• liminghui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : l_mhui@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-01
  • จำนวนเรื่อง : 23
  • จำนวนผู้ชม : 4298
  • จำนวนผู้โหวต : 7
  • ส่ง msg :
ย่าติง แชงกรีล่าแห่งสุดท้าย?
เรื่องราวของการแบกเป้ผจญภัยของ 3 หนุ่มไทยสู่เขตอนุรักษ์ธรรมชาติย่าติง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/liminghui
วันอังคาร ที่ 29 มกราคม 2551
ย่าติง แชงกรีล่าแห่งสุดท้าย ตอนที่ 22
Posted by liminghui , ผู้อ่าน : 107 , 16:04:25 น.  
พิมพ์หน้านี้


ตอนแรกคิดว่าระยะทางแค่ 8 กิโลเมตรจาก วัดชงกู่ ถึงลั่วหรงหนิวฉ่าง ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะระยะทางจากทางเข้าถึง วัดชงกู่ 6 กิโลเมตรนั้นไม่มีปัญหาอะไรเลย เดินกันด้วยความสบายใจ แต่หลังจากที่ออกจากวัดมารู้สึกว่าเป็นการเดินที่ลำบากพอสมควรเลยถึงแม้ว่าเป้ที่สะพายอยู่จะมีขนาดเล็กน้ำหนักไม่มากแต่ว่าเริ่มรู้สึกว่ามันหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนก้าวที่เพิ่มขึ้น หันไปมองเพื่อนร่วมทางทั้ง 2 คน เพื่อนเรายังไหวอยู่ แต่พี่เขาชักจะอาการไม่ดี หน้าตาเหี่ยวลง ก้าวขาไม่ออกซะแล้ว จังหวะการก้าวไม่สม่ำเสมอเอาซะเลย แรงยกขาแทบจะไม่มี แต่ว่าถามทีไรก็ชู 2 นิ้วทุกทีเดินไปพักไปตลอดทาง ขนาดวิวทิศทัศน์ข้างทางสวยงามขนาดนี้ แต่ในกลุ่มพวกเรายกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปกันน้อยลงทุกที

มองย้อนกลับไปเห็นภูเขาหิมะเซียนหน่ายรื่อในอีกมุมมองหนึ่งที่มองไม่เห็นยอดเขาปิระมิดที่มักจะเห็นคู่กันเสมอทั้งในนิตยสาร โปสการ์ด และที่อื่นๆ ซึ่งยอดเขานี้ หยิงปา เคยบอกว่าคนท้องถิ่นที่นี่มองจากรูปร่างแล้วต่างเชื่อกันว่าเหมือนกับพระลามะนั่งอยู่ ส่วนยอดเขาปิระมิดนั้นเปรียบเหมือนกับดอกบัวบูชา ก็ว่ากันไปตามแต่จินตนาการและความเชื่อ

          ระหว่างเดินเพื่อไม่อยากคิดถึงความเหนื่อย ความเมื่อย เราเลยพยายามหันเหความสนใจจากการเดินโดยการสังเกตดูรอบข้าง และก็พบว่าลักษณะของภูเขาที่นี่ค่อนข้างแปลกเลยทีเดียว คือต้นไม้จะขึ้นอยู่แค่ส่วนล่างของภูเขาเท่านั้น ด้านบนอย่าว่าแต่ต้นไม้เลยดินยังไม่เห็นเลย มองไปเห็นแต่ยอดเขาที่เป็นหินแหลมทั้งนั้นเลย และต้นไม้ที่ขึ้นที่นี่นอกจากต้นสนแล้วไม่เห็นมีต้นไม้อย่างอื่นที่มีขนาดใหญ่เลย

