|
---------------------------------------------------------------------------------------------- SICK? ---------------------------------------------------------------------------------------------- หลังจากทำงานแทบจะไม่ทัน กว่าจะเสร็จก็หกโมงแล้ว เดินต๊อกแต๊กไปเรื่อยๆ จนถึงป้ายรถเมล์ ก็รอน๊าน กว่าจะมา จริงๆก็มีสายอื่นมาแล้วล่ะ แต่ไม่อยากเถลไถลอยากกลับบ้านไปเร็วๆ อาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน พอรอมาจนหนึ่งหม้อข้าวเดือด รอเมล์ที่รอคอยก็มาถึง ก่อนจะจิดไม่ตรงป้าย ให้เราต้องวิ่งสู้ฟัดก่อนขึ้น พอขึ้นไปก็แทบผงะ ผงะแรกคือแทบจะแทรกตัวเข้าไปไม่ได้ ผงะที่สองคือ ไม่น่าเชื่อว่าจะมียายแก่ๆ สามารถยืนได้บนลำแข้งตัวเอง ได้อย่างมั่นคง ผงะที่สามนึกฉงนในใจ ทั้งคันมันจะไม่มีคนลุกเลยเหรอเนี่ย พอกระปี๋มาถึงก็เลยเปรยๆไปว่า ทั้งคันไม่มีคนลุกให้คนแก่นั่งเลย เหลือเชื่อจริงๆ กระปี๋ก็ทำหน้าตาเหลือเชื่อพอๆกัน แล้วตอบว่าลงที่ไหนคะ ก็บอกที่หมายปลายทางไป ก่อนจะเดินแทรกตัวเข้าไปด้านใน ระหว่างที่ยืนห้อยโหนอยู่ก็คอยชะเง้อเป็นระยะว่ายายเค้ายืนอยู่โซนไหน อ๋อ ยายเค้ายืนใกล้ๆกับคนที่นั่งตั้ง 4 คนแน่ะเพราะยายก็ยืนอยู่ระหว่างเบาะ 2 คู่ ยืนเกาะเซๆเถลไปไถลมายามรถเบรก ทีนี้มาดู 4 คน นั่น อืม เป็นผู้ชาย 1 คนที่มันยังลืมตาโพลงอยู่ด้วยยังไม่หลับ ปกติท่ามาตรฐานเค้าต้องหลับนะ ดูอย่างคุณสุภาพสตรีคนข้างๆสิยังหลับเลย พอดูคู่ข้างหน้าเป็นสองหญิงสาวอายุอานามกว่าจะไล่ยายเค้าทันก็อีก 60 ปีได้ ระหว่างที่พินิจพิจารณาอยู่ห่างๆ 3 เมตรได้ เผอิญเหลือบเห็นตรงกระจกเค้าติดไว้ทั้งสองแถว ของคุณผู้ชายตาสว่างนั่น ระบุว่าเป็นเก้าอี้สำรองสำหรับสตรีตั้งครรภ์ แต่จริงก็ไม่น่าจะไร้จิตสำนึกขนาดนี้ เค้าคงไม่มีญาติผู้ใหญ่ ส่วนล็อคของคุณผู้หญิงสองคนนั่น อ้าว โหย ระบุชัดเจน เก้าอี้สำหรับผู้สูงอายุ ท่าทางจะมาจากนอกเลย ภาษาไทยไม่แตกฉาน
พอประมวลสถานการณ์เสร็จก็สูดลมหายใจเข้าปอดให้ใหญ่ๆ จะได้ดูตัวใหญ่ อีกใจนึง เออ จะยุ่งดีเหรอว้า ญาติก็ไม่ใช่ ยายเองยังไม่บ่นสักคำ ก็ยืนมาได้นี่หว่า ก็อกแฟ่บอีก แต่อีกเสียงก็บอกว่ายายเค้าอาจจะท้อใจไปแล้วก็ได้ ประมาณว่าปลง ดังนั้นเราต้องช่วยยาย อกตั้งอีกครั้ง แต่จะตะโกนไปอาจจะโดนสวนมาได้เพราะว่ายังยืนห่างๆ ว่าจุ้นไรด้วย เออ จริง แต่ทั้งสี่คนนั่นอายุรวมกันยังไม่เท่ายายเลยน้า อืม เออนี่ก็จริง หลังจากสูดหายใจครั้งสุดท้ายเข้าเต็มปอด รวบรวมความกล้าว่าเราทำดีไม่ต้องอาย ก็ค่อยๆเดินแทรกตัวเล็กๆของเราไปยืนระหว่างสองล็อคนี่ พร้อมสะกิดเก้าอี้ผู้สูงอายุ พร้อมบอกว่า ช่วยลุกให้ผู้สูงอายุนั่งหน่อยได้มั๊ยครับ ตรงนี้เก้าอี้สำรอง ให้แกยืน ทั้งคันไม่มีใครลุกมันก็เกินไป ยายก็แบบว่าไม่เป็นไปไรๆ ยายยังไหว
เธอๆเลยพร้อมใจกันลุกทั้งสองสาว ก่อนจะตัดสินใจได้ว่าใครจะนั่งใครจะยืน ยายก็ค่อยๆเซเข้าไปนั่ง ส่วนไอ้หนุ่มตาสว่างนั่นยังคงไม่รู้สึกอะไรต่อไป ยังคงนั่งมั่นคงดั่งหินผาต่อไป
ที่ตลกคืออะไรรู้มั๊ย 3 ใน 4 คนลงในอีก 2 ป้ายต่อมา จริงๆลุกให้คนแก่นั่งไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย แข็งแรงกว่าตั้งเยอะ แถมไม่รู้ว่าสมัยเด็กๆเราก็เคยได้นั่งจากผู้ใหญ่ลุกให้นั่งมาตั้งเยอะ
สังคมจะดีได้ถ้าคนเราทำตามจิตสำนึกฝ่ายดี สังคมเลวก็เพราะคนดีท้อแท้แล้วก็วางเฉย เมื่อวางเฉยมันก็ไม่มีมาตรฐานเปรียบเทียบว่าไหนดีไหนไม่ดี อะไรที่ไม่ดีมันก็เต็มไปหมด แล้วต่อไปสังคมมันจะเป็นยังไงต่อล่ะ ถ้ามันตั้งต้นก็ไม่ดีเสียแล้ว
เหตุการณ์ที่ควรจะเป็น ถ้าทุกคนมีจิตสำนึกที่ดี มีคนเรียกยายมานั่ง แย่งกันเรียกเลยแหละ ถ้าไม่มีคนเรียกคนที่นั่งเก้าอี้สำรองก็ควรสำนึก ถ้ายังไม่มีอีก กระเป๋าหรือกระปี๋ ซึ่งเปรียบเสมือนผู้คุ้มกฎก็ควรจะดูแลความสงบสุขเรียบร้อย ดูว่าอะไรคือที่เหมาะที่ควร ถ้ายังไม่มีใครทำอะไร มันก็ควรจะมีคนกล้าที่จะบอกว่าอะไรเป็นอะไร
ที่คิดมามันสมเหตุสมผลหรือเปล่า ไม่แน่ใจ?
|