พิมพ์หน้านี้
|
หน้าตาผู้ที่มานั่งดำรงตำแหน่ง ตรม คงเป็นเครื่องยืนยันให้เราท่านทราบว่านายกฯท่านเป็นตัวของตัวเองหรือป่าว? ระบบอุปถัมพ์ที่มีกลุ่มทุนนิยมควบคุม และต่อรอง ในขณะที่นักการเมืองก็สมยอมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในขบวนการแสวงอำนาจ
จะว่าไปแล้วความเป็นนัการเมืองไทยที่ดำรงคงอยู่ในประเทศไทย ส่วนใหญ่เกือบ 100% ที่มาก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่ามันเป็นวัฎจักรของการสนับสนุนและส่งต่อทางการเมือง ที่เริ่มต้นตั้งแต่แนวความคิดที่ตนเองเข้าไปสัมผัส หรือรับรู้ จะเป็นตาสีตาสาในยุคต้นๆที่เราเรียกคนพวกนี้ว่า กำนัน ผู้ใหญ่ ครู (คูน้ำเน่า)อาจารย์(จานอะไร?) หรือไอ้ พี่ เฮีย อะไรประมาณนี้ ดูเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมานานนม ซึ่งทำให้เห็นว่า เทวดาพวกนี้ จะมีชั้นของความเป็นคน ที่ประชาชนในพื้นที่ๆคนพวกนี้มีอิทธิพลอยู่ยกย่อง ทั้งทางดี ทางเลว คละเคล้าเน่าเหม็นอยู่ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ความเป็นคนการเมืองที่มีนักการเมืองที่ดำรงตำแหน่งแล้วผลักดัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัจจัยการเงิน หรือความเป็นคนกว้างขวางที่ส่อให้เห็นถึงแววที่จะขยับฐานะทางสังคมไปได้ ก็จะได้รับการเสนอให้เข้าสู่วงการเมืองในท้องถิ่น ตั้งแต่การสมัคร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์การบริหารส่วนท้องถิน อบต เทศบาล อบจ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือ หรือ มือไม้ในการลงสมัคร สส สว นี่เป็นส่วนหนึ่งในบ้านเมืองนี้ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เรื่องนี้จึงเป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้นักการเมืองท้องถิ่นที่จะก้าวขึ้นมาในระดับประเทศยังคงอยู่ภายใต้การจัดการของพรรคการเมือง ซึ่งส่วนใหญ่ครองอำนาจบริหารประเทศ จึงเป็นเรื่องง่ายในการควบคุมกลุ่มในท้องถิ่นที่ถูกสร้างให้เป็นฐานอำนาจ ที่สามารถส่งต่อปัจจัยและอำนาจในลักษณะรุ่นต่อรุ่น อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการปลูกฝั่งและทำเมืองที่เรียกว่า การเมืองแบบครอบครัวใหญ่ และทุกวันนี้ครอบครัวใหญ่ที่ว่าเหล่านี้ล้วนเป็นครอบครัวที่สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติที่มีระบอบการปกครองที่เราเชื่อว่ามีความเป็นธรรม และทำให้เกิดฝ่ายต่างๆขึ้น จนทำให้กลายเป็นเรื่องของความแตกแยกในทุกครั้ง เมื่อนโยบายภาครัฐนำมาซึ่งการประพฤติมิชอบในการบริหารงาน(ทุจริตเชิงนโยบาย) นี่ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ พธม มองว่า เป็นที่มาของความอยุติรรม ที่ต้องกวาดล้างให้สิ้นซาก ! เมื่อสักครู่มีคนถามผมว่า ผู้ว่า กทม เลือกท่านใดดี ผมคงมองว่าใครก็ตามที่มีนโยบายที่สามารทำได้จริง ตามสถานะการคลัง และเกิดประโยชน์ต่อคน กทม มากที่สุด และมีความสามารถที่จะเข้ามาทำหน้าที่ได้อย่างซื่อสัตย์สุจริต ไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพล หรือการแซกแซงของพรรคการเมือง ในความต้องการสำหรับผมต่อความเป็นไปของ กทม คงเป็นเรื่องของการเดินทางที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ปริมลฑล(อยู่นนทบุรี)ที่มีระบบรถไฟฟ้าเหมือนใน พท กทม และต้องการนโยบายที่จริงจังในการดูแลเรื่องของเยาวชน และการพัฒนาจิตใจเยาวชนให้รู้เลี่ยงแหล่งอบายมุข เพราะทุกวันนี้เยาวชนในต่าง จว ต่างให้ความสำคัญต่อความเป็น กทม และมีความต้องการสูงที่จะเข้ามาเรียน และทำงาน ความเป็น กทม วันนี้ มิได้มีรอยต่อกับปริมลฑลเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง นนทบุรี ปทุมานี สมุทรปราการ ล้วนเป็นที่อยู่อาศัยของคน กทม และคนใน พท จว ซึ่งมากกว่า 80% ที่ต้องไปทำงาน ใน พท กทม จึงต้องฝากถึง ผู้ว่าฯกทม ให้ตระหนักถึงความเป็น กทม ที่แท้จริง และต้องไม่สร้างภาพ เหมือนที่กำลังเป็นอยู่ขณะนี้......มันน่าเบื่อครับ จะไม่ให้รู้สึกได้ไง ไหนจะ ครม ที่บอกถึงความสิ้นหวังของประเทศชาติ แล้วยังมีภาพที่สุภาพสตรีท่านนี้ทำในวันนี้ คือภาพผู้สมัครผู้ว่า กทม (สตรี)ท่านนี้ตกน้ำโชว์ บอกได้เลยว่า..ทำไปทำไม? |