                 ระหว่างที่เดินเข้าไปก็มีบ้างที่เจอคนเดินบ้าง ขี่ม้าบ้างสวนออกมา ด้วยความที่อยากรู้ว่าต้องเดินกันอีกไกลแค่ไหน ลองถามๆ ดูทุกคนก็ตอบเหมือนกันหมดเลยว่าอีกไม่ไกลก็ถึงแล้ว แต่พวกเราฟังแล้วก็เข้หูซ้ายทะลุหูขวาเลย เพราะว่ามันยังมองไม่เห็นจุดหมายปลายทางซะที  แล้วไอ้ทางเดินนี่มันก็ช่างทำได้รู้สึกว่าอ้อมเหลือเกิน พวกเราเลยเดินลงข้างทางเพื่อตัดทางให้มันใกล้ขึ้นนิดหน่อยก็ยังดี แต่การลงมาเดินข้างล่างแม้ว่าระยะทางจะสั้นลงมากก็ต้องแลกกับการเดินที่ลำบาก เนื่องจากว่าเส้นทางไม่ราบเรียบอุดมไปด้วยก้อนหินเล็กใหญ่ และต้นไม้ขนาดเล็ก ทำให้ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดิน แต่ก็ดีที่ว่าทำให้จิตใจของพวกเราไม่จดจ่อกับความเหนื่อย และที่สำคัญคืออาการปวดหัวที่หลังๆ รู้สึกว่าจะจะมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะบริเวณที่พวกเราเดินกันอยู่นี่น่าจะสูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณเกือบๆ 4,000 เมตรแล้วล่ะ  ถึงแม้พวกเราจะเดินกันบนเส้นทางที่ไม่เรียบนัก แต่ยังดีอย่างที่ท้องฟ้ายังไม่มืดเลย แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมาประมาณ 5 โมงเย็นแล้วก็ตาม แสงแดดยังคงให้ความอบอุ่นอยู่เลย

                ในขณะที่พวกเรา 3 คนชักจะท้อแท้หมดกำลังใจอยู่แล้ว มองไปตรงทางโค้งข้างหน้าเห็นผู้ชาย 2 คนยืนสูบบุหรี่ ซึ่งทั้ง 2 คนพอหันมาเห็นพวกเราก็กวักมือเรียก แล้วก็เดินตรงเข้ามาหาพวกเราเลย ตอนแรกๆ พวกเราก็งงๆ ระคนระแวงๆ แต่พอ 1 ใน 2 คนนั้นพูดเท่านั้นแหละ พวกเราหูผึ่งมีแรงเดินกันทันทีเลย เพราะข้างหน้าพอเลยทางโค้งนั้นไปก็คือที่พักแรมในคืนนี้ของพวกเราแล้วล่ะ

พวกเราพอเดินออกมาพ้นโค้งก็พบกับเต็นท์ผ้าใบขนาดโดยประมาณ 5 X 5 เมตร สีขาวหม่นๆ 8 - 9 เต็นท์ โดยเรียงรายเป็น 2 แถว อยู่ระหว่างเนินดินที่ขนาบข้าง 2 ข้าง อีกด้านหนึ่งเป็นภูเขาสูง รอบๆ มีตัวจามรี 3 – 4 ตัว เดินเตร็ดเตร่ ก้มๆ เงยๆ อยู่รอบๆ เต็นท์ ที่พักของเราในค่ำคืนนี้ได้บรรยากาศของนักเดินทางมากๆ  หลังจากที่ค่อยๆลากเท้าเข้าไปถึงเต็นท์ ก็ติดต่อเรื่องที่พักทันที เพราะอยากนอนมากๆ หลังจากที่ทรมานสังขารฝืนเอาหลังตั้งฉากกับพื้นโลกมานาน พอพวกเราแจ้งความประสงค์และจำนวนคนที่เข้าพักแล้ว หญิงสาวท้องถิ่นตัวสูงใหญ่คนหนึ่ง เธอก็พาเข้าไปในเต็นท์หนึ่งซึ่งอยู่ทางขวามือพวกเรา

                ด้านในเต็นท์แบ่งออกเป็น 2 ฝั่งสำหรับตั้งที่นอน ตรงกลางเป็นทางเดินพื้นเป็นดิน อุปกรณ์ที่ใช้ในการนอนทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นที่นอน ผ้าห่ม วางอยู่ตรงหัวนอนเรียบร้อยแล้ว สำหรับเต็นท์ของพวกเรานั้นฝั่งหนึ่งเต็มไปด้วยหนุ่มสาวชาวอิสราเอล และญี่ปุ่น 4 คน อีกฝั่งหนึ่งว่างอยู่ซึ่งก็ต้องเป็นของพวกเราแน่นอน หลังจากที่รู้ตำแหน่งที่นอนเรียบร้อยแล้ว เธอก็ขอเก็บค่าที่พักเลยคนละ 50 หยวนเลย โหดมากทีเดียวสำหรับสภาพที่พักแบบนี้ เทียบไม่ได้เลยกับคนละ 15 หยวนที่เต้าเฉิงแต่ก็ต้องนอน พวกเราคงไม่เพี้ยนขนาดเดินออกไปหาที่นอนที่อื่นที่ถูกกว่านี้แน่ๆ จ่ายเงินเสร็จก็ขอหย่อนตูด เอนหลังกันสักพักก่อนละกัน

     พี่เขาพอตูดมีที่วางปุ๊บก็กลัวหลังจะน้อยหน้าเลยเอนหลังซะเลย (ท่าทางจะแย่) ส่วนเรากับเพื่อนนั่งพักกันสักพักแล้วก็ลองทักทายเพื่อนร่วมเต็นท์ทั้ง 4 คน ตามประสาคนไทยอัธยาศัยดี ปรากฎว่าทั้ง 4 คนเป็นนักเดินทางตัวฉกาจเลยทีเดียวไปมาแล้วทั่วเอเซียอาคเนย์ และอีกหลายประเทศในเอเซีย ซึ่งทุกครั้งที่ไปจะเป็นการไปเที่ยวกันเองทั้งสิ้น (น่าอิจฉามากๆ) นั่งคุยกันสักพักเรากับเพื่อนก็สะกิดพี่เขาขอตัวออกมาทานข้าวเย็นกันก่อน โดยที่เราไม่ลืมหยิบบรรดาน้ำพริกทั้งหลายติดมือมาด้วย ออกจากเต็นท์มาเพื่อนเราขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน ซึ่งก็ตั้งอยู่ด้านหลังร้านอาหารนั่นเอง

       ร้านอาหารของที่นี่ตั้งอยู่ตรงปลายของเต็นท์ทั้ง 2 แถวเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว เรากับพี่เขา 2 คนเดินเข้าไปจึงได้รู้ว่าจริงๆ แล้วที่นี่เป็นทั้งร้านอาหาร ที่พักพนักงาน ครัว และที่เก็บของ โดยพื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นร้านอาหาร มีโต๊ะ เก้าอี้ วางอยู่หลายตัว และโทรทัศน์อีก 1 เครื่องวางอยู่มุมร้าน

                ภายในร้านนอกจากพวกเรากับพนักงานแล้วไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ อีกเลย เหลือบมองนาฬิกาในร้านได้เวลา 6 โมงครึ่งพอดี แสดงว่าพวกเราเดินเข้ามาถึงที่นี่ประมาณ 6 โมงเย็นใช้เวลาเดินทั้งหมดประมาณ 5 - 6 ชั่วโมงเลยทีเดียว เรากับพี่เลือกที่นั่งด้านหน้าใกล้กับประตูทางเข้า หลังจากได้ที่นั่งแล้วเพื่อนเราก็เข้ามาพอดี เลยเดินเข้าไปในครัวสั่งอาหารกัน ด้านในครัวมีพ่อครัว และพนักงานอีกหลายคนนั่งคุยกันอยู่ จากการสอบถามที่นี่มีอาหารให้เรากินแบบว่าหลากหลายเหนือความคาดหมายมากๆ เราเลยสั่งทั้งไข่เจียวที่ไม่ได้กินมานาน แกงจืด ผัดผัก แกล้มกับน้ำพริกที่เตรียมมา เรากับเพื่อนไม่มีปัญหาอะไรกินกันสบายอาการปวดหัวไม่สามารถทำอะไรเรา 2 คนได้เลย แต่พี่เขากินกับข้าวที่สั่งมาไม่ได้เลย ต้องเอาน้ำพริกคลุกกับข้าว (พี่เขาบอกว่ามันมีรสชาติที่คุ้นเคยมากกว่า) ระหว่างที่พวกเรากำลังเอร็ดอร่อยอยู่นั้น มีนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ทยอยเดินเข้ามากันบ้างแล้ว ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนทั้งนั้นเลย หลังจากท้องแน่นได้ที่แล้ว เดินเข้าไปในครัวจ่ายเงินค่าอาหารที่แพงกว่าปกติ (50 กว่าหยวน) ตามระยะทางและความลำบากในการขนวัสดุเข้ามา

                ระหว่างที่เดินออกจากร้านอาหาร  เราหันไปถามเพื่อนเราเรื่องห้องน้ำ แต่คำตอบที่ได้ฟังมาต้องเปลี่ยนใจทันที เพราะเพื่อนเราบอกว่าถ้ายังไม่หายปวดหัว หรือยังมีอาการคลื่นไส้อยู่ให้ไปเข้าส้วมรับรองหายทันที แค่เปิดผ้าที่ทำเป็นประตูขึ้นเท่านั้นแหละเพื่อนเราก็คายของเก่าออกมาทันทีเลย (ขนาดมาอยู่ที่จีนนี่ตั้งหลายเดือนแล้วนะยังรับไม่ได้เลย) เรากับเพื่อนเห็นว่าฟ้ายังไม่มืดเลยดิ้นรนตะเกียกตะกายขึ้นเนินข้างๆ ไปถ่ายรูปกัน ส่วนพี่เขาเข้าเต็นท์ไปนอนเลย บนเนินลมแรงมาก ทำให้เรานึกถึงเต็นท์ที่พักถ้าไม่มีเนินบังอยู่ 3 ด้านละก็คงล้มคว่ำไปแล้วแน่ๆ อยู่บนเนินสู้แรงลมได้สักพักเดียวก็เผ่นเข้าเต็นท์หลบลมดีกว่า

พวกเราเข้าเต็นท์มาพี่เขาเงียบไปแล้ว ส่วนเพื่อนร่วมเต็นท์คนอื่นๆ ยังนั่งคุยกันเบาๆ อยู่ เรากับเพื่อนเลยค่อยๆ ปูที่นอน กางผ้าห่ม เตรียมตัวนอนเก็บแรงกันบ้าง เพราะพรุ่งนี้ตั้งใจไว้ว่าจะไปดูทะเลสาป 2 แห่ง คือ ทะเลสาปห้าสี (五色海, wusehai) และทะเลสาปนมวัว (牛奶海, niunaihai) ในละแวกใกล้ๆ ที่พักกัน

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
siampatriot วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 18.39 น.
http://www.oknation.net/blog/siampatriot
แวะมาเยี่ยมคร๊าบบบบ

ป่านนี้ไม่รู้เป็นไง... โดนแผ่นดินไหวไปเต็มๆ
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 29/01/2008 เวลา : 17.40 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan


สวัสดีวันอังคารค่ะ ...

ขอบคุณ .. สำหรับบทความ ..

ขอเชิญชวนบริจาคหนังสือ และแบ่งปันน้ำใจให้กับเด็กสระแก้ว ในโครงการสัญจรน้ำใจ oknation ที่เราจะเดินทางไปกันในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ .. มาร่วมสร้างโอกาสใหเด็กๆกันนะคะ ..

http://www.oknation.net/blog/supawan/2008/01/28/entry-2
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31