• Loft
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-30
  • จำนวนเรื่อง : 26
  • จำนวนผู้ชม : 5068
  • จำนวนผู้โหวต : 9
  • ส่ง msg :
Loft
A Man from Mars and His Tuesday's Blog
Permalink : http://www.oknation.net/blog/loft
วันพุธ ที่ 26 ธันวาคม 2550
บทเรียนแห่งชีวิตห้าเรื่อง
Posted by Loft , ผู้อ่าน : 105 , 07:25:58 น.   | หมวดหมู่ : Thinking  
พิมพ์หน้านี้


บทเรียนแห่งชีวิตห้าเรื่อง กินใจสุดๆ

Five lessons to make you think about the way we treat people.
ห้าบทเรียนในการปฏิบัติต่อผู้อื่น

1. First Important Lesson - Cleaning Lady.
1. บทเรียนสำคัญบทแรก - คนทำความสะอาด

During my second month of college, our professor gave us a pop quiz. I was
เมื่อครั้งที่ฉันเข้าเรียนในวิทยาลัยได้สองเดือน อาจารย์ให้พวกเราทำแบบทดสอบอันหนึ่ง
a conscientious student and
ฉันเป็นนักเรียนที่ตั้งใจเรียน
had breezed through the questions, until I read the last one:
จึงตอบคำถามได้อย่างสบาย จนมาถึงคำถามสุดท้าย
"What is the first name of the woman who cleans the school?"
"สุภาพสตรีที่เป็นคนทำความสะอาดโรงเรียนชื่อว่าอะไร?"

Su! rely this was some k ind of joke. I had seen the cleaning woman several
ต้องเป็นเรื่องตลกอะไรสักอย่างแน่ ฉันเคยเจอคนทำความสะอาดหลายครั้ง
times. She was tall, dark-haired and in her 50s, but how would I know her
เธอเป็นคนตัวสูง ผมดำ และอายุกว่า 50 แต่ฉันจะรู้ชื่อเธอได้อย่างไร?
name? I handed in my paper, leaving the last question blank. Just before
ฉันส่งกระดาษคำตอบ โดยไม่ได้ตอบข้อสุดท้าย
class ended, one student asked if the last question would count toward our quiz grade.
ก่อนหมดคาบเรียน นักศึกษาคนหนึ่งถามว่า คำถามข้อสุดท้ายจะถูกคิดรวมในคะแนนของผลการเรียนด้วยหรือไม่

"Absolutely," said the professor. "In your careers, you will meet many people.
"แน่นอน" อาจารย์ตอบ "เมื่อเธอเข้าทำงาน เธอจะต้องพบกับคนมากมาย
All are significant.
ซึ่งทุกคนมีความสำคัญพอ
They deserve you! r attention and care, even if all you do is smile and say " hello".
ที่สมควรจะได้รับความสนใจและเอาใจใส่ แม้ว่าพวกเธอจะทำได้แค่เพียงยิ้มให้และกล่าวสวัสดีก็ตาม"
I've never forgotten that lesson. I also learned her name was Dorothy.
ฉันไม่เคยลืมบทเรียนนั้นเลย และได้รู้ว่าชื่อของสตรีคนนั้นคือ โดโรธี

2. Second Important Lesson - Pick-up in the Rain
2. บทเรียนสำคัญที่สอง - รับคนกลางฝน

One night, at 11:30 p.m., an older African American woman was standing on
คืนหนึ่ง เวลา 23:30 น. สตรีสูงอายุเชื้อสายแอฟริกันคนหนึ่ง ยืนอยู่ริมทางหลวง
the side of an Alabama highway trying to endure a lashing rainstorm. Her
สาย อลาบามา พยายามต้านฝนที่ตกหนักอยู่
car had broken down and she desperately needed a ride.
รถของเธอเสีย และเธอต้องการเดินทางต่อไปอย่างมาก
So! aking wet, she decided to fla g down the next car. A young
แม้จะเปียกโชก เธอตัดสินใจโบกรถคันที่วิ่งผ่านมา
white man stopped to help her, generally unheard of in those
ชายหนุ่มผิวขาวผู้หนึ่งหยุดรถเพื่อช่วยเหลือเธอ ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ในยุคที่มีความขัดแย้ง
conflict-filled 1960s. The man took her to safety, helped her get assistance and put her into a taxicab.
เรื่องการเหยียดผิวอย่างทศวรรษที่ 60 ชายหนุ่มช่วยเหลือให้เธอได้รับความปลอดภัยและส่งเธอขึ้นรถแท๊กซี่

She seemed to be in a big hurry, but wrote down his address and thanked
แม้ว่าเธอจะเร่งรีบมาก แต่ก็ขอบคุณเขา และจดที่อยู่ของเขาไปด้วย
him. Seven days went by and a knock came on the man's door. To his
เจ็ดวันหลังจากนั้น ก็มีชายคนหนึ่งมาเคาะประตูบ้านของเขา
surprise, a giant console
ด้วยความประหลาดใจ โทรทัศน์สีจอยักษ์เครื่องหน! ึ่งถูกนำมาส่งยังบ้านของเขา
colour TV was delivered to his home. A special note was attached. It read:
และมีข้อความแนบมาด้วย ใจความว่า:
"Thank you so much for assisting me on the highway the other night.
"ขอบพระคุณมากสำหรับความช่วยเหลือบนทางหลวงในคืนนั้น
The rain drenched not only my clothes, but also my spirits. Then you came
ฝนไม่ได้ชะแต่เพียงเสื้อผ้าของฉันเท่านั้น แต่ชะเอากำลังใจของฉันไปด้วย
along. Because of you, I was able to make it to my dying husband's bedside
แต่เมื่อคุณผ่านมา เป็นเพราะคุณ ฉันจึงสามารถไปทันดูใจสามีที่กำลังจะเสียชีวิต
just before he passed away. God bless you for helping me and unselfishly
ทันเวลาก่อนที่เขาจะสิ้นลมพอดี ขอพระเจ้าอวยพรคุณ สำหรับการช่วยฉัน
serving others,"
และการช่วยเหลือผู้อื่น อย่างไม่เห็นแก่ตัวของคุณ"

Sincerely, M! rs. Nat King Cole.
ด้วยความจริงใจ นาง แนท คิง โคล

3. Third Important Lesson - Always remember those who serve.
3. บทเรียนสำคัญที่สาม - ระลึกถึงคนที่ให้บริการเสมอ

In the days when an ice cream sundae cost much less, a 10
ในสมัยที่ไอศครีมซันเดยังมีราคาถูกอยู่มาก
year-old boy entered a hotel coffee shop and sat at a table. A waitress put
เด็กชายอายุสิบขวบคนหนึ่งเข้าไปในคอฟฟี่ชอปของโรงแรมแห่งหนึ่งแล้วนั่งที่โต๊ะ
a glass of water in front of him. "How much is an ice cream sundae?" he
เมื่อพนักงานเสริฟวางแก้วน้ำลงตรงหน้า เด็กชายก็ถามว่า "ไอศครีมซันเดราคาเท่าใหร่ครับ?"
asked. "Fifty cents," replied the waitress. The little boy pulled his hand
"ห้าสิบเซ็นต์" พนักงานเสริฟสาวตอบ แล้วเด็กชายก็ดึงมือออกจากกระเป๋า
out of his pocket and studi! ed the coins in it.
แล้วก็นับเ หรียญในมือ

"Well, how much is a plain dish of ice cream?" he inquired. By
"งั้น ไอศครีมเปล่าๆล่ะครับราคาเท่าใหร่?" เด็กชายถามอีก
now more people were waiting for a table and the waitress was growing impatient.
ตอนนี้เริ่มมีคนรอโต๊ะมากขึ้นและพนักงานเสริฟสาวก็เริ่มจะหมดความอดทน

"Thirty-five cents," she brusquely replied. The little boy again counted his coins.
"สามสิบห้าเซ็นต์" เธอตอบห้วนๆ เด็กชายนับเหรียญในมืออีกครั้ง

"I'll have the plain ice cream," he said. The waitress brought
"ผมขอไอศครีมเปล่าครับ" เด็กชายบอก แล้วพนักงานเสริฟสาวก็เอา
the ice cream, put the bill on the table and walked away. The boy finished
ไอศครีมมาให้ เอาใบเสร็จมาให้แล้วก็เดินหนีไป
the ice cream, paid the cashier and left. When the waitress came back, she!
เด็กชายทา นไอศครีมหมดแล้ว ก็จ่ายเงินแล้วก็จากไป เมื่อพนักงานเสริฟเดินกลับมา
began to cry as she wiped down the table.
เธอก็เริ่มร้องให้เมื่อเธอเช็ดโต๊ะ

There, placed neatly beside the empty dish, were two nickels and five
บนโต๊ะนั้น มีเหรียญนิกเกิลราคาห้าเซ็นต์สองเหรียญและเหรียญเพนนีอีกห้าเหรียญวางอยู่อย่างบรรจงข้างจานเปล่านั้น
pennies. You see, he couldn't have the sundae, because he had to have enough left to leave her a tip.
เห็นไหมว่า เด็กชายไม่ทานไอศครีมซันเด เพราะเขาต้องเหลือเงินไว้ทิปพนักงานเสริฟสาวคนนั้น

