• Loft
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-30
  • จำนวนเรื่อง : 26
  • จำนวนผู้ชม : 5051
  • จำนวนผู้โหวต : 9
  • ส่ง msg :
Loft
A Man from Mars and His Tuesday's Blog
Permalink : http://www.oknation.net/blog/loft
วันอังคาร ที่ 15 มกราคม 2551
เรียนต่อดีไหม
Posted by Loft , ผู้อ่าน : 84 , 23:55:01 น.   | หมวดหมู่ : Job Techniques   Marketing   Thinking  
พิมพ์หน้านี้


;วันนี้ขอเอางานเก่าๆที่เคยแชร์มุมมองและตอบปัญหาให้น้องทางอินเตอร์เน็ตคนหนึ่ง

นานมาแล้วล่ะ แต่คาดว่าน่าจะเป้นประโยชน์กับอีกหลายคน

พี่นัท..........

ถามหน่อยว่า........

จบโทแ ล้วต่อ เอก หรือ CIM

อะไรจะมีประโยชน์ต่อการทำงานกว่ากัน แบบว่าสังคมเขามองยังไงอ่าฮะ

 

Mangoboy

   

24 มิ.ย. 2549 เวลา 19:23 น.
ip [
86.129.162.77]

คุณน้องเค้าถามตามที่เห็นนั่นแหละ


ในฐานะที่ได้รับความไว้วางใจ(หรือเปล่าไม่แน่ใจ) ก็จะขอตอบตามมุมมองคนหนึ่งคนแล้วกัน


อาจจะตอบวกวนไปบ้างเพราะกะว่าจะเขียนเผื่อคนอื่นด้วย มีใครอ่านแล้วอาจจะเอาไปคิดตามก็ดี


เรื่องแรกก้คือถามว่าเรียนต่อโทดีไหม(สำหรับคนที่จบตรี) ถ้าอยู่ในเมืองไทยแล้วก็คิดว่ายังไงมีโอกาสได้ทำงานเป้นลูกจ้างบริษัทห้างร้านแน่ๆ ก็ขอบอกว่าเรียนไปเถิดครับ เพราะเหมือนว่าสถานการณ์มันบังคับแล้วล่ะ อย่างสมัยก่อนนานมาแล้วที่ใครที่เรียนต่อเข้ามหาวิทยาลัยได้เท่ห์น่าดู เป็นหน้าเป็นตาให้พ่อแม่พี่น้อง ยิ่งเข้าคณะยากๆยิ่งภาคภูมิใจขึ้นไปอีก แต่ก่อนมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ขณะที่เดี๋ยวนี้มีโอกาสมากมายที่จะรอรับเข้าไปเรียนในระดับปริญญาตรี ดังนั้นคนจบปริญญาตรีก็คือสินค้าธรรมดาในตลาด(ไม่แปลกละ) คนจึงต้องมาเรียนเพื่ออัพตัวเองให้เป็นปริญญาโทกันยิ่งเป็นสายบริหารอย่าง MBA ยิ่งขายดี แย่งกันสอบแย่งกันเข้าไปเรียน ต่อไปก็คงจะเป็นสินค้าธรรมดาเหมือนกัน ที่มันเป้นอย่างนี้ก็เพราะว่าอยู่ที่ค่านิยมของคนไทยที่ให้ความสำคัญกับใบปริญญามากเกินไป การทำงานเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งในบริษัท ส่วนใหญ่ก็เลื่อนด้วยความสามารถและประสบการณ์ แต่เมื่อถึงในระดับๆหนึ่ง เมื่อขึ้นไปสูงๆ ปัจจัยที่จะผ่านการคัดเลือกฝ่าด่าน 18 มนุษย์ทองคำมันก็เรื่องมากมากขึ้น ในแง่การให้น้ำหนักกระดาษใบนี้ก็ค่อนข้างมีผลพอสมควร


สรุปว่า คนที่จบตรีแล้วควรต่อโท ถ้าจะทำงานในบริษัททั่วไป(ไม่ได้มีกงสีส่วนตัว) ประโยชน์ที่ได้รับจากปริญญาโทคือ ความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น(กรณีมองผ่านๆน่ะนะ ไม่ใช่ทำงานสนิทสนม รู้เช่นเห็นชาติว่าเป็นทองชุบ)


ส่วนข้อเสนอแนะว่าเรียนเมื่อไหร่ แนะนำว่าให้เรียนหลังจากทำงานมาได้ประมาณ 2-3ปี ตอนนั้นเราจะมีความพร้อมมากขึ้น เช่น เงินเดือนพอสมควร มีวุฒิภาวะ(แก่ขึ้น) มีประสบการณ์การทำงาน


ส่วนคำถามจากคุณน้องต้าร์ จะตอบแล้วนะ


ข้อมูลส่วนตัวของคุณน้องเค้าเนี่ย เท่าที่มั่วเอาเอง น้องเค้าเรียนจบปริญญาโทที่อังกฤษด้านการตลาด รู้สึกว่ายังไม่เคยทำงาน (หรือถ้าทำก็น่าจะประสบการณ์ไม่กี่ปี ปรากฏต้าร์บอกว่าทำมาตั้งแต่ 10 ขวบ ช่วยที่บ้าน)


ดังนั้น สมมุติว่า เรียนรวดเดียว ป.ตรี 4 ปี ป.โท อังกฤษ อีก 1 ปี แถมเพิ่มให้อีก 1 ที่เที่ยวในยุโรป เท่ากับตอนนี้อายุน่าจะประมาณ 23-24 เดาเอา พักไว้ก่อน
ต้าร์มี 2 ทางเลือกที่ส่งเข้าประกวด


อันแรกเรียนต่อดอกเตอร์ เป็นเพื่อนพี่แอน ในเมืองไทยการเป็นดอกเตอร์ในความรู้สึกคนทั่วไป ค่อนข้างจะเป้นนักวิชาการคือเหมาะจะเป็นอาจารย์ว่างั้นเถอะ ให้ความน่าเชื่อถือ ในองค์กรบริษัทโดยทั่วไปคนที่เป็นดอกเตอร์น้อยมาก ไม่มีใครเก็บสถิติอย่างชัดเจนในเมืองไทยว่าดอกเตอร์ในเมืองไทยทำอะไรกันแต่เดาเอาเองว่าบริษัทที่มีดอกเตอร์เยอะหน่อยน่าจะเป็นทางด้านการเงิน กับไอที  แต่เนื่องจากย่อหน้าแรกๆได้บอกมาแล้วว่าตอนนี้ปริญญาโทก็ไม่ได้เป็นของแปลกแต่อย่างใด ต่อไปคนก็ต้องไปเรียนดอกเตอร์กันอีกแหละ (เป็นแรงผลักดันจากสังคมเมืองไทย ที่ไม่ได้ดูคนจากความสามารถ) แต่ถ้าสมมุติว่ามีน้องแล้วมันมาถามอย่างนี้ก็คงบอกว่าให้เลือกเอง แต่ถ้าคิดไม่ออก ก็คงบอกว่าทำงานดีกว่า เพราะว่าทำงานด้านการตลาด มันต้องการประสบการจริงค่อนข้างเยอะเพื่อที่จะสามารถนำมาสร้างเครดิตตัวเองในการสมัครงานได้ดีกว่า เหมือนกับว่าบริษัทเค้าก้คาดหวังให้เป็นคนที่ประยุกต์ทฤษฎีได้ในโลกธุรกิจจริงๆ ยิ่งทำงานแล้วมีผลงานเยอะๆยิ่งหางานได้ง่าย ประเภทพูดไปคนก็อ๋อน่ะ วันดีคืนดีก็มีคนชวนไปทำงานด้วย


แต่ถ้าเลือกที่จะเรียนดอกเตอร์กลับมาสมัครงานที่น่าสนใจก็คงเป็นบริษัทต่างชาติใหญ่ๆ ที่รับ Management Trainee แต่อย่างว่าแหละ เราก็ยังไม่รู้ว่าพอจะลงแล้วจะเป็นหน้าที่อะไร ด้านไหน อีกกลุ่มธุรกิจที่น่าจะสมัครได้ก็เป็นพวก Consulting Firm ซึ่งพวกนี้เค้าส่วนใหญ่รับคนที่โปรไฟล์ดีอยู่แล้ว แล้วงานก็มีหลายส่วนที่ได้ใช้ความรู้ด้านการตลาด


ส่วน CIM เท่าที่เข้าไปดูแล้วเข้าใจว่าลักษณะเดียวกับของสายบัญชีที่มีสอบ CPA อันนี้ก็เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ตัวเองได้ดี เท่าที่ดูแล้วก็น่าสนใจ แต่ถ้ากลับมาเมืองไทยก้ต้องคิดว่ามันมีประโยชน์กับเรามากขนาดไหนเมื่อเทียบกับเวลาที่เราต้องเสียไปลองคิดดูดีๆ


ทั้งนี้ทั้งนั้นเอาอยุบวกเข้าไปกับจำนวนปีที่เรียนต่อ จะได้อายุที่พร้อมกลับมาทำงาน


พอเริ่มทำงานถ้าทำบริษัททั่วไป คนทั่วไปกว่าจะเข้าใจทำอะไรได้ มีผลงานชัดเจนก็เมื่อเลยปีที่ 2 ไปแล้ว


ถ้ากลับมาสมัครทำงานเป็น Trainee โปรแกรมฝึกก็กินเวลาประมาณ 6 เดือน  ถึง 1 ปีแล้วแต่ที่ ลองบวกคำนวณดูแล้วกัน ว่าอายุเท่าไหร่อยากเป็นอะไร คิดถึงความเป็นจริงเป็นไปได้ไหม


อ้อ เพิ่ม ยิ่งอายุเยอะแล้วประสบการณ์ทำงานน้อย จะหางานลำบากหน่อยนึง เช่น อายุเยอะแต่ต้องเป็นลูกน้องคนที่เด็กกว่า หรือเรียนมาเยอะอยากได้เงินเดือนเยอะแต่ประสบการณน้อย


ตอบประมาณนี้ไม่รู้ว่าช่วยอะไรบ้างหรือเปล่า


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
lost-in-space วันที่ : 19/01/2008 เวลา : 09.32 น.
http://www.oknation.net/blog/lostinspace
สิ่งที่เหนือไปกว่าการให้อภัย คือ "การลืม(มันซะ)"

มา say hello จ้า ไม่ได้มาซะนาน เข้าไปดูที่ suki blog ด้วยเด้อ
ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 16/01/2008 เวลา : 06.40 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีวันครูค่ะ ...
ความคิดเห็นที่ 1
Mr_Com วันที่ : 15/01/2008 เวลา : 23.59 น.
http://www.oknation.net/blog/mrcom

ปีศาจ OZZY ออกอาละวาด
http://www.oknation.net/blog/bodin2
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน