...เริ่มหนาว...
หลังจากวันนั้นไม่นานกระบวนการคัดเลือกผู้รับเหมา (วิธีการ จะนำเสนอต่อในตอนต่อๆไปนะครับ)
ก็เสร็จสิ้นลง
มันเกิดขึ้นค่อนข้างประหลาด
ผมไปนอนที่บ้านญาติ แถว จรัญสนิทวงศ์ ช่วงเวลาสุดท้ายก่อนจะหลับลง สายตาที่
ปาดป่ายไปตามฝ้าเพดานที่ไม่คุ้นเคย เหมือนการนับแมงมุม หาหยากไย่ไต่เพดาน
แทนนับแกะ พลันก็หายง่วง แล้วคิดได้ว่า
ใครกันที่สร้างบ้านหลังนี้? ช่างที่ไหนมาทำ?
ด้วย ฝีมือการเก็บริมไม้มอบ (ไม้แผ่นบางๆที่ตีเป็นกรอบฝ้า และมักจะทาสีเข้มกว่าฝ้าเพดาน ในบ้านแบบดั้งเดิมทั่วไปของท้องถิ่นไทย) ที่เนี้ยบเหมือนรอยขลิบใบตองของคุณยายต่างๆใน นวนิยาย
“สี่แผ่นดิน”
เช้ารุ่งขึ้นก็ได้ทราบว่าเป็นช่างจากที่บ้านนอกนั่นเอง แกชื่อช่างเนิม ไม่รอช้า
ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอน จนวันสุดท้ายก่อนที่จะเซ็นสัญญากัน
ช่างหนึ่งในทีมช่างนม ก็ติดต่อมาเพื่อแจ้งยกเลิกการตกลงรับงาน ก่อสร้างเนื่องจากเหตุผลที่น่าเจ็บปวดใจ และทราบกัน ทั่วไปในหมู่บ้านแถบถิ่นนั้น
คือลูกสาวรุ่นทั้งสองคนของแก ซึ่งสู้อุตส่าห์ส่งเรียนมหาวิทยาลัยราชภัฏ ในตัวจังหวัด หนีตามชายคนรักไปพร้อมเพรียงกัน เหมือนในนิยาย
ความตรอมใจนั้น ซ้ำเหตุการณ์ สูญเสียลูกชายเล็กๆ ไปจากการเล่นยิงนกตกปลาในหมู่บ้านแล้วโดยไม่เดียงสา ไปล้วงมือจับกิ้งก่าบาดเจ็บที่วิ่งไปซุกรูงูเห่า ตายไปก่อน หน้านั้นไม่นาน
หลังจากเรา งง กันอยู่ และผมส่งอีเมล์แจ้งเจ้าของบ้าน ไปว่าผู้รับเหมาแก " he broken heart by...." 1 วันก็มีชาย 2 คนเดินทางมาพบผมเพื่อแจ้งความประสงค์ที่ จะเสนอราคาค่าก่อสร้างในระดับเดียวกับช่างนม
ต่างกันนิด หน่อย 3 หมื่นบาทเพื่อขอเพิ่มเป็นค่าไม้แบบ
เพราะมีส่วน หนึ่งของบ้านเป็นหลังคาคอนกรีต
ช่างอิ้ด... เขา เป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันกับ ช่างนม
ทราบภายหลังว่าหัดงานช่างสร้างบ้านมาในเวลาสมัยเดียวกัน และเป็นเพื่อนกัน
จนวันที่เกิดเหตุช่างนมเดินไปบอกเพื่อนที่ บ้านว่า .... “กูอยู่ไม่ได้ จะไปทำงานที่กรุงเทพ มึงไปคุยกับเขาดู ตกลงกันได้ ก็ช่วยทำให้เขา แทนกูด้วย”.....
ซึ่งวันนั้นก็เป็นวันเดียว กับที่ เสาเอกแรก....ของเรา ได้ล้มลงเพราะแรงลมแรกหนาว.....
ล้มลงท่ามกลางเสียงนกอีเสือสีน้ำตาลที่กรีดร้องก้องทุ่งนา
หลังจากมันอพยพหนีหนาวมาจากดินแดนห่างไกลทางเหนือ
ชาวบ้านเรียกมันในภาษาถิ่นว่า นกวันสารท หรือ นกเดือนสารท มันร้อง ชะแร่ก ๆๆๆๆ แกก แก่ก ๆๆๆๆ ชวนวังเวง แต่
....ระคายหูทีเดียว....
|