• Loft
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-30
  • จำนวนเรื่อง : 26
  • จำนวนผู้ชม : 6256
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
Loft
A Man from Mars and His Tuesday's Blog
Permalink : http://www.oknation.net/blog/loft
วันอังคาร ที่ 16 ตุลาคม 2550
CASE: SINGHA VS CHANG
Posted by Loft , ผู้อ่าน : 476 , 21:21:00 น.   | หมวดหมู่ : Marketing  
พิมพ์หน้านี้


สวัสดีเพื่อนๆที่ยังตามอ่านบล็อกนี้ อย่างเป็นประจำและไม่ประจำ ตอนนี้ก็เข้าสู่ช่วงที่เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน พอกำลังจะหมดปี แป๊บๆตอนนี้ก็กลางเดือนเข้าไปแล้ว ยังไม่ค่อยมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่เลย เดี๋ยวก็สิ้นปีอีกแล้ว ถึงเทศกาลเฉลิมฉลองอีกคราว ถ้าพูดถึงเรื่องฉลองนี่ก็ต้องนึกถึงแอลกอฮอล์กันบ้างแน่ๆ วันนี้เลยเอาเรื่องเกี่ยวกับเบียร์มาฝากกัน แต่ว่ามาในแง่การตลาด เป็นกรณีคลาสสิกบทหนึ่งในประเทศไทยทีเดียว

เคสเรื่องช้างกับสิงห์สู้กัน อาจารย์เค้าให้นักเรียนถกเถียงแสดงความคิดเห็นกันอย่างสนุกสนาน  เรายังจำได้ว่าเรียนคลาสนี้สนุกดี ได้เถียงกันอย่างเมามัน มีหลายแง่มุมพูดได้ว่าครบทั้ง 4 P เลยทีเดียว


เรื่องการตลาดก็เหมือนสงครามที่ว่าต่างคนก็ต่างแลกหมัด มีทั้งตีซึ่งหน้า ตีตลบหลัง ตีด้านข้าง หาพวกมารุม มากมายก่ายกองในวิธีการที่คนเราจะสู้กัน การตลาดมันก็ขึ้นกับฝ่ายเขาและฝ่ายเรา เขาทำอะไร เราเลือกวิธีการตอบโต้แบบไหนมันก็จะเป็นผลกระทบต่อเนื่องกันเรื่อยๆจนกว่าจะจบเกม


สถานการณ์ที่เรียนกันก็คือ ถ้าเราเป็นฝ่าย เบียร์สิงห์ เบียร์ไทยของเรา เมืองไทยของเรา เราจะทำอย่างไร


แรกเริ่มเดิมที่สิงห์ก็เป็นผู้นำตลาดเด็ดขาดมาอย่างยาวนาน
อยู่มาวันนึงก็มีสมมุติว่ามีคนเข้าตลาดมาใหม่เป็นเบียร์ยี่ห้อเมืองนอก คลอสเตอร์ เบียร์ ในวันนั้นสิงห์มีส่วนแบ่งอยู่ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์


Photobucket - Video and Image Hosting

คำถาม ถ้าเป็นสิงห์จะทำอย่างไร


คำตอบที่ออกมาก็มี

  1. Advertising เน้นโฆษณาเพื่อสร้าง Brand Awareness ว่า เบียร์เป็นเบียร์ไทยที่ดีที่สุดและอยู่คู่คนไทยมานาน
  2. Launch new product ออกสินค้าใหม่มาสู้
  3. Distributor allowance ใช้เงื่อนไขกับทางยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ว่าถ้าใครรับ สิงห์อย่างดียวจะให้ส่วนลดมากกว่าปรกติ ข้อนี้ออกแนวกีดกันทางการค้านิดๆ
  4. Pricing promotion ลดราคาขายเพิ่มยอด


ซึ่งตอนนี้รูปการก็ยังโอเคอยู่เพราะสิงห์ก็ทำมาแถวๆนี้ การแข่งขันยังไม่รุนแรงมาก


เวลาผ่านไปคราวนี้มีเบียร์อีก 2 ยี่ห้อ เข้ามาละ Hieneken ที่จับตลาดพรีเมี่ยม กับเบียร์ช้าง(ซึ่งตอนนั้นยังเป็นช้างน้อย ไม่ใช่พญาคชสาร เพราะมีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 2-3 เปอร์เซ็นต์) แต่แล้วเหตุการณ์ที่ฉีกตำราการตลาดก็เกิดขึ้นเมื่อเกิดปรากฎการณ์เหล้าพ่วงเบียร์ เนื่องจากกลุ่มสุรามหาราษฎร์มีจุดแข็งที่ระบบการจัดจำหน่าย (ลองนึกถึงเหล้าขาวที่ไปทุกที่ ไม่ว่าบนยอดดอยหรือสุดชายแดนขนาดไหนก็ไปถึง) ยอดขายช้างก็เริ่มพุ่งเอาๆ จนวันหนึ่งช้างก็ประกาศว่าเป็นผู้นำแล้ว สิงห์ไม่เชื่อ มีคนไปดูที่รายการภาษีสรรพสามิต ยอดจริงก็คือจ่ายภาษีเยอะกว่า สิงห์ก็บอกว่า จ่ายเยอะไม่ได้แปลว่าขายได้เยอะ เหตุการณ์จริงคือ ช้างชนะจริงๆ

Photobucket - Video and Image Hosting


คำถาม ถ้าเป็นสิงห์จะทำอย่างไร ในสถานการณ์ที่เสียส่วนแบ่งให้ช้างขณะที่ heineken ที่จับตลาดพรีเมี่ยมก็ได้ส่วนแบ่ง segment นี้ไปเยอะขึ้นทิ้งห่างสิงห์เรื่อยๆ


คำตอบก็ออกมาแนวนี้

  1. Launch new product ออกสินค้าใหม่มาชนกับช้าง เพราะไม่ต้องการให้ตำแหน่งทางการตลาดเสีย เหตุการณ์จริงสิงห์ออก Leo มาสู้ เรียกว่าเป็น Figthing Brand ส่วนตลาดพรีเมี่ยมซึ่งก่อนหน้านั้นก็มี สิงห์ โกลด์ ที่ชนกับ Kloster อาจจะต้องรับบทยันสองด้านกับ Heineken ด้วย
  2. Pricing ไม่ควรจะปรับลดลงไปสู้ เพราะจะทำให้คนสับสน และตำแหน่งทางการตลาดเสีย
  3. Reformulate ปรับเปลี่ยนสูตรของสิงห์เพิ่มดีกรีเพื่อชนกับช้างได้ (ช้างเป็นเบียร์ที่ดีกรีสูงกว่าเบียร์โดยทั่วไป) ซึ่งสำหรับกรณีนี้เราไม่เห็นด้วยก็เลยแย้งไปว่า สิงห์ก็มีข้อดีของสิงห์ไม่ควรจะปรับสูตรตัวเองไปชนกับช้างโดยใช้แบรนด์เดิม นึกถึงกรณี new coke ที่เป็นเคสคลาสสิค(โค้กปรับรสให้คล้ายเป๊ปซี่ ปรากฏว่าสาวกต่างสาปส่งกันทั้งประเทศ ที่อเมริกาเลยต้องเอาโค้กรสชาติเดิมมาขายด้วย ขณะที่ประเทศอื่นทั่วโลกกินโค้กรสชาติใหม่)


เหตุการณ์จริงคือว่า Leo ที่เคยคาดว่าจะชนกับช้าง แล้วแย่งส่วนแบ่งการตลาดมาได้ กลับกลายเป็นว่า Leo มาแย่งยอดขายของสิงห์ เหตุที่ Leo ชนช้างไม่ได้เพราะว่าดีกรีแรงไม่เท่าช้าง

Photobucket - Video and Image Hosting

เมื่อลูกน้อยจะฆ่าแม่


Photobucket - Video and Image Hosting<

คำถาม ถ้าเป็นสิงห์จะทำอย่างไรก็ส่วนแบ่งที่หายไปจากลูกตัวเอง ช้างยังคงโตอยู่ Heineken ก็แฮปปี้กับ segment นี้ที่กินรวบ