4.Fourth Important Lesson - The Obstacles in Our Path.
4. บทเรียนสำคัญที่สี่ - สิ่งที่กีดขวางทางของเรา

In ancient times, a King had a boulder placed on a roadway. Then he hid
ในยุคโบราณ มีหินผาตกลงมาขวางถนนเส้นหนึ่ง เมื่อพระราชามาพบเข้าจึงซ่อนพระองค์อย! ู่
himself and watched to see if anyone would remove the huge rock.
เพื่อคอยดูว่าจะมีใครมาเอาหินใหญ่ก้อนนั้นออกไปจากทาง
Some of the king's wealthiest merchants
เมื่อเสนาบดีในราชสำนักของพระองค์และพ่อค้าผู้ร่ำรวยผ่านมา
and courtiers came by and simply walked around it.
ก็เพียงแต่อ้อมหินผาก้อนใหญ่นั้นไป

Many loudly blamed the King for not keeping the roads clear, but none did
พวกเขากล่าวตำหนิพระราชาต่างๆนานา ที่พระองค์ไม่ใส่พระทัยที่จะดูแลทางนั้นให้ดี
anything about gett g the stone out of the way.
แต่ก็ไม่มีใครทำอะไรที่จะเอาหินนั้นออกไปให้พ้นทาง

Then a peasant came along carrying a load of vegetables. Upon approaching
จนกระทั่งชาวบ้านคนหนึ่งแบกผักกองใหญ่ผ่านมา เมื่อเขาเดินมาถึงหินผานั้น เขาก็วางสัมภาระลง
the boulder, the peasant laid down his burden a ! nd tried to move the stone
แล้วพยายามที่จะขยับก้อนหินนั้นให้พ้นทาง
to the side of the road.

After much pushing and straining, he finally succeeded.
หลังจากทั้งผลักทั้งดึงหินก้อนนั้น ในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จ

After the peasant picked up his load of vegetables, he noticed
เมื่อเขาหยิบสัมภาระของเขาขึ้นมา เขาก็เห็นถุงเงินวางอยู่ตรงจุดที่ก้อนหินผาเคยอยู่
purse lying in the road where the boulder had been. The purse contained
many gold coins and a note from the King indicating that the gold was
ในถุงนั้นมีเหรียญทองและจดหมายจากพระราชา เขียนไว้ว่า ทองในถุงนั้น
for the person who removed the boulder from the roadway. The
เป็นของผู้ที่เอาหินผาออกไปจากถนน
peasant learned what many of us never understand!
ชาวบ้านคนนั้นได้รู้สิ่งที่เราไม่เคยได้รู้

Every obstacle pre! sents an opportunity to improve o condition.
ทุกๆอุปสรรคที่กีดขวางทางนั้น จะมอบโอกาสที่ราจะดีขึ้น ให้กับเรา

5. Fifth Important Lesson - Giving When it Counts.
5. บทเรียนสำคัญที่ห้า - ให้เมื่อมีค่า

Many years ago, when I worked as a volunteer at a hospital, I
หลายปีมาแล้ว เมื่อฉันไปทำงานเป็นอาสาสมัครที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
got to know a little girl named Liz who was suffering from a rare & serious
ฉันได้รู้จักกับเด็กหญิงคนหนึ่งชื่อ ลิซ ซึ่งป่วยเป็นโรคร้ายที่มีน้อยคนที่จะเป็น
disease. Her only chance of recovery appeared to be a blood transfusion
โอกาสที่เธอจะหายจากโรคนี้ได้คือต้องทำการถ่ายเลือดจากน้องชายอายุห้าขวบของเธอ
from her 5-year-old brother, who had miraculously survived the same
ผู้ซึ่งรอดจากโรคร้ายนี้ได้อย่า งปาฏิหารย์ จึงทำให้เขาร่างกายเขาสร้างภูม! ิคุ้มกันโรคร้ายนี้ขึ้นมา
disease and had developed the
antibodies needed to combat the illness. The doctor explained the situation
หมออธิบายสถานการณ์ให้น้องชายของเธอฟัง และถามเด็กชายว่า เขาต้องการจะ
to her little brother, and asked the little boy if he would be willing to give his blood to his sister.
ให้เลือดของเขาแก่พี่สาวหรือไม่
I saw him hesitate for only a moment before taking a deep breath and
ฉันเห็นเขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสูดหายใจลึกแล้วพูดว่า
saying, "Yes I'll do it if it will save her." As the transfusion
"ได้ครับ หากมันช่วยพี่สาวผมได้"
progressed, he lay in bed next to his sister and smiled, as we all did,
เมื่อทำการถ่ายเลือด เขานอนยิ้มอยู่ที่เตียงข้างๆพี่สาว ในขณะที่เราเริ่มจะเห็นสีสันคืนสู้แก้ม
seeing the colour returning to he r cheeks. Then his face grew pale and his smi! le faded.
ของเธอ หน้าของเด็กชายก็เริ่มซีดและรอยยิ้มก็จางหายไป

He looked up at the doctor an asked with a trembling voice,
เด็กชายมองไปที่หมอและถามด้วยเสียงสั่นเครือ
"Will I start to die right away?".
"ผมกำลังจะตายใช่ไหม?"
Being young, the little boy had misunderstood the doctor; he
ด้วยความเป็นเด็ก เขาเข้าใจหมอผิดไป
thought he was going to have to give his sister all of his blood in order to save her.
เด็กชายคิดว่าเขาต้องให้เลือดทั้งหมดของเขาให้แก่พี่สาวเพื่อช่วยชีวิตเธอ

Now you have 2 choices
ตอนนี้คุณมีทางเลือกสองทาง

"Work like you don't need the money, love like you've never been hurt, and dance like you do when nobody's watching."
"ทำงานให้เหมือนกับคุณไม่ต้องการเงิน รักให้เหมือนกับคุณไม่มีวันจะเจ็บปวดกับมัน และเต้นรำให้เหมือนกับไม่มีใครมองคุณอยู่"


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
rainny วันที่ : 29/12/2007 เวลา : 21.36 น.
http://www.oknation.net/blog/rainny
 [L-O-V-E   L-E-T-T-E-R]   


"ทำงานให้เหมือนกับคุณไม่ต้องการเงิน รักให้เหมือนกับคุณไม่มีวันจะเจ็บปวดกับมัน และเต้นรำให้เหมือนกับไม่มีใครมองคุณอยู่"

ชอบอันนี้จัง

เป็นบทเรียนห้าเรื่องที่ดีและมีความหมายมากๆ ค่ะ

สวัสดีปีใหม่นะคะ ขอให้มีความสุข สอบผ่านฉลุย (ไม่รู้จบอ๊ะยัง) สุขภาพแข็งแรงตลอดไปค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
lost-in-space วันที่ : 29/12/2007 เวลา : 15.02 น.
http://www.oknation.net/blog/lostinspace
สิ่งที่เหนือไปกว่าการให้อภัย คือ "การลืม(มันซะ)"

แวะมาสวัสดีปีใหม่ Loft ขอให้ปีใหม่ที่จะถึงนี้มีหัวใจเหมือนท้องฟ้าที่สดชื่นแจ่มใสอยู่ตลอดเวลา ไม่มีโรคภัยมากรายกล้ำ สุขีสุโขสมโมสรตลอดไป นะคะ นะคะ
ความคิดเห็นที่ 3
Supawan วันที่ : 26/12/2007 เวลา : 13.02 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ใกล้ปีใหม่แล้ว..ขอให้ทุกข์ในปีเก่าผ่านไปเหมือนสายลม ..

ปีใหม่อุดมด้วยสิ่งดีๆที่จะผ่านเข้ามาในเส้นทางที่จะก้าวเดิน...

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ...
ความคิดเห็นที่ 2
ปอจู วันที่ : 26/12/2007 เวลา : 08.29 น.

อ่านแล้วรู้สึกดีจัง ขอบคุณมากนะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
เดวิลไบค์ วันที่ : 26/12/2007 เวลา : 07.37 น.
http://www.oknation.net/blog/riding
ยิ้มวันละนิดจิตแจ่มใส

.
________0000000000000________0000000000000_________
______000000000000000000__000000000000000000_______
____000000000000000000000000000000000000000000_____
___00000000000000___000000000___0000000000000000___
__000000000000000___000000000___00000000000000000__
_0000000000000000___000000000___000000000000000000_
_0000000000000000___000000000___000000000000000000_
_0000000000000000___000000000___000000000000000000_
_0000000000000000000000000000000000000000000000000_
_0000000000_ขอให้มีความสุขตลอดปีตลอดชาติ_000000000000_
__000000000___000000000000000000000___00000000000__
___000000000___0000000000000000000___00000000000___
_____000000000___000000000000000___00000000000_____
_______00000000____00000000000____0000000000_______
__________0000000_______________000000000__________
_____________0000000000000000000000000_____________
______________000000000000000000000________________
__________________000000000000000__________________
_____Noolee_________0000000000______To you _________
______________________000000_______________________
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน