พิมพ์หน้านี้
|
ช่วงนี้มีแนวต้านคนกล่าวขวัญถึง...ภาวะเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวมาอย่างต่อเนื่องต้องหยุดชะงักลง ปัญหาที่ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ต้องเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ก็คือ ปัญหา sub-prime ที่เกิดจากตราสารทางการเงินที่สร้างขึ้นจากการนำอสังหาริมทรัพย์มาค้ำประกัน เพื่อขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากสถาบันการเงินที่สร้าง sub-prime ออกจำหน่ายไม่ได้รับความเสี่ยงอะไรเลย ถ้าไม่นำเงินไปลงทุนเอง เพราะ... โครงสร้างของการออกจำหน่าย Sub-prime นั้น เป็นการนำสินทรัพย์ของคนที่กู้ก็คือ บ้าน มาจำนองไว้กับสถาบันการเงิน โดยการผ่อนชำระพร้อมอัตราดอกเบี้ยให้ผ่านสถาบันการเงิน เพื่อให้สถาบันการเงินในเงินที่ลูกค้าผ่อนชำระไปจ่ายให้กับผู้ลงทุนในตราสาร sub-prime ตัวนี้ ในช่วงแรกก็คงไม่มีปัญหาอะไรเนื่องจากสถาบันการเงินต้องเข้มงวดในการออกจำหน่ายตราสารตัวนี้ พอ sub-prime ตัวนี้เป็นที่นิยมแพร่หลายมากขึ้น ก็ทำให้มีการออกจำหน่ายกันมากขึ้น จึงเป็นสาเหตุให้ราคาบ้านในสหรัฐฯ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากตัว sub-prime นั้น ได้ถูกจัดชั้นอันดับว่าเป็นตราสารที่มีความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับพันธบัตร หรือหุ้นกู้ จึงทำให้ผลตอบแทนที่ได้รับในการลงทุนนั้นค่อนข้างสูงมาก สถาบันการเงินจึงนิยมทำออกมาขายให้กับลูกค้าเป็นจำนวนมาก สถาบันการเงินหลาย ๆ แห่งที่มีเงินฝากเยอะ ๆ แต่ไม่สามารถปล่อยกู้ได้ จึงนิยมนำเงินที่มีอยู่ไปลงทุนใน sub-prime แทนที่จะปล่อยกู้ให้กับธุรกิจ หรือคนที่มีความจำเป็น เนื่องจากสะดวก และง่ายในการลงทุน (มันก็เลยทำให้สถาบันการเกือบทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นยุโรป เอเชีย หรือกองทุนต่าง ๆ ได้รับผลกระทบไปด้วย) พอราคาบ้านของสูงขึ้นเนื่องจากสถาบันปล่อยกู้ง่ายขึ้น คนที่มีรายได้ต่ำก็สามารถกู้ได้ ผ่อนชำระกัน 20-30 ปี จึงยิ่งทำให้อัตราการขยายตัวของ sub-prime มันเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาหลังจากฟองสบู่หุ้นดอทคอมเจ๊งไป ธนาคารกลางของสหรัฐฯ หรือ FED ก็ได้ช่วยแก้วิกฤตในครั้งนั้น ด้วยการลดดอกเบี้ยลง และลดลงอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนใน sub-prime ยิ่งน่าสนใจในการลงทุนมากขึ้นไปอีก และเมื่อราคาบ้านสูงขึ้น คนที่ค้ำประกันไว้ ก็เอาบ้านมาตีราคาเพิ่มขึ้น เพื่อกู้เงินออกไปมากขึ้นอีก สหรัฐฯ จึงได้กลายเป็นนักบริโภคคนสำคัญของโลก และในระบบเศรษฐกิจ... |
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||