คำตอบก็ออกมาแนวนี้

  1. Launch new product ออกสินค้าตัวใหม่ ซึ่งข้อนี้เราไม่เห็นด้วย เลยแสดงความคิดเห็นว่า การออกสินค้าแต่ละตัวมันต้องใช้การลงทุนค่อนข้างมาก อีกทั้งต้องสื่อสารกับลูกค้า อีกว่าตัวใหม่ต่างจาก leo ยังไง
  2. Rebrand ปรับแบรนด์ leo ลดระดับลงมาให้ชนกับช้างเต็มๆ ซึ่งข้อนี้ เราก็ได้แย้งไปว่าการปรับแบรนด์มันก็ลงทุนเยอะอีกเหมือนกัน แล้วก็ยังไม่แน่ว่าจะสำเร็จด้วย
  3. Pricing อันนี้เราตอบไปว่ากรณี Leo ควรใช้เรื่องราคามาลดระดับลงไปให้ชนกับช้างได้ ข้อดีคือสินค้าลงไปชนที่ราคา แบรนด์ยังพอปรับการรับรู้ของลูกค้าได้ แล้วก็สินค้าที่ราคาถูกมันจะถูกลดเกรดในใจของลูกค้าโดยอัตโนมัติ ดังนั้นน่าจะชนกับช้างได้ ข้อนี้เราได้รับการแย้งว่า คนดื่มช้างไม่น่าจะเป็นพวกอ่อนไหวต่อราคา เราก็เลยสวนทันควันว่า ห้วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ช้างสิงห์เป็นตอนที่เศรษฐกิจไม่ดี ดังนั้นราคามีผลมาก แล้วกลุ่มลูกค้าของช้าง ณ เวลานั้นคือลูกค้าที่เป็นคนที่เคยกินเหล้าขาว คนใช้แรงงาน อาจารย์บอกว่าน่าสนใจแต่ว่าเรื่องราคา Leo ไม่สามารถเล่นได้มากนักเพราะติดปัญหาเรื่องภาษี
  4. Import ความคิดนี้เป็นความคิดที่น่าสนใจ เจ้าของไอเดียพรีเซ็นต์ว่า ใน segment พรีเมี่ยมในเมื่อลูกค้าต้องการแบรนด์นอก สิงห์ควรที่จะหาแบรนด์จากเมืองนอกมาสู้กับ Heineken เพื่อป้องกันส่วนแบ่งตลาดโดยรวม
  5. Keep the existing product เราคิดว่าสิงห์อาจจะไม่จำเป็นต้องนำเข้าแบรนด์นอกเข้ามา แต่สามารถทำการตลาดสิงห์โกลด์ให้สู้ Heineken หรือพรีเมี่ยมแบรนด์อื่นๆได้ แม้ว่าจะดีกรีอ่อนกว่า แต่ในมุมมองของเรา ดีกรีที่อ่อนสามารถทำตลาดพรีเมี่ยมได้ เพราะว่ากลุ่มนี้ไม่ใช่กลุ่ม heavy user แต่ว่าเป็นกลุ่มที่ต้องการสถานะมากกว่า


เหตุการณ์จริงก็คือว่า สิงห์ออกสินค้ามาอีกหลายตัวกว่าจะมาถึงวันนี้ เช่น Super Leo (ชนกับช้าง แต่ตาย) Super Lion(ชนกับช้าง ทำเบียร์คนใช้แรงงานแต่ภาษาอังกฤษในการทำแบรนด์ ตอนหลังปรับเป็นภาษาไทย) ไทเบียร์ ( Super Lion กลายพันธุ์ แก้ปัญหาจากตัวก่อนหน้า)

Photobucket - Video and Image Hosting


สงครามเบียร์ ระหว่างช้าง-สิงห์ ในประเทศกำลังตีคู่สูสีเหมือนสงครามน้ำดำ "โค้ก-เป๊ปซี่" หรือ "ไนกี้-รีบอค" เมื่อช้างเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ ปี 2538 แต่การตลาดเหล้าพ่วงเบียร์ออกฤทธิ์เต็มที่ในช่วงฟองสบู่ ปี 2540 เบียร์สิงห์ถูกบี้ซ้ำด้วยกำลังซื้อที่คนไทยเทเงินในกระเป๋าให้เบียร์ช้างจนทำให้สิงห์หลุดตำแหน่งผู้นำเบียร์ไทย




บุญรอดฯ ที่ยอมรับความพ่ายแพ้ไปแล้ว แต่ไม่ยอมย่อท้อ แม้เบียร์สิงห์เหลือแชร์ 10% แต่หันกลับมาถอยหลังตั้งหลักปรับกระบวนยุทธ์ใหม่ และ 8 ปีที่รอคอยก็มาถึง เมื่อกองทัพเบียร์ในเครือ โดยเฉพาะเบียร์ลีโอเข้ามาช่วยจนได้แชร์ล่าสุด 25% ส่วนสิงห์กระเตื้องขึ้นเป็น 19% รวมแล้วมีมาร์เก็ตแชร์ 44%

จี้ติดเบียร์ช้างที่มีส่วนแบ่งการตลาด 46% ส่วนน้องใหม่ล่าสุดสิงห์ไลท์ จะทำให้สิงห์คอร์ปอเรชั่นกวาดมาร์เก็ตแชร์ให้ได้ถึง 49% ในปี 2549 เพื่อก้าวสู่ตำแหน่ง "ผู้นำ" อีกครั้ง


เรียกได้ว่าขณะนี้สถานการณ์ตลาดเบียร์ในประเทศเริ่มนิ่ง โอกาสผลัดกันเป็นเบอร์หนึ่งมีแค่ 1-2%

อ่านจบแล้วเพื่อนๆคิดว่าเรื่องนี้ควรจะจัดอยู่กลุ่มไหนเนี่ย เวลาเข้ากลุ่มบล็อก จะเข้ากลุ่มทั่วไปมันก็กว้างไปหน่อย เข้ากลุ่มการศึกษาก็ไม่ดูเหมือนไม่เข้าไงก็ไม่รู้ ตอนนี้เราเลือกหมู่เศรษฐกิจ มีใครเสนอกลุ่มไหนมั่ง อิอิ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
TheQueenofNostalgia วันที่ : 24/10/2007 เวลา : 11.04 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

เอ นึกว่า คลอสเตอร์ สิงห์ซื้อไปแล้วซะอีก

สิงห์มีเบียร์ import แต่ เล็กมากๆ คือ Corona beer
ก็เลยมาช่วยอะไรไม่ได้

บริษัทบุญรอดมี culture การทำงานแบบคลานเข่า เฝ้าเสด็จ ไม่แปลกใจเลยที่แชร์ตกสะบั้นตอนนั้น และถูกบีบ จากทั้งบนทั้งล่างเมื่อ ช้างถูกกว่าแรงกว่า ไฮเนเก้น เก๋กว่า สิงห์ก็เลยถูกบี้อยู่ตรงกลาง กว่าจะรู้ตัว ทำรีแบรนดิ้ง ก็สายไปซะแล้ว

สิงห์อาจจะต้อง identify target ให้ชัด แล้วจับให้มั่น
Reformulate ไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่ารสชาติเป็นเรื่อง subjective

แต่ในฐานะผู้บริโภค ชอบรสชาติเบียร์สิงห์ที่สุดเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
rainny วันที่ : 19/10/2007 เวลา : 09.24 น.
http://www.oknation.net/blog/rainny
 [Time]   

ศึกการตลาดของคู่นี้น่าสนใจจริงๆ แหละค่ะ เคยอ่านหนังสือแล้วเค้าก็ยกตัวอย่าง 2 ค่ายนี้ได้อย่างน่าสนใจ

ปกติไม่ค่อยรู้เรื่องการตลาดเลย แต่พออ่านเคสที่คุณ loft ถกเถียงก็สนุกดีค่ะ ได้คิดเยอะดี ถ้าเป็นเราคงได้แต่นั่งฟัง
ความคิดเห็นที่ 3
nancho วันที่ : 17/10/2007 เวลา : 22.55 น.
http://www.oknation.net/blog/nancho

ตลาดน้ำเมาเนี่ยรุนแรงเจงๆ ค่ะ และยังคงเป็นอยู่ต่อปาย
ความคิดเห็นที่ 2
lost-in-space วันที่ : 17/10/2007 เวลา : 22.38 น.
http://www.oknation.net/blog/lostinspace
สิ่งที่เหนือไปกว่าการให้อภัย คือ "การลืม(มันซะ)" ... สิ่งที่เราไม่เคยเห็น ไม่ได้แปลว่าไม่มี

บทความนี้น่าสนใจดี เหมือนได้กลับไปเรียนการตลาดอีกครั้ง สนุกดี ๆ

ปล. เช็คอีเมล์ด้วยจ้า
ความคิดเห็นที่ 1
ล้านเล็กๆ วันที่ : 16/10/2007 เวลา : 21.26 น.
http://www.oknation.net/blog/lan-car-fair

ตลาดไทย...ไม่ใช่เป้าหมายแล้วล่ะครับ

ต่างฝ่ายต่างรักษาระดับ...มาร์เก็ตของตนไว้

ตอนนี้รุกหนักตลาดเมืองนอกครับ...

ใครมี Distributor ดี...คนนั้นชนะ

ปล. ซื้อเหล้าพ่วงเบียร์...อันนี้ไม่ขอพูดถึง....อิ อิ


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน