• แมงแปะ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-08-29
  • จำนวนเรื่อง : 7
  • จำนวนผู้ชม : 3754
  • จำนวนผู้โหวต : 3
  • ส่ง msg :
The Media Literacy Projects of Songkhla Youths : เยาวชนสงขลาเท่าทันสื่อ
เราคิดยังไงกับสื่อต่างๆที่แวดล้อมตัวเรา และพวกเราจะทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยตัวเราเองได้บ้าง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/lookmedia
วันพฤหัสบดี ที่ 31 มกราคม 2551
สื่อกับวิถีชีวิตของเยาวชน
Posted by แมงแปะ , ผู้อ่าน : 424 , 17:30:30 น.  
พิมพ์หน้านี้


เยาวชนเป็นส่วนหนึ่งของสื่อ 

ไม่มีใครปฏิเสธว่า สื่อเป็นปัจจัยหนึ่งที่อยู่ในวิถีชีวิตของเยาวชนและส่งผลต่อความคิดและพฤติกรรมจริงๆ เราไม่สามารถป้องกันสื่อที่สร้างผลกระทบด้านลบกับชีวิตเยาวชนได้ ขณะเดียวกันสื่อก็เป็นเครื่องมือในการเปิดโลกทัศน์ เข้าถึงข้อมูลและให้การรับรู้ถึงสิ่งต่างๆในโลกใบนี้ได้ อิทธิพลของสื่อจึงมีผลกับชีวิตในระดับเซลล์สมอง ในระดับจิตวิญญาณ แต่ปรากฏการณ์ที่ผ่านมานั้น เยาวชนสวนใหญ่เป็นผู้ใช้ผู้เสพสื่อ สื่อจึงเป็นส่วนหนึ่งของเยาวชน และเยาวชนเป็นส่วนหนึ่งของสื่อ เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างสื่อกับเยาวชนแน่นแฟ้นอย่างนี้แล้ว พลังของสื่อย่อมมีอำนาจเหนือกว่าพลังของเยาวชนเป็นแน่

 หากย้อนกลับไปในยุคแรกของการศึกษาทฤษฎีทางด้านสื่อมวลชนพบว่า นักคิดส่วนใหญ่เชื่อในพลังอำนาจของสื่อ ซึ่งมีทฤษฎีอธิบายได้คือ ทฤษฎีกระสุนปืน (Magic Bullet Theory) ต้นกำเนิดของทฤษฎี กระสุนปืนนั้นมาจากภาคปฏิบัติการพิเศษชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “การโฆษณาชวนเชื่อ” (Propaganda) ในบริบทพิเศษช่วงหนึ่งในภาวะสงครามของสังคมตะวันตก แนวคิดทั่วไปเกี่ยวกับทฤษฎีนี้เชื่อว่า “สื่อมีอิทธิพลอย่างมหาศาล” ต่อผู้รับสาร สิ่งใดที่ใส่ไว้ในสื่อ จะสามารถพุ่งเข้าใส่ผู้รับสารได้อย่างได้ผลทันทีทันใด แล้วยังมีทฤษฎีทางด้านสังคมศาสตร์ที่หนุนหลังแนวคิด “การโฆษณาชวนเชื่อ” คือ Behaviorism ทฤษฎีนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Stimulus Response Theory ( หรือ S-R Theory) เรื่อง สิ่งเร้า-ตอบสนองที่อธิบายพฤติกรรมของสัตว์นั้นสามารถนำมาใช้อธิบายกับมนุษย์ได้เช่นกัน นักทฤษฎีสื่อสารมวลชนจะพิจารณาว่า ตัวสื่อนั้นจะทำหน้าที่ประดุจสิ่งเร้าภายนอก(Stimulus) ที่สามารถกระตุ้นให้เกิดปฏิกริยาตอบสนองแบบต่างๆได้ และอีกทฤษฎีที่สำคัญคือ Freudianism โดย Freud เชื่อว่า การกระทำต่างๆของมนุษย์มีผลมาจากกระบวนการทำงานทางจิตของมนุษย์ซึ่งประกอบด้วย 3 ระบบ คือ Id เป็นตัวแทนของสัญชาตญาณที่เป็นความต้องการที่ไร้เหตุผลของมนุษย์ Superego ซึ่งเป็นตัวแทนของกฏระเบียบทางสังคม และ Ego ซึ่งเป็นผู้ประสานความต้องการระหว่าง 2 ฝ่าย จากแนวคิดดังกล่าวนักทฤษฎีด้านการโฆษณาชวนเชื่อได้นำเอาทฤษฎี Freudian มาใช้อธิบายผลในทางลบที่เกิดจากอิทธิพลของสื่อมวลชน ว่างานโฆษณาชวนเชื่อที่จะใช้ให้ได้ผลก็คือ งานโฆษณาที่สามารถจะกระตุ้นพลังจาก Id ให้ตื่นตัวขึ้นมาจน Ego ไม่อาจควบคุมได้ 

พอเห็นเช่นนี้ เราสามารถมองเยาวชนในฐานะ “เหยื่อ” ของสื่อได้หรือไม่และมีผลกระทบอะไร

