พิมพ์หน้านี้
|
ก่อนอื่นต้องขอบคุณเพื่อนๆที่แวะเข้ามาทักทายในบล็อกเอ็นทรี่ก่อนๆนะครับ ที่เข้ามาฝากข้อความและไม่ได้ฝากไว้ก็ขอขอบคุณทั้งหมดที่ให้ความสนใจก็บล็อกนี้ ต้องขอบคุณ LIS ด้วยที่ช่วยประชาสัมพันธ์ที่บล็อกของตัวเอง สำหรับบล็อกนี้ก็คงจะมีงานเขียนแถวๆการตลาด การทำงาน แล้วก็เรื่องจิปาถะทั่วไป ส่วนวันที่อัพเอาว่าเจอกันทุกวันอังคารแล้วกันนะครับ ในโลกการตลาดแล้วนั้น ถ้าถามว่าอะไรที่ติดหัวเป็นสิ่งจำเป็น เป็นเหมือนค่า default ก็คือเรื่องของ 4P ซึ่งจะต้องบาล๊านซ์ให้ดีระหว่างปัจจัยทั้ง 4 ซึ่งเรียกแบบว่าวิชาการก็คือ Marketing Mix Marketing ก็คือการตลาด Mix ก็คือผสม ก็ประมาณว่าส่วนผสมทางการตลาด แถวๆนี้แหละ ต้องผสมให้ได้ที่เพื่อจะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ ซึ่งอันนี้เป็นพื้นฐานที่สุดที่มนุษย์การตลาดต้องรู้จักดี หลับตาแล้วนึกออก มองอะไรก็คิดต่อเนื่องได้หมด 4P ประกอบได้ด้วยอะไรบ้าง Product ผลิตภัณฑ์ สินค้า ซึ่งจริงๆแล้วอาจจะเป็นอะไรก็ได้เพราะในโลกนี้ล้วนสามารถตอบสนองความต้องการในทางใดทางหนึ่งเสมอ ไม่มีสิ่งใดไร้ค่า อย่าง เวลาไปสัมภาษณ์งาน ตัวเราเองนั่นแหละ ที่เป็นสินค้า ส่วนเราก็เป็นเซลล์ที่ต้องแนะนำลูกค้า โน้มน้าวให้เค้าเชื่อแล้วอยากซื้อสินค้าตัวนี้ ตัวนี้ต้องวิเคราะห์ประกอบกับเรื่องของลูกค้า (Customer) เคยได้ยินใช่ไหมครับ หัวร้านได้หวี สอนจรเข้ว่ายน้ำ ต้องอ่านให้ขาดว่ามันสามารถตอบความต้องการลูกค้าได้ อย่างเช่น ถ้ากลุ่มเป้าหมายชอบสาวที่ปิ๊ง ดูหนังผี เราก็ควรจะตีเข้าทางนี้เพราะเห็นพฤติกรรมชัดแจ้งอยู่แล้ว Price แปลตรงตัว ก็คือ ราคา แต่ถ้าแบบพวกข้างเคียงนี่ก็ มูลค่า ที่ลูกค้าสามารถจ่ายเพื่อความพึงพอใจนั่นเอง เรื่องถูก แพงนี่ตอบยากครับเพราะเป้นเรื่องที่แปรเปลี่ยนตามความรู้สึกของลูกค้าแต่ละคน ว่า คุ้มหรือ ไม่คุ้มในการที่จะ trade off อะไรไป ถ้าซื้อของปกติ เราถึงเห็นว่า มีการต่อรองราคาเกิดขึ้น ขนาดซื้อมะนาวยังต่อเลยครับ Price ของสินค้า คือ Cost ของลูกค้าครับ Place หรือ Channel ก็เรื่องของสถานที่ มีของแต่ไม่มีที่ขาย ไม่มีตลาดก็เดี้ยงครับ หลายประเทศหรือหลายสินค้ามีปัญหาเจ้าใหญ่บีบเรื่องช่องทางจำหน่าย เพราะผูกขาดอยู่ ด้วยความที่ไม่รู้จะไปหาซื้อที่ไหน สินค้าหลายตัวต้องเป้นอันดับดิ้นไปเพราะว่าไม่มีช่องทางการจัดจำหน่ายครับ อย่างเช่น เรื่องของโรงหนังแล้วกัน หนังเนี่ยเป็นสินค้าประเภทแว้บเดียวหมด ยิ่งเดี๋ยวนี้จะสั้นมากโดยทั่วไปประมาณ 2 อาทิตย์เท่านั้น ถ้ายิ่งโรงหนังน้อยเท่าไหร่ โอกาสเจ๊ง ยิ่งสูงครับ เพราะอะไร เพราะฟังก์ชั่นรายได้คือ ช่องทางโรงหนัง (จำนวนโรงXจำนวนรอบXจำนวนตั๋วขายได้ต่อรอบXจำนวนวัน) + ช่องทางอื่นๆ ( วีซีดี+ดีวีดี+สายหนังต่างประเทศ) +รายได้แหล่งอื่นๆ Promotion คือการตีฆ้องร้องป่าวว่าของเรามีดีนะเทียบได้กับ Communication ถ้านึกถึงกีฬาสีน่ะ ดูๆให้ดี มีๆให้ดู ถ้าไม่ใช่พวกเรา เราไม่ให้ดู ถ้าของดี ราคาดี หาซื้อง่าย เงินก็ไม่ไปไหนครับ แต่ถ้าไม่ดีนี่หล่ะจะเป็นปัญหาหนามยอกอกเชียวหล่ะเพราะว่ามันจะเป้นต้นทุน ทับถมไปทุกวัน ต้องเลือกประเภทโปรโมชั่นให้เหมาะสมเช่นกัน ถ้าขายของแถวชนบท เรื่องหรูหราไฮโซ อาจจะต้องผ่านไปก่อน อย่างกรณีที่น่าสนใจก็มี ดูหนังกลางแปลงของ happy ครับ ไว้จะมาเขียนอีกครั้งหนึ่ง อันนี้คือเรื่องเบื้องต้นที่น่าจะรู้เพราะโลกนี้มีการตลาดแทรกอยู่ทุกอณูครับ ถ้ามองนะ ป.ล. จริงๆมี P อื่นด้วยหลังมานี่ไว้มาแอ้ดทีหลังครับ ตอนนี้มี 4S แล้ว ทำการตลาดตาม Life style 4 K Knowledge - ความรู้ เจอในกระทู้เห็นว่าน่าจะประยุกต์ต่อได้ |
| << | สิงหาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |