|
|
|
| http://www.komchadluek.net/2007/12/30/a001_183618.php?news_id=183618กกต.แจกแดง3ว่าที่ส.ส.บุรีรัมย์
|
| กกต. มีมติแจกใบแดงและถอนสิทธิเลือกตั้งว่าที่ ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 1 พปช. 3 คน พร้อมดำเนินคดีอาญา (30ธ.ค.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. แถลงเมื่อสักครู่ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติแจกใบแดงว่าที่ ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.บุรีรัมย์ พรรคพลังประชาชน 3 คน ประกอบด้วย นายประกิจ พลเดช , นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน และนายรุ่งโรจน์ ทองศรี
ฐานสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อจูงใจในการเลือกตั้ง ทั้ง 3 คนยังถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งเป็นเวลา 1 ปี และสั่งให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ ในเขตเลือกตั้งดังกล่าว ทั้งนี้ทั้ง 3 คน จะต้องชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่
พร้อมทั้งดำเนินคดีอาญา กับว่าที่ ส.ส.ทั้ง 3 คน และหัวคะแนนที่แจกเงินด้วย ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายอาญาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว.
เลขาธิการ กกต. กล่าวด้วยว่า สำหรับเรื่องร้องเรียน วานนี้ กกต.พิจารณาไปแล้ว 24 เรื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องของว่าที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชน ถึง 12 เรื่อง
------------------------------------------------------------------------------------
เป็นอันว่า สส. ของพรรคพลังประชาชนต้องลดลงไปแล้วอย่างน้อยๆก็ 3 ที่ครับ ประกอบกับมีคดีอีกคดีหนึ่งคือ คดีแจกซีดีทักษิณ ช่วงปีใหม่นี้ แทนที่ พรรค พปช. (หรือทุกพรรคนั่นละ) จะได้นั่งเค้าท์ดาวน์สบายๆ กลับต้องลุ้นตัวโก่งเลยว่า สส. ของตัวเองจะโดนใบเหลือง ใบแดงในเขตไหน และกี่คนบ้าง เรื่องก็เดิมๆครับ ก็คือเรื่อง "ความผิดฐานให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อจูงใจในการเลือกตั้ง" ก็ถือเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วนะครับ ที่การเลือกตั้งทุกๆครั้งจะต้องมีแบบนี้ ประชาธิปไตยเลยได้แต่ย่ำอยู่กับที่ ไม่ไปไหนเลย ประกอบกับนิสัยทีแก้ไม่หายของนักการเมืองที่ก่อนเลือกตั้งพูดอีกอย่างแต่หลังเลือกตั้งพูดอีกอย่าง ก็ดูหลายๆพรรคครับก่อนเลือกตั้งออกมาด่า ทักษิณ กันซัเสียผู้เสียคน แต่พอมาหลังเลือกตั้ง คะแนนออกมาแล้ว พรรคพปช. ชนะขาด คนเหล่านี้ก็ออกมากระสันต์ที่อยากจะเป็นรัฐบาลจนตัวสั่น อย่างรู้จริงๆครับว่า ถ้าท้ายที่สุดพรรค พปช. หากจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ คนเหล่านี้จะไปพูดกับพรรคปชป. ว่าอย่างไร นับว่านิสัยนักการเมืองเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น แก้ไม่หาย เปลี่ยนไม่ได้ ไม่ต่างอะไรจากละครน้ำเน่าเลยครับ ด่าๆกันอยุ่สักพักวันต่อมาก็จูบปากกันซะละ จะมีไม่เหมือนอย่างหนึ่งคือ ในละครนั้น ผู้ร้ายตายตอนจบครับ แต่การเมืองไทยแล้ว พระเอกกับผู้ร้ายกลับจูบปากกัน!!! นับว่าเป็นเรื่องตลกร้ายที่หัวเราะไม่ออกจริงๆครับ
ว่ากันถึงเรื่องของ ประชาธิปไตยแล้ว ผู้เขียนอยากยกนิยามของมัน ซึ่ง รศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ได้ให้นิยามไว้ดังนี้ครับ "ประชาธิปไตยของไทย คือ ระบอบที่มีนิยามเลื่อนไหลไปมาตามกลุ่มบุคคลผู้มีส่วนร่วมทางการเมืองในแต่ละช่วงเวลา" นับว่าเป็นนิยามที่โดนใจผู้เขียนจริงๆครับ
ว่ากันไปซะไกล กลับมาเรื่องใบแดงของ พรรคพปช. ดีกว่า ซึ่งเขตที่โดนคือ เขตที่หนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ และผู้สมัครของพรรค พปช. ที่โดนทั้งสามคนก็ไม่มีสิทธิ์กลับมาลงสมัครใหม่นะครับ เพราะฉะนั้น น่าสนใจจริงๆว่าใครจะเป็นคนที่ได้เป็น สส. แทนคนของพรรคพปช. ต้องย้อนไปดูสถิติคะแนนของการเลือกตั้งครั้งล่าสุดในเขตนี้กันครับ
http://203.150.244.10/reports/area_list.php?area=4&pv=31&zone=1&
ว่ากันตามหลักทั่วไปแล้ว คนที่น่าจะได้แทนคือ อันดับ 4 5 6 ซึ่งมีโอกาสสูงที่สุดที่จะได้รับเลือกตั้งซ่อมเข้ามาครับ และอันดับที่ว่ามานี้ คือเป้นของพรรคเพื่อแผ่นดินซะ 2 ที่นั่ง มัชฌิมา 1 ที่นั่ง ส่วนประชาธิปัติย์หลุดไปอยู่นุ่นเลยครับ อันดับที่ 8 9 และ 11 นู่น และคะแนนตามหลังอันดับที่ 6 ถึง 20000 กว่าคะแนน เรียกได้ว่า พอลุ้นได้อยู่ครับ แต่คงต้องเหนื่อยทีเดียว สำหัรบการเจาะฐานภาคอีสานของพรรคปชป. คนที่น่าจะได้ที่สุดก็คือ นายโสภณ เพชรสวาง ของพรรคเพื่อแผ่นดินครับที่มีคะแนนตามหลังอันดับสามอยุ่ไม่ถึง 10000 คะแนน ส่วนเก้าอี้ตัวที่สองน่าจะเป็นของ นายสมนึก เฮงวาณิชย์ ของพรรคมัฌชิมา ที่มีคะแนนไล่เลี่ยกันไม่ไกลมากครับ ที่ต้องลุ้นกันคือเก้าอี้ตัวสุดท้ายใครจะได้ไปเพราะคะแนนไล้บี้กันจริงๆครับ และถ้าผมจำไม่ผิด กกต. ประกาศแล้วว่า วันเลือกตั้งใหม่คือ ต้นๆเดือน ม.ค. (จำวันที่แน่นอนไม่ได้) ก็มาลุ้นกันครับว่า เก้าอี้ สส. ที่หายไปของ พปช. ครั้งนี้ จะไปตกอยุ่ที่ใคร พรรคไหนกันแน่