พิมพ์หน้านี้
|
สหรัฐฯ ที่ได้ชื่อว่า...เป็นผู้บริโภคคนสำคัญ และเป็นตัวจักรสำคัญในระบบเศรษฐกิจโลก มีปัญหาขาดดุลการค้า และดุลบัญชีเดินสะพัด มาหลาย 10 ปีแล้ว ถ้าเป็นประเทศอื่น ๆ ที่ไม่มีความสำคัญ หรือมีขนาดใหญ่เท่านี้ ก็คง ต้องเจอกับวิกฤตเศรษฐกิจไปนานแล้ว แต่เนื่องจากประเทศต่าง ๆ ที่ต้องการมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ๆ ให้ความสำคัญกับการเกินดุลการค้าเป็นตัววัดความเจริญทางเศรษฐกิจ เมื่อประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นยุโรป ญี่ปุ่น จีน เอเชีย รวมไปถึงประเทศไทย ต้องการให้ตัวเลขการค้าเกินดุลทั้งสิ้น สหรัฐอเมริกาจึงกลายเป็นคนที่ขาดทุนอยู่เพียงผู้เดียวมาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ เมื่อจีนเปิดตลาดการค้ามากขึ้นในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมาด้วยสินค้าราคาถูก จึงยิ่งทำให้อัตราการบริโภค และการกู้เงินยิ่งสูงขึ้น พอจีนมีทุนสำรองในรูปของดอลลาร์มากขึ้น (ล่าสุดตอนนี้น่าจะถึง 1.5 ล้าน ล้านเหรียญไปแล้ว) จึงทำให้จีนมีอำนาจต่อรองกับสหรัฐฯ มายิ่งขึ้นในเวทีระดับโลก ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาสหรัฐฯ พยายามทำให้จีนปล่อยค่าเงินหยวนให้เลิกผูกติดกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แต่จีนก็น่าจะเข้าใจในประเด็นตรงนี้ จึงได้แต่พยายามต่อรองให้ค่าเงินหยวนลอยตัวช้าที่สุด การเกิดวิกฤต sub-prime จะจบเร็วหรือไม่นั้น เราเชื่อว่า น่าจะขึ้นอยู่กับค่าเงินหยวนของจีนมากกว่า ถ้าเมื่อไรที่จีนเลิกผูกค่าเงินหยวนกับดอลลาร์ เมื่อสหรัฐฯ ก็จะชนะจีนอย่างแน่นอน เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับประเทศในเอเชียเมื่อครั้งที่แล้ว เรามีข้อสังเกตที่น่าสนใจก็คือ...พอสหรัฐฯ เกิดปัญหาขึ้น ประเทศต่าง ๆ พร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ โดยที่ไม่กลัวว่าจะขาดทุนเลย แต่ถ้าเป็นประเทศอื่น ๆ คงมีข่าวเงินไหลออก นักลงทุนหลีกเลี่ยงที่จะลงทุน ค่าเงินก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ โลกนี้ใบนี้มันเป็นของคนที่มีอำนาจ ไม่ใช่ของทุกคนในโลก แล้วแบบนี้ จะเอาต้มยำกุ้งไปเปรียบเทียบกับแฮมเบอร์เกอร์คงไม่ได้หรอก.... |
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||