• LonelyHenry
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-08
  • จำนวนเรื่อง : 23
  • จำนวนผู้ชม : 2416
  • จำนวนผู้โหวต : 5
  • ส่ง msg :
Lonely Henry
Blog รสแซ่บ อ่านแล้ว ซี้ดปาก เผ็ดร้อน จัดจ้าน ถึงใจ (อย่าลืมอ่านเรื่อง ย้อนหลังด้วย เพื่อเพิ่มความแซ่บ 5 เด้ง จ่ายรอบวง)
Permalink : http://www.oknation.net/blog/lonelyhenry
วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม 2551
4 แพร่ง สปอยสุดริด ยังไม่ดู ห้ามอ่าน
Posted by LonelyHenry , ผู้อ่าน : 84 , 09:59:02 น.  
พิมพ์หน้านี้


ทำใจอยู่นาน กว่าจะรวบรวมความกล้า กลับไปดูหนังอีกครั้ง

ตั้งแต่ที่ "ตัดความสัมพันธ์" กับ "ใครบางคน" แล้ว ผมก็เลิกดูหนังไปได้เกือบ 6 เดือนกันเลย

เวลาที่ผ่านหน้าโรงหนังแล้ว มันทำใจไม่ได้ทุกที

จี๊ดขึ้นมาตลอด

จนกระทั่งวันหนึ่ง ที่ได้เห็นโฆษณาหนัง "สี่แพร่ง"​(4Bia) ความกลัว 4 แบบ (แบบสุด ๆ) ของ 4 ผู้กำกับ (ทั้งหนังผี และไม่ผี)

แต่เสียดาย ที่ไม่มี 1 ในผู้กำกับ​"แฟนฉัน" อย่างที่ชอบเอาไป โฆษณากันนักหนาอยู่พักใหญ่ ๆ

จนแลดูน่ารำคาญว่า กำกับหนัง "แฟนฉัน" มาแล้ว มันจะอะไรมากไหมเนี่ย

กำกับหนัง "แฟนฉัน" มาแล้วจะการันตีได้ว่าหนังไม่เจ๊ง หรือหนังจะออกมา "ไม่ห่วย" ก็ไม่ใช่

หรือแค่กินบุญเก่า อันนี้น่าจะจริงไม่มั่ว ชัวร์แน่ ๆ

กล้อง 3 ตัดภาพกลับมาที่ "สี่แพร่ง"

เกือบจะไม่ได้ดูแล้ว หนัง "สี่แพร่ง" ก็คนในออฟฟิสที่ไปดูมาแล้ว (เกือบทั้งออฟฟิส) เล่นเล่ากันซ้า ผมแทบจะไม่ต้องไปดูกันเลย

เกือบควักตังช่วยค่าตั๋วไป 60 บาท

ก็พวกเล่นเล่ากันเป็นฉาก ๆ ถ่ายทอดกันเป็นซีน ๆ จับกลุ่มคุยกัน เก็บรายละเอียดกันชนิดที่ขยี้ทุกเม็ด

แถมยังมาบอกให้ช่วยไปดู แล้วก็จับให้หน่อยด้วยว่า หนังแต่ภาค ของผู้กำกับแต่ละคน "เชื่อมโยง" หนังแต่ละภาค กันยังไงด้วย แน่ะ..

ผมตัดสินใจ ไม่ดู! ดีกว่า

ฟังจากที่คนในออฟฟิสเล่า สปอยกันสุดริด ไปดูก็คงไม่มันเท่ากับที่แต่ละคนเล่าแบบใส่อารมณ์ไม่มียั้งแบบนั้นแน่

จนกระทั่งเมื่อวานนี้ ตื่นแต่เช้า อารมณ์ดี ฝนไม่ตก

บวกกับตั้งใจไปต่อยมวย (Power Punch) ซึ่งรอบจะมีตอนบ่ายสี่ 50 แล้วเวลายังเหลือตั้งเยอะ

รอบหนังก็ได้ ดูเสร็จต่อยมวยต่อก็ยังไหว ก็เลยกลั้นใจ ดูก็ดู ตายเป็นตาย ไหน ๆ ก็รู้เรื่องมากว่าครึ่งเรื่องแล้ว

อารมณ์รวม ๆ ในโรง ต้องบอกว่ากรี๊ดกันกระจายเสียยิ่งกว่าดูคอนเสิร์ต "กอล์ฟ ไมค์"

อารมณ์ประมาณนั่งอยู่กลางงานสวดภาณยักษ์ใหญ่ ที่ทุกคนปล่อยของกันสุดริด กรี๊ดกันสุดเดช

กรี๊ดกันรอบทิศ กรี๊ดแบบเซ็นเซอร์ราวนด์ กรี๊ดมันทุกฉาก กรี๊ดกันทุกตอน

จนไม่รู้ว่าจะกรี๊ดอะไรกันนักหนา หรือจะเป็นหน้าม้า ที่โรงจ้างมานั่งกรี๊ด สร้างบรรยากาศภายในโรง ผมชักไม่แน่ใจ

กรี๊ด! แม้แต่ตอนโทรศัพท์มือถือหล่น (ในหนังภาคแรก) ก็กรี๊ดกันจะเป็นจะตาย จนผมอดรำคาญว่า นี่มันเพิ่งเริ่มเรื่องเลยนะ ยังกรี๊ดกันขนาดนี้ เฮ้อ..

ดูไปจนจบเรื่อง

ชอบภาคแรก (ที่เป็นข้อความโทรศัพท์มือถือ) กับภาคที่สี่ (เที่ยวบิน 224) มาก ๆ

ส่วนภาคสาม (คนกลาง) นั่นเฉย ๆ ไม่ได้รู้สึกชอบหรือไม่ชอบ

แต่ที่ไม่ชอบเอาเสียเลย คงเป็นภาคสอง (ยันต์สั่งตาย) ที่หนังทำออกมา ทั้งสี ทั้งอารมณ์ มันไม่ใช่เอาเสียเลย!

หนักไปกว่านั้น!

เพลงประกอบตอนช่วงแรกของหนัง ที่เป็นเพลงร็อคของใครผมจำไม่ได้ (บรรยากาศตอนขับรถบนทางด่วน) มันยิ่งทำให้กลายเป็นหนังผี ที่ดูไร้รสนิยมไปเลย

เพลงร็อค กับหนังผี เหมือนกินก๋วยเตี๋ยวไก่ ใส่ปลาร้า หรือ ก๋วยเตี๋ยวหมู ใส่น้ำบูดู

รสอาจจะแซ่บ แต่มันไปกันไม่ได้ มันไม่ลงตัว

ซึ่งไหน ๆ ก็พาลมาซ้าขนาดนี้แล้ว

อีกจุดหนึ่งที่รับไม่ได้ ก็ตอนที่มีตัวสัตว์ประหลาด คล้าย ๆ กอลั่ม ออกมาท้าย ๆ เรื่อง

ต้องบอกว่า CG ห่วยมาก! ภาพกระตุกเป็นช่วง ๆ โมชั่นมันไม่ต่อเนื่อง

นี่ยังไม่รวมถึงการทำตัวแบบออกมาได้เชย ดูไร้รสนิยมอีก

อันนี้ยังไม่รวมถึง การมาแบบไม่มีที่มาที่ไป ของไอ้ตัวกอลั่มนั่น

แล้วก็ยังมีอีกหลายจุด ที่มาแบบไม่มีที่มา ไม่มีที่ไป (อย่างฆาตรกรโรคจิตบนโรงพัก ที่ปูมา แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มากนัก)

แถมหนังยังจบ แบบพอเดาได้ ก็เล่นปูมาซ้าขนาดนั้นว่า ใครเห็นต้องตาย!

เพราะฉะนั้น ยัยพิงค์ ไม่ยากตาย ก็เลยควักลูกตาออกมา (จะได้ไม่ต้องเห็น จบ ๆ กันไป)

ตรรกะแบบนี้ คุ้น ๆ เหมือนเคยดูมาก่อน แต่นึกไม่ออกว่าเรื่องอะไร

หนังจบแบบหงุดหงิด แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้ากันไป

ผมว่าการเรียงลำดับของหนัง ทำออกมาได้ถูกใจผมนะ คือเอาเรื่องที่ผมชอบ เปิดปิดหัวท้าย เป็นแฮมเบอร์เกอร์

ตรงกลางเป็นไส้อะไรที่ผมไม่ค่อยชอบ กับเฉย ๆ จับยัดใส่เข้าไป

เพราะฉะนั้น ก็สรุปแล้วว่า พอกินได้ทั้งชิ้น ไม่ถึงกับเกลียดมากนัก ปน ๆ กันไป

คะแนนรวมได้ถึง 75 (จาก 100) นี่ผมก็พอใจแล้ว (ไม่มีคะแนนท่ายากให้)

มาดูภาคที่ผมชอบดีกว่า

ภาคแรก!

การเล่าเรื่องเป็นลำดับขั้นตอนดีมาก ไม่ต้องใช้บทพูดมาก เล่าเรื่องผ่านข้อความทางโทรศัพท์มือถือ

ส่วนที่ยากคงเป็นการแสดงสีหน้าของดารานำ ซึ่งก็ทำออกมา "สื่อ" ได้ตรงกับอารมณ์ที่หนังอยากให้เป็นอย่างมาก

เรียกว่าแสดงได้ดี ทั้งสีหน้า แววตา

ขัดใจอยู่นิดเดียว ตอนถ่ายภาพ แล้วส่ง mms ให้ "เพื่อนใหม่"

สงสัยอยู่นิดเดียว ตอนเอาพัฟพ์โบ๊ะหน้า ทำไม ต้องแค่โปะ ๆ ตรงข้างแก้ม (ซึ่งก็ข้างเอามาก ๆ เกือบจะไม่ได้ช่วยอะไรแล้ว ถ้าจะโบ๊ะกันแบบนั้น)

ทำไม ไม่ซับตรงจมูก หรือหน้าผาก ที่เป็นทีโซน ที่อาจมีน้ำมันส่วนเกินอยู่มากกว่าข้างแก้ม ที่เป็นข้าง ๆ มาก ๆ ของแก้มด้วย

ไม่ค่อยเข้าใจ!

หรือแค่โบ๊ะพอเป็นพิธีแค่นั้น

แล้วก็อีกนิดนึง ตรงที่ผีมา! ทำไมต้องไฟดับ! อันนี้ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

ดับกันเป็นจุด ๆ ตามตำแหน่งที่ผีเดินผ่านกันเลย

แต่ยังไงก็ตาม หนังจบได้ดีทีเดียว การเดินเรื่องไปสู่ตอนจบ คลาสสิคมาก ๆ

เฉลยตอนจบ ก็เฉลยได้ไม่ยัดเยียดเกินไป เป็นจุดบรรจบกันของเรื่องที่ทำออกมาได้ดีทีเดียว

ภาคสี่!

อันนี้ผมก็ชอบ ต้องบอกว่าชอบน้องพลอย เฌอมาลย์ หรือที่พักหนึ่ง รู้สึกจะเปลี่ยนชื่อเป็น พลอย ไลลาร์ หรือไงนี่แหละ

แต่จะพลอยอะไรก็ตาม ผมไม่สน

ผมชอบที่การแสดงของพลอย ที่ถ่ายทอดออกมาได้ดี

ใช้เทคนิคการถ่ายทอดอารมณ์ออกมาแบบไม่ล้นไม่ขาด ดูพอดี ๆ

แสดงแบบไม่แสดง! นี่คือจุดเด่นของพลอยกันเลย

จะรู้สึกขัดใจก็ตรงบทพูดของยัยหัวหน้าแอร์ ที่โทรมาปลุกพลอย แล้วจั่วหัวการสนทนาประมาณว่า "ตั้งแต่มีผัวไฮโซ ไม่เห็นพามาแนะนำ"

ตรงเนี๊ยอ่ะ อยากจะขอ! ตัดออกไปเลย หนังจะดูน่าสนใจกว่านี้เยอะ

เพราะไอ้ประโยคนั้น มันดูยัดเยียดยังไงชอบกล เพราะใน Establishment ต่อมาในหนัง ก็พอจะเดาได้ว่า ผัวไฮโซ

ก็คือ ผัวคนเดียวกันกับ ผัวของยัยโซฟี (ที่กำลังจะตกกระป๋อง อย่างที่ในหนังเค้าว่า)

บทหนังดี! เพราะขณะที่เล่าเรื่อง ก็ทำให้จินตนาการต่อไปว่า

ทั้งคู่ไปปิ๊งกันบนเครื่องบิน (พลอย กับผัวไฮโซ) แล้วก็เลยกิ๊กกัน

ตรงนี้อ่ะผมชอบ เพราะหนังละไว้ในฐานที่เข้าใจ ไม่ต้องบอกหมดก็ได้

เหมือนประโยคจั่วหัวการสนทนา ที่บอกไปตอนต้นนั่น ก็ไม่ต้องบอกก็ได้ จะทำให้หนังน่าสนใจขึ้นอีก 17.395% ทีเดียว

