พิมพ์หน้านี้
|
บางทีก็ไม่มีอะไรที่จะยั่งยืนตลอดไป.. ไม่มีอะไรที่จะให้เรายิ้มเป็นใจได้ทุกวัน มันย่อมมีบ้างที่เราต้องพยายามฝืนยิ้ม... และในเกมที่ต้องฝ่าทั้งฝนและหิมะที่แสนทุลักทุเลนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อาจควรพอใจแล้วที่มีคะแนนกลับออกมาจากริเวอร์ไซด์ได้ พูดถึงแรงจูงใจ ย่อมมองไปถึงทีมเยือนที่กําลังโชว์ฟอร์มทิ้งห่างเพื่อนร่วมลีกจนเหมือนมาจากอีกแกแลคซี่ แต่ว่ากลับเป็นโอกาสดีที่ อัลฟอนโซ่ อัลเวส จะประกาศให้แฟนบอลอังกฤษได้รับรู้ว่า 'เขามาถึงแล้ว' การขาด เนมานย่า วิดิช ส่งผลชัดเจนว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็มีจุดอ่อน โดยเฉพาะประตูแรกที่การตวัดบอลจากด้านข้างของโอนีล จะผ่านแนวรับทั้งสามคน (โอเช, เฟอร์ดินานด์และเวส บราวน์) ไปถึงอัลเวสได้ ส่วนในประตูที่สอง ผมคิดว่าเราล้วนคิดไปว่า เวส บราวน์ เป็นต้นเหตุมากจากอคติไปหน่อย หากดูภาพช้าอีกครั้งแล้วจะเห็นว่า บราวน์ถึงบอลก่อนและโหม่งสกัดไปถูกอาลิยาดิแยร์จนบอลไปเข้าทางวิ่งของอัลเวสที่สอดขึ้นมาพอดีต่างหาก และแน่นอนว่าไม่รอด..หน้าต่างเสาสอง ผมคิดว่าเกมนี้ ยูไนเต็ดเล่นกันอย่างยากลําบาก พวกเขาไม่มีกองหน้า ในเกมที่ถูกปิดพื้นที่จากโบโร่อย่างเหนียวแน่นอย่างนี้ หรือไม่ว่าจะเป็นทีมไหนก็ตามที่เจอกับแมนฯยูฯ หากวิธีเดิมใช้ไม่ได้ผล นักเตะที่เหมาะกับสถานการณ์นี้คือ หลุยส์ ซาฮา ที่คอยเป็นกันชนข้างหน้าได้ แต่นับว่าโชคดีแล้วที่ พาร์ค ชี ซอง เป็นนักเตะที่พึ่งพาได้เสมอ ตอนนี้เชลซีเข้ามาได้ใกล้มากขึ้นอีกนิด ก่อนที่พวกเขาจะต้อนรับยูไนเต็ดที่ลอนดอน อาร์เซน่อลยังมีความหวังอยู่แม้เล็กน้อย และหากพวกเขาบุกไปชนะที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดได้ สถานการณ์เปิดกว้างเหลือเกิน.. พรีเมียร์ลีกอาจถึงคราวพลิกฝันอีกครั้งก็ได้ หากยูไนเต็ดบรรจงหยิบยื่นให้ ภาพ BBC |