|
;วันนี้ขอเอางานเก่าๆที่เคยแชร์มุมมองและตอบปัญหาให้น้องทางอินเตอร์เน็ตคนหนึ่ง นานมาแล้วล่ะ แต่คาดว่าน่าจะเป้นประโยชน์กับอีกหลายคน พี่นัท..........
ถามหน่อยว่า........
จบโทแ ล้วต่อ เอก หรือ CIM
อะไรจะมีประโยชน์ต่อการทำงานกว่ากัน แบบว่าสังคมเขามองยังไงอ่าฮะ Mangoboy
24 มิ.ย. 2549 เวลา 19:23 น. ip [86.129.162.77] คุณน้องเค้าถามตามที่เห็นนั่นแหละ ในฐานะที่ได้รับความไว้วางใจ(หรือเปล่าไม่แน่ใจ) ก็จะขอตอบตามมุมมองคนหนึ่งคนแล้วกัน
อาจจะตอบวกวนไปบ้างเพราะกะว่าจะเขียนเผื่อคนอื่นด้วย มีใครอ่านแล้วอาจจะเอาไปคิดตามก็ดี
เรื่องแรกก้คือถามว่าเรียนต่อโทดีไหม(สำหรับคนที่จบตรี) ถ้าอยู่ในเมืองไทยแล้วก็คิดว่ายังไงมีโอกาสได้ทำงานเป้นลูกจ้างบริษัทห้างร้านแน่ๆ ก็ขอบอกว่าเรียนไปเถิดครับ เพราะเหมือนว่าสถานการณ์มันบังคับแล้วล่ะ อย่างสมัยก่อนนานมาแล้วที่ใครที่เรียนต่อเข้ามหาวิทยาลัยได้เท่ห์น่าดู เป็นหน้าเป็นตาให้พ่อแม่พี่น้อง ยิ่งเข้าคณะยากๆยิ่งภาคภูมิใจขึ้นไปอีก แต่ก่อนมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ขณะที่เดี๋ยวนี้มีโอกาสมากมายที่จะรอรับเข้าไปเรียนในระดับปริญญาตรี ดังนั้นคนจบปริญญาตรีก็คือสินค้าธรรมดาในตลาด(ไม่แปลกละ) คนจึงต้องมาเรียนเพื่ออัพตัวเองให้เป็นปริญญาโทกันยิ่งเป็นสายบริหารอย่าง MBA ยิ่งขายดี แย่งกันสอบแย่งกันเข้าไปเรียน ต่อไปก็คงจะเป็นสินค้าธรรมดาเหมือนกัน ที่มันเป้นอย่างนี้ก็เพราะว่าอยู่ที่ค่านิยมของคนไทยที่ให้ความสำคัญกับใบปริญญามากเกินไป การทำงานเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งในบริษัท ส่วนใหญ่ก็เลื่อนด้วยความสามารถและประสบการณ์ แต่เมื่อถึงในระดับๆหนึ่ง เมื่อขึ้นไปสูงๆ ปัจจัยที่จะผ่านการคัดเลือกฝ่าด่าน 18 มนุษย์ทองคำมันก็เรื่องมากมากขึ้น ในแง่การให้น้ำหนักกระดาษใบนี้ก็ค่อนข้างมีผลพอสมควร
สรุปว่า คนที่จบตรีแล้วควรต่อโท ถ้าจะทำงานในบริษัททั่วไป(ไม่ได้มีกงสีส่วนตัว) ประโยชน์ที่ได้รับจากปริญญาโทคือ ความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น(กรณีมองผ่านๆน่ะนะ ไม่ใช่ทำงานสนิทสนม รู้เช่นเห็นชาติว่าเป็นทองชุบ)
ส่วนข้อเสนอแนะว่าเรียนเมื่อไหร่ แนะนำว่าให้เรียนหลังจากทำงานมาได้ประมาณ 2-3ปี ตอนนั้นเราจะมีความพร้อมมากขึ้น เช่น เงินเดือนพอสมควร มีวุฒิภาวะ(แก่ขึ้น) มีประสบการณ์การทำงาน
ส่วนคำถามจากคุณน้องต้าร์ จะตอบแล้วนะ
ข้อมูลส่วนตัวของคุณน้องเค้าเนี่ย เท่าที่มั่วเอาเอง น้องเค้าเรียนจบปริญญาโทที่อังกฤษด้านการตลาด รู้สึกว่ายังไม่เคยทำงาน (หรือถ้าทำก็น่าจะประสบการณ์ไม่กี่ปี ปรากฏต้าร์บอกว่าทำมาตั้งแต่ 10 ขวบ ช่วยที่บ้าน)