หนังเรื่องนี้ดี ผมชอบที่ "ปูแล้วเก็บ" ... "ปูแล้วเก็บ" ไปตลอดทั้งเรื่อง

ตั้งแต่ แหวนเปอร์เซีย ที่ปูมาให้ถอดไม่ออก แล้วไปเก็บตอนที่โซฟี ขอดู

หรือตอนที่ อาหารเสิร์ฟมาไม่ถูกใจ ก็ปูให้ยัยโซฟี ดันแพ้กุ้งอย่างรุนแรง แล้วก็ไปเก็บว่า นางก็กินเสียเกลี้ยงจาน

และตอนที่โดนใจผมมาก ๆ ก็ตรงที่ปูมาว่า คนที่เป็นกิ๊กกับผัวคนอื่น ต้องไปคุกเข่าต่อหน้าเมียหลวงนี่แหละ โดนใจผมมาก ๆ

เพราะตอนเก็บ ก็เล่นเอาตายทั้งคู่!

แต่คนที่เป็นกิ๊ก ก็คุกเข่าต่อหน้าเมียหลวงจริง ๆ

ส่วนภาคสาม! (คนกลาง) ที่ผมเฉย ๆ

เล่าเรื่องไปเรื่อย ๆ ไม่รีบร้อนมาก

ปูมาแบบยัดเยียดอีกแล้วว่า "ถ้าเกิดพวกเราในนี้ถ้ามีคนต้องตาย!" จะมาหลอกใคร

ผมว่าประโยคยัดเยียดแบบนี้ ถ้าคนแสดง แสดงได้ไม่ยัดเยียด ก็จะดูเนียน

แต่ว่านักแสดงในภาคนี้ ทำออกมา ไม่ค่อยเนียน!

ภาคนี้ ผมว่าหนังพยายามก็อปปี้หนังต้นฉบับอย่าง Six Sense แต่ด้วยข้อจำกัดอะไรบางอย่าง เลยถ่ายทอดออกมาได้ไม่หมดจดแบบนั้น

ช่วงที่วิ่งหนีผี ความจริงก็กระชับได้กว่านั้นนิดหน่อย ไม่เสียอรรถรส แต่ออกจะยื้อ ๆ อยู่นิด ๆ ก่อนเข้าเฉลยว่า ตายหมู่!

ซึ่งตรรกะอะไรบางอย่างก็ผิดไป จนดูแล้วอดสงสัยไม่ได้ เช่น

อย่างทำไม "เอ" ก็ตาย อีก 3 คนก็ตาย แต่ "เอ" ต้องหน้าเละคนเดียว

ทั้งที่อีก 3 คน ทำไม ไม่หน้าเละบ้าง (หรือจะเกินงบ แต่งหน้าเอฟเฟ็คท์)

หรืออีกอย่างตรงที่ทั้ง 3 คนก็ตายเหมือนกัน ทำไมหายตัว เหมือน "เอ" ไม่ได้ ทั้งที่เป็นผีเหมือนกัน

สรุปโดยรวมแล้ว "สี่แพร่ง" ทำออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง (เกิน 70% คะแนนที่ผมให้ในใจ)

อย่างน้อยก็ไม่ได้ทำลายความรู้สึกในการดูหนังเรื่องแรกในรอบ 6 เดือนของผมไป


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
LonelyHenry วันที่ : 07/05/2008 เวลา : 09.59 น.
http://www.oknation.net/blog/lonelyhenry

ก็ ภาค 3 อ่ะ

ผีเห็นผี ย่อมรู้! ไม่ใช่เหรอ
ความคิดเห็นที่ 3
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 12.13 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ไม่คิดจะดู..มาอ่านได้ใช่ไหมครับ
ความคิดเห็นที่ 2
ฉัตร/ณ/สมุย วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 10.37 น.
http://www.oknation.net/blog/Chatsamui

ชอบภาค 4 ครับ
ภาคแรกก็คุ้นๆ นะ จ้องตากับผีแล้วผีมาตามไปอยู่ด้วย
คนกลาง หักมุมแบบเดาออก
ความคิดเห็นที่ 1
2CUTE วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 10.10 น.
http://www.oknation.net/blog/2cute

ไปดูมาแล้วค่ะ เห็นคนกริ๊ดกันซะลั่น แต่ก็รู้สึกเฉยๆ ความน่ากลัวของหนังยังกระอารมณ์กลัวไม่ได้ค่ะ แต่เจ้าลูกชายนี่ ไม่กล้าอยู่บ้านคนเดียวในวันรุ่งขึ้น
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31