พิมพ์หน้านี้
|
ผลเสมอโนสกอร์ที่ คัมป์ นู อาจสร้างความได้เปรียบเล็กน้อยให้กับบาร์เซโลน่าในแง่ของฟุตบอลที่ตัดสินกันด้วยการเล่นสองนัดพร้อมกับกฏอะเวย์โกล แต่อย่างไรก็ตาม จากรูปเกมที่ได้เห็นผ่านสายตาไปเมื่อคืนที่ผ่านมา บอกเราว่าเกมคู่นี้มันยังไม่เริ่มต้นเลยต่างหาก! ช่วงแรกของเกมที่โรนัลโด้พลาดจุดโทษ ก่อนที่เขาจะยิงออกไปผมคิดว่าถ้าหากเป็นแมนฯยูฯขึ้นนําก่อน บาร์เซโลน่าอาจจะแพ้เละ 3-0 ก็ได้! ผมคิดว่าการได้จุดโทษเร็วเกินไปอาจมีผลในเรื่องของจังหวะความเคยชินกับลูกบอลและการเปลี่ยนทิศทางยิงก็มีส่วนที่ทําให้โรนัลโด้พลาด และบาร์ซ่ามีแรงฮึกเหิมที่พวกเขาไม่เสียประตูในบ้านไปตั้งแต่นาที่ 3 แสดงให้เห็นถึงอันตรายให้เห็นตลอดทั้งเกม 'ปีศาจแดง'ตั้งรับได้ดีมาก มันทําให้ผมนึกไปถึงเกมเยือนโรม่าในนัดแรก ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีลักษณะการเล่นคล้ายกับทีมจากอิตาเลียนในเกมยุโรป คือ แดนกลางไม่ไล่บอล และอดทนรอโอกาส ผสมผสานกับนักเตะที่เล่นเกมรุกได้เร็วและมีจินตนาการ ทําให้ยูไนเต็ดชุดนี้มีส่วนผสมของฟุตบอลอังกฤษ อิตาเลียนและละตินอเมริกา แตกต่างจาก 19 ทีมร่วมลีกโดยสิ้นเชิง จะเห็นได้ว่า ซามูเอล เอโต้ มีโอกาสได้ยิงเหน่งๆเพียงหนเดียว น่าเสียดายที่บอลไปเข้าข้างตาข่าย แต่หากดูจากภาพช้าแล้วจะเห็นได้ว่าโดนแนวรับแมนฯยูฯบีบพื้นที่จนแทบไม่มีมุมยิง โอกาสเป็นประตูน้อยมาก นอกกเหนือจากโอกาสที่ว่า ไม่มีครั้งไหนเลยที่ใกล้เคียงกว่านี้ อเล็กซ์ เฟอร์สันยอมเสียพื้นที่ในแดนกลางซึ่งเป็นจุดอันตรายของในการเล่นเกมรุกของบาร์เซโลน่า แต่เลือกที่จะไปดักรอพวกเขาหน้าเขตโทษเพื่อหยุดบอลทะลุช่องของเข้าถิ่น เพราะอาจจะบอกได้ว่าบาร์ซ่าก็มีจุดอ่อนในเกมรุก พวกเขาไม่ถนัดในการบุกจากกราบหรือเล่นลูกกลางอากาศ พวกเขาไม่มีผู้เล่นสไตล์นั้นอยู่เลยในแนวรุก ซึ่งต่างจากเรอัล มาดริดที่มีรุด ฟาน นิสเตลรอยอยู่ แผนนี้ประสบความสําเร็จตามที่คาดหมาย แต่บาร์เซโลน่าก็พอใจเช่นกัน และเกมระดับนี้เหย้าเยือน มีผลเพียงเล็กน้อยต่อรูปเกมทั้งหมด กลางโกว์ เรนเจอร์สเคยใช้แผนเดียวกันอุดในบ้านตัวเองมาแล้ว พวกเขามีโอกาสชนะบาร์ซ่าได้ด้วยซ้ำถ้าสามารถใช้โอกาสที่มีอยู่จํากัดให้เป็นประโยชน์ และเกมที่โอลด์ แทร็ฟอร์ดก็เช่นกัน มันจะทําหน้าที่ โรงละครแห่งความฝันอีกครั้งหนึ่งเหมือนกับเกมรอบรองชนะเลิศ นัดแรกกับเอซี มิลาน เมื่อปีที่แล้ว... ภาพ BBC |