อิทธิพลของสื่อเชิงบ่มเพาะ 

 อิทธิพลของสื่อที่เกิดขึ้นได้เนื่องจากสื่อเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเยาวชน หากชวนกันวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของเยาวชนกับสื่อจะพบเห็นใน 2 บทบาท คือบทบาทผู้รับสื่อ และบทบาทผู้ใช้สื่อ สื่อที่เกี่ยวข้องกับบทบาทผู้รับสื่อ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ เครื่องเล่นMP3/CD ภาพยนตร์ หนังสือการ์ตูน เป็นต้น สื่อที่เกี่ยวข้องกับบทบาทผู้ใช้สื่อ ได้แก่ โทรศัพท์ อินเตอร์เน็ท วิทยุชุมชน หอกระจายข่าว เสียงตามสาย วีดีโอคลิป เป็นต้น ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหน สื่อก็มีอิทธิพลในเชิงบ่มเพาะเรื่องต่างๆดังนี้

บริโภคนิยม มีฟุ่มเฟือย(ช๊อปไว้-ใช้แหลก) ฟาสท์ฟูด(แดกด่วน) เสี่ยงต่อทุขภาพ รายจ่ายสูง 

ทางเพศ เพศสัมพันธ์วัยเรียน ล่วงละเมิด หลงในมายาคติทางเพศ เสพติดเซ็กส์

 แนวโน้มบุคลิกและนิสัย ใช้ความรุนแรง มนุษยสัมพันธ์ต่ำ โลกส่วนตัวที่สูง ครอบครัวถูกมองข้าม คนแปลกหน้าได้รับไว้วางใจ 

 ดูแล้วสื่อช่างโหดร้ายเหลือเกิน มันมีผลกระทบกับเยาวชนขนาดนั้นจริงหรือ ต้องช่วนกันดูสิ่งที่ปรากฏในพื้นที่จากผู้ที่คลุกคลีอยู่กับเด็ก 

ครูระดับมัธยมศึกษาในสงขลาเห็นปัญหาและตระหนักกับสถานการณ์ดังกล่าวร่วมกัน

โครงการเยาวชนเท่าทันสื่อได้เปิดวงให้อภิปรายแลกเปลี่ยนถึงสถานการณ์เยาวชนกับสื่อเพื่อสะท้อนข้อมูลเชิงประจักษ์ของครู/อาจารย์ทุกท่านนำไปสู่การจัดกิจกรรมในกิจกรรมพัฒนาเยาวชนเพื่อเท่าทันสื่อ ซึ่งสรุปประเด็นหลักได้ดังนี้ 

 สถานการณ์เยาวชนกับสื่อ

 “เด็กถูกเลี้ยงด้วยสื่อ” เด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่ถูกปล่อยให้ใช้ชีวิตอยู่กับสื่อ เนื่องจากด้วยหลายสาเหตุ เช่น ผู้ปกครองต้องดิ้นรนทำมาหากิน ไม่มีเวลาอยู่กับลูก ผู้ปกครองให้เงินลูกได้ใช้จ่ายในการเสพสื่อต่างๆคิดว่าดีกว่าไปยุ่งกับยาเสพติด เป็นต้น ซึ่งปัจจัยครอบครับเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เด็กอยู่กับสื่อมาก ฉะนั้นปัญหาเรื่องสื่อจึงเป็นปัญหาที่เกี่ยวพันในระดับครอบครัว ไม่ใช่เฉพาะตัวเด็กเท่าทัน

 “เด็กติดเกมส์” การใช้เวลาว่างของเด็กจำนวนหนึ่งมาอยู่กับเกมส์ออนไลน์ ตามร้านเกมส์ต่างๆ ซี่งเป็นแหล่งของเยาวชนนอกเวลาเรียน จนทำให้เด็กบางคนติดเกมส์ ใช้เวลาอยู่กับกับเกมส์มาก แบ่งเวลาแยกแยะไม่ถูก ส่วนหนึ่งก็เป็นผลจากการที่พ่อแม่ไม่ได้เอาใจใส่เพียงพอ และร้านเกมส์ต่างๆส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้โรงเรียน ไม่ห่างนัก เดี๋ยวนี้ร้านเกมส์เปิดตลอด 24 ชม. มีวิธีการดึงดูดเด็ก ยิ่งเล่นช่วงดึกยิ่งลดราคา ปัญหาเด็กติดเกมส์มีผลต่อสุขภาพของเด็กโดยตรง ท้งเรื่องสายตา เชื่อโรคที่อยู่ที่โซฟานั่งและที่บังคับเกมส์ และเนื้อหาที่อยู่ในเกมส์ปลูกฝังกับเด็ก

 “พฤติกรรมทางเพศ” พฤติกรรมทางเพศหลายอย่างที่เกิดกับเด็กมักจะเรียนแบบกับสื่อ โดยเฉพาะสื่อทางทีวีเป็นตัวแบบที่สำคัญของการแสดงออกทางเพศของเด็ก เช่นการแต่งตัว การวางตัวกับเพศตรงข้าม กริยาท่าท