พิมพ์หน้านี้
|
http://www.bangkokbiznews.com/2008/06/13/news_266805.php เหลิมงัดกม.ฟันเอเอสทีวีถ่ายทอดม็อบฯ "เฉลิม"ขู่งัดกฎหมายมาตร 85 ฟัน "เอเอสทีวี"ถ่ายทอดการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ สั่งผู้ว่าฯ-ตำรวจ จัดการเคเบิ้ลท้องถิ่นรับสัญญาณเอเอสทีวี ขณะที่ "สนธิ ลิ้ม"ชี้สั่งผู้ว่าฯปิดเอเอสทีวีขัดรธน. กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : ร.ต.อ. ทั้งนี้ การถ่ายทอดสดการชุมนุมของพันธมิตรฯ ถือว่ามีความผิด เนื่องจากเป็นการชุมนุมที่ทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา 215 และ 216 ดังนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถแจ้งจับสถานีโทรทัศน์เอเอส ทีวีได้ทันที รวมถึงเคเบิ้ลทีวีที่รับสัญญาณไปเผยแพร่ด้วย ส่วนผู้ที่รับสัญญาณของเอเอสทีวีนั้น ไม่มีความผิดแต่อย่างใด ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีสามารถออกอากาศได้ แต่จะต้องไม่ถ่ายทอดสดเรื่องที่เป็นการกระทำความผิด ------------------------------------------------------------------- การกระทำของคุณเฉลิมที่ออกมาขู่ฟอดๆกับพันธมิตรว่า ได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 85 ประกอบมาตรา 215 และ 216 นั้น ดูจะเป็นการตีความตามตัวอักษรและกฎหมายอาญาฉบับเดียวมากไป เพราะการตีความเช่นนั้นแล้ว จะทำให้กฎหมายใช้ไม่ได้ผล ไม่ได้รับความยุติธรรมเพียงพอ เพราะการตีความที่ดีนั้น ควรจะต้องดูไปที่เจตนารมณ์ของกฎหมายนั้นด้วย และควรที่จะดูกฎหมายฉบับอื่นๆดูประกอบด้วย เพราะถ้าเอาแต่ตีความเช่นคุณเฉลิมแล้ว มันจะเป็นการตีความแบบศรีธนชัย ที่เอาแต่ตีความเข้าข้างตัวเองเป็นหลัก เมื่อดูการชุมนุมของพันธมิตรแล้ว ก็เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น ภายใต้เงื่อนไขหรือขอบเขตที่ว่า การชุมนุมนั้น จะไม่ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายในสังคม (จะมาอ้างปัญหาข้าวของขายไม่ได้ หรือทำให้รถติดนั้น ไปไกลๆเถิดครับ เพราะถ้าอ้างแบบนั้นแล้ว การชุมนุมตามรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย) ก็จะทำได้ทั้งสิ้น เพราะเป็นการกระทำที่มีกฎหมายสูงสุดของประเทศคือรัฐธรรมนูญมารองรับ (ดูรัฐธรรมนูญมาตรา 63 ข้างล่าง) คนที่ตีความหมายของคำว่าเดือดร้อนเพียงแค่ ทำให้ข้าวของขายไม่ออก หรือปัญหารถติดนั้น ผมว่ามันจะเข้าข้างตัวเองมากไปหน่อย เพราะการที่ข้าวของขายไม่ออกนั้น ปัญหาเศรษฐกิจประเทศตอนนี้น่าจะเป็นปัญหาใหญ่มากกว่า จะโทษก็ต้องโทษรัฐบาลนะครับ เพราะถ้ารัฐบาลทำดีแล้ว การชุมนุมของพันธมิตรไม่มีน้ำหนักหรอก ดูจากคนที่มาร่วมชุมนุมก็น่าจะบ่งบอกได้ ... แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือการกระทำของคุณเฉลิมและคุณสมัคร นั่นละที่จะหมิ่นเหม่ต่อการกระทำผิดกฎหมายเสียเอง เพราะการตัดสัญญาณสื่อเคเบิ้ลทีวีนั้น ไม่ทราบเหมือนกันว่าอาศัยอำนาจอะไรตามกฎหมายที่ไปสั่งเช่นนั้น เพราะเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 45 อย่างชัดเจน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ทั่น มท.1 ที่จบด็อกเตอร์ทางกฎหมายมาจะได้อ่านมาตรานี้มาบ้างหรือเปล่า? ขอกลับไปที่ กฎหมายอาญามาตรา 85 มาตรา 215 และ 216 เสียหน่อย มาดูว่ามาตรานั้นๆบัญญัติไว้ว่าอย่างไร ซึ่งก็จะขอเน้นไปที่มาตรา 215 เป็นหลัก เพราะมาตรา 85 นั้นจะผิดได้ก็ต้องผิดตามมาตรา 215 เสียก่อน เมื่อมาดูรายละเอียดที่มาตรา 215 เขียนไว้แล้ว จะพบว่า การกระทำที่เข้าข่ายความผิดตามมาตรานี้คือ การชุมนุมนั้น เป็นการชุมนุมที่ก่อความวุ่นวายไม่สงบ เช่น การรวมตัวเพื่อไปทำลายทรัพย์สินของราชการหรือของเอกชน หรือการชุมนุมกันเพื่อไปปะทะกับเจ้าหน้าที่จนเกิดความวุ่นวาย (อ๋อ พันธมิตรต้องเป็นฝ่ายเริ่มกระทำต่อเจ้าหน้าที่นะครับ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อน อิอิ) เป็นต้น ส่วนตามมาตรา 216 นั้นก็คือ เมื่อเจ้าหน้าที่คิดว่าจะมีเหตุการณ์ตามมาตรา 216 เกิดขึ้นแล้ว เจ้าหน้าที่สั่งให้เลิกการชุมนุมที่มีวัตถุประสงค์ไปในทางที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว แต่การชุมนุมนั้นไม่มีท่าทีว่าจะเลิกแต่อย่างใด กรณีนี้ก็ผิดตามมาตรา 216 ไปด้วย แต่พันธมิตรก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะกระทำผิดตามมาตรา 215 ที่คุณเฉลิมว่าแต่อย่างใด ระวังจะเป็นการกระทำที่ไม่ชอบนะทั่น มท.1 กับ ทั่นนายกฯ และมาตรา 85 นั้นอ่านเองก็ชัดเจนในตัวแล้วว่ามีการประกาศเพื่อให้มีการกระทำผิดตามมาตรา 215 ผู้ที่ประกาศข้อความเช่นว่านั้นต้องรับผิดเสมือนว่าได้เป็นผู้กระทำความผิดนั้นเอง แต่ถ้าการชุมนุมพันธมิตร ณ ตอนนี้ ที่เป้นไปด้วยขอบเขตที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ให้ ก็จะไม่มีความผิดตามที่ คุณเฉลิมกล่าวอ้างแต่อย่างใดเลย ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อฟังบทสัมภาษณ์ของ คุณเฉลิมแล้ว ยิ่งหน่ายใจกับวุฒิภาวะสำหรับรัฐมนตรีผู้นี้นะครับ เพราะเมื่อฟังแล้วก็ยิ่งเห็นเหตุผลที่ซ่อนอยู่ข้างใน เช่น การที่บอกว่าเอาแต่ด่าคนในรัฐบาลไม่ยอมชม หรือ การสัมภาษณ์ที่ไม่ยอมอ้างว่าการชุมนุมนั้นขัดรัฐธรรมนูญมาตราไหนอย่างไร เอาแต่บอกว่าผิดกฎหมายอาญา ไม่ยอมยุ่งกับรัฐธรรมนูญเท่าที่ควร แบบนี้มันก็ ศรีธนชัยเหลิม ดีๆนั้นเอง * หมายเหตุ ถ้าจะมาอ้างว่าจะมีการยกพลไปบุกบ้านเฉลิมนั้น คิดว่ามันก็มาจากปากเฉลิมนั่นละครับ ที่แส่หาเรื่องเอง อยู่ดีๆก็มีคนมาดูแลหน้าบ้านให้ แต่ก็ขอให้นำเอาเหตุการณ์ปิดล้อมตึกเนชั่น ฯ เป็นบทเรียนละกัน ------------------------------------------------------------------- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๔๕ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในครอบครัวหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชน การสั่งปิดกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้ จะกระทำมิได้ การห้ามหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเสนอข่าวสารหรือแสดงความคิดเห็นทั้งหมด หรือบางส่วน หรือการแทรกแซงด้วยวิธีการใดๆ เพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้ จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายซึ่งได้ตราขึ้นตามวรรคสอง การให้นำข่าวหรือบทความไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจก่อนนำไปโฆษณาในหนังสือพิมพ์หรือ สื่อมวลชนอื่น จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะกระทำในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม แต่ทั้งนี้จะต้องกระทำโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายซึ่งได้ตราขึ้น ตามวรรคสอง เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย การให้เงินหรือทรัพย์สินอื่นเพื่ออุดหนุนกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นของเอกชนรัฐจะกระทำมิได้ มาตรา ๖๓ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะในกรณีการชุมนุมสาธารณะ และเพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงครามหรือ ในระหว่างเวลาที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือประกาศใช้กฎอัยการศึก ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๕ ผู้ใดโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด และความผิดนั้นมีกำหนดโทษไม่ต่ำกว่าหกเดือน ผู้นั้นต้องระวางโทษกึ่งหนึ่งของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ถ้าได้มีการกระทำความผิดเพราะเหตุที่ได้มีการโฆษณาหรือประกาศตามความในวรรคแรก ผู้โฆษณาหรือประกาศต้องรับโทษเสมือนเป็นตัวการ มาตรา ๒๑๕ ผู้ใดมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำความผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ บรรดาผู้ที่กระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำความผิด เป็นหัวหน้า หรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิดนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๒๑๖ เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิดตามมาตรา ๒๑๕ ให้เลิกไป ผู้ใดไม่เลิก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ |
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||