว่าพวกเราเดินไปกันไกลแล้ว พวกเขา 4 คนยังชวนพวกเราไปดูช่างฝีมือที่กำลังวาดรูป เขียนลายต่างๆ ลงบนแผ่นไม้เพื่อใช้สำหรับการตกแต่งวัดอยู่ด้านในอาคารเล็กๆ ชั้นเดียวด้านหน้าวัด
คนจีนผู้หญิงคนหนึ่งที่มากับพวกเราจากเต้าเฉิง อาสาพาพวกเราไปดู เรากับเพื่อนเลยรีบตามอาเจ๊แกไปดู เพราะอยากรู้ว่าช่างที่ทำให้เรากับเพื่อนปีนป่ายขึ้นไปด้านบนเพื่อพินิจพิจารณาผลงานของพวกเขานั้นจะเป็นคนหน้าตาอย่างไร เจ๊แกพอไม่ได้แบกเป้แล้วเดินเร็วมาก เดินนำพวกเราเข้าไปในอาคาร 1 ชั้นสีออกส้มๆ สดใสอาคารหนึ่ง ซึ่งด้านในนั่งไว้ด้วยช่างฝีมือชายล้วน ประมาณ 5 6 คน กำลังขมักเขม้นวาดลวดลายสีสันลงบนแผ่นไม้ขนาดต่างๆ กันเพื่อนำไปตกแต่งภายในอาคารหลัก ยืนชื่นชมฝีมือกันอยู่สักพักเดียว ก็ขอตัวกันออกมาแล้ว ไม่อยากรบกวนสมาธิพวกเขามากนัก
ระหว่างเดินกลับมาเจ๊แกบอกว่าที่ วัดชงกู่ นี่ยังมีให้บริการที่พักด้วยในราคาที่ถูกกว่า ลั่วหรงหนิวฉ่าง ที่อยู่ด้านในสนใจจะนอนที่นี่กันไหม แต่ว่าพวกเขาจะนอนที่ ลั่วหรงหนิวฉ่าง กัน พวกเราก็ตอบแกไปว่านอนที่เดียวกันนั่นแหละ มองกลับที่ตัวอาคารหลักถึงได้เห็นลักษณะภายนอกแบบเต็มๆ เพราะตอนที่วิ่งเข้าไปหลบฝนนั้นไม่ได้แหงนหน้าดูข้างบนเลย เอาแต่ก้มหน้าก้มตาวิ่งกันอย่างเดียว ตัวอาคารทำด้วยก้อนหินสี่เหลี่ยมเรียงซ้อนกันสีขาวหม่นๆ ตัดกับฉากหลังที่เป็นท้องฟ้าสีสดดูสงบงามอย่างน่าประหลาดทีเดียว ถึงแม้ว่าจะมีนั่งร้านระเกะระกะบ้างก็ตาม ตอนแรกว่าจะเข้าไปปลุกพี่เขาเพื่อเดินทางต่อ ปรากฎว่าออกมาดักรอพวกเราที่หน้าประตูซะแล้ว เราเลยบอกเรื่องที่พักที่ วัดชงกู่ นี่เผื่อพี่เขาเปลี่ยนใจอยากนอนที่นี่ รวมทั้งสอบถามอาการพี่เขา พี่เขายังบอกอีกว่าไหนๆ ก็มาแล้ว ก็ไปให้สุดทางเลย อาการก็ดีขึ้นมากแล้ว พวกเรา 3 คนเลยขอตัวออกเดินกันต่อไปยัง ลั่วหรงหนิวฉ่าง เพราะเสียเวลาอยู่ที่นี่มาเกือบๆ ชั่วโมงแล้ว เดี๋ยวจะเข้าไปถึงที่พักมืดกันเกินไป |
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||