ดังนั้น สมมุติว่า เรียนรวดเดียว ป.ตรี 4 ปี ป.โท อังกฤษ อีก 1 ปี แถมเพิ่มให้อีก 1 ที่เที่ยวในยุโรป เท่ากับตอนนี้อายุน่าจะประมาณ 23-24 เดาเอา พักไว้ก่อน ต้าร์มี 2 ทางเลือกที่ส่งเข้าประกวด
อันแรกเรียนต่อดอกเตอร์ เป็นเพื่อนพี่แอน ในเมืองไทยการเป็นดอกเตอร์ในความรู้สึกคนทั่วไป ค่อนข้างจะเป้นนักวิชาการคือเหมาะจะเป็นอาจารย์ว่างั้นเถอะ ให้ความน่าเชื่อถือ ในองค์กรบริษัทโดยทั่วไปคนที่เป็นดอกเตอร์น้อยมาก ไม่มีใครเก็บสถิติอย่างชัดเจนในเมืองไทยว่าดอกเตอร์ในเมืองไทยทำอะไรกันแต่เดาเอาเองว่าบริษัทที่มีดอกเตอร์เยอะหน่อยน่าจะเป็นทางด้านการเงิน กับไอที แต่เนื่องจากย่อหน้าแรกๆได้บอกมาแล้วว่าตอนนี้ปริญญาโทก็ไม่ได้เป็นของแปลกแต่อย่างใด ต่อไปคนก็ต้องไปเรียนดอกเตอร์กันอีกแหละ (เป็นแรงผลักดันจากสังคมเมืองไทย ที่ไม่ได้ดูคนจากความสามารถ) แต่ถ้าสมมุติว่ามีน้องแล้วมันมาถามอย่างนี้ก็คงบอกว่าให้เลือกเอง แต่ถ้าคิดไม่ออก ก็คงบอกว่าทำงานดีกว่า เพราะว่าทำงานด้านการตลาด มันต้องการประสบการจริงค่อนข้างเยอะเพื่อที่จะสามารถนำมาสร้างเครดิตตัวเองในการสมัครงานได้ดีกว่า เหมือนกับว่าบริษัทเค้าก้คาดหวังให้เป็นคนที่ประยุกต์ทฤษฎีได้ในโลกธุรกิจจริงๆ ยิ่งทำงานแล้วมีผลงานเยอะๆยิ่งหางานได้ง่าย ประเภทพูดไปคนก็อ๋อน่ะ วันดีคืนดีก็มีคนชวนไปทำงานด้วย
แต่ถ้าเลือกที่จะเรียนดอกเตอร์กลับมาสมัครงานที่น่าสนใจก็คงเป็นบริษัทต่างชาติใหญ่ๆ ที่รับ Management Trainee แต่อย่างว่าแหละ เราก็ยังไม่รู้ว่าพอจะลงแล้วจะเป็นหน้าที่อะไร ด้านไหน อีกกลุ่มธุรกิจที่น่าจะสมัครได้ก็เป็นพวก Consulting Firm ซึ่งพวกนี้เค้าส่วนใหญ่รับคนที่โปรไฟล์ดีอยู่แล้ว แล้วงานก็มีหลายส่วนที่ได้ใช้ความรู้ด้านการตลาด
ส่วน CIM เท่าที่เข้าไปดูแล้วเข้าใจว่าลักษณะเดียวกับของสายบัญชีที่มีสอบ CPA อันนี้ก็เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ตัวเองได้ดี เท่าที่ดูแล้วก็น่าสนใจ แต่ถ้ากลับมาเมืองไทยก้ต้องคิดว่ามันมีประโยชน์กับเรามากขนาดไหนเมื่อเทียบกับเวลาที่เราต้องเสียไปลองคิดดูดีๆ
ทั้งนี้ทั้งนั้นเอาอยุบวกเข้าไปกับจำนวนปีที่เรียนต่อ จะได้อายุที่พร้อมกลับมาทำงาน
พอเริ่มทำงานถ้าทำบริษัททั่วไป คนทั่วไปกว่าจะเข้าใจทำอะไรได้ มีผลงานชัดเจนก็เมื่อเลยปีที่ 2 ไปแล้ว
ถ้ากลับมาสมัครทำงานเป็น Trainee โปรแกรมฝึกก็กินเวลาประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปีแล้วแต่ที่ ลองบวกคำนวณดูแล้วกัน ว่าอายุเท่าไหร่อยากเป็นอะไร คิดถึงความเป็นจริงเป็นไปได้ไหม
อ้อ เพิ่ม ยิ่งอายุเยอะแล้วประสบการณ์ทำงานน้อย จะหางานลำบากหน่อยนึง เช่น อายุเยอะแต่ต้องเป็นลูกน้องคนที่เด็กกว่า หรือเรียนมาเยอะอยากได้เงินเดือนเยอะแต่ประสบการณน้อย
ตอบประมาณนี้ไม่รู้ว่าช่วยอะไรบ้างหรือเปล่า
|