พิมพ์หน้านี้
|
...ก่อนเกมที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดจะเริ่มขึ้น เกมตัดเชือกที่แสนตึงเครียด เต็มไปด้วยความกดดันนี้..น่าแปลกที่ผมกลับไม่รู้สึกถึงความพิเศษบางอย่าง เหมือนกับยูโรเปี้ยน คัพ เมื่อ 9 ปีที่แล้ว.. มันเป็นเรื่องของเหตุและผลและ..แท็คติกเท่านั้น มันดูเหมือนไม่ได้มีความพิเศษอะไรนอกจากก่อนการลงสนามไปเผชิญหน้ากันของทั้งสองทีม การคาดเดารูปเกมจากสถิติ แนวทางการเล่นและซุบเปอร์สตาร์อย่างโรนัลโด้และเมสซี่ มันจะไม่มีวันที่สกอร์ 3-3 จะเกิดขึ้นในเกมสองนัดที่มีเดิมพันด้วยการเข้ารอบชิงชนะเลิศ เพราะเมื่อ 9 ปีที่แล้วนั้นทั้งสองนัดเกิดขึ้นในรอบแบ่งกลุ่ม.. ผมเคยนึกสงสัยก่อนเกมว่า เซอร์ อเล็กซ์ จะเดินหน้ามากขึ้นแค่ไหนกับการต้องคอยระแวงหลังที่มีแนวรุกของบาร์ซ่าที่คอยฉวยโอกาสทุกเมื่ออยู่..แล้วในที่สุดก็เข้าใจว่ายูไนเต็ดชุดนี้.. มีทีมที่หลากหลายและยืดหยุ่นมากกว่าบาร์เซโลน่า สิ่งที่พวกเขาทําคือเพรสซิ่งมากขึ้น แนวรุกดันขึ้นไปบีบพื้นที่ของแนวรับบาร์ซ่า อย่างยาย่า ตูเร่น้องเจ้าโคโล ไม่มีโอกาสได้จ่ายบอลตั้งเกมในทีมได้เหมือนนัดแรก บังคับให้บาร์ซ่าต้องโยนขึ้นมา แน่นอนว่าเซอร์ อเล็กซ์พยายามดึงให้คู่ต่อสู้มาเล่นเกมของแมนฯยูฯ และทําได้ดีหลายครั้ง ระเบียบวินัยในเกมรับยังอยู่ในมาตรฐานจากเกมนัดแรกเหมือนเดิม อันที่จริงบาร์เซโลน่ามีโอกาสที่จะยิงประตูนอกบ้านได้เหมือนกันในช่วงท้ายครึ่งแรก แต่ก็ฉวยโอกาสได้ไม่ดีพอ ส่วนครึ่งหลังคริสเตียโน่ โรนัลโด้มัวแต่สนใจกับการยั่วยุเอาชนะซามบร็อตต้ามากเกินไป แท็คติกที่มีโรนัลโด้เป็นศูนย์กลางในเกมบุกเลยเสียกระบวนไปเพราะปีกโปรตุกีสเสียบอลง่าย พยายามจะเล่นเองมากเกินไป บาร์ซ่าเหมือนจะขาดพลังที่จะทําให้พวกเขาฮึดกลับมาเข้ารอบ ผมเห็นหน้าเธียร์รี่ อองรีแล้วก็ดูออกว่าเขาเหมือนคนไม่มีความสุขกับการเล่นบอลเลย พอตกรอบดูท่าเขาไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรหากเทียบกับซาบี สปิริตในทีมนั้นมันต่างกัน ผมรู้สึกได้ถึงความเป็นหนึ่งเดียวของปีศาจแดงมาตลอดทั้งฤดูกาล ทีมที่สปิริตสูงอีกทีมคือลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ และมันคงจะสุดยอดมากที่จะเกิด Battle Of Red ขึ้นในเกมที่มอสโก ...เมื่อ 9 ปีที่แล้วผมจําได้ว่าตัวเองยังเป็นเด็กมัธยมต้น ไม่ได้มีโอกาสสัมผัสเกมในรอบชิงชนะเลิศที่คัมป์ นู นอกจากติดตามจากข่าววันรุ่งขึ้น ผมเพิ่งจะมากระโดดโลดเต้นหลังจากที่เกมจบลงไปแล้ว 4 ชั่วโมง และความรู้สึกในวันนี้..แม้ว่าเกมฟุตบอลจะเปลี่ยนไปจากวันนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างดูจะเป็นเรื่องของแท็คติก แต่สิ่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยังคงมีอยู่เหมือนเดิมคือ ลูกบู๊นักสู้ที่ไม่เคยหายไป... ภาพ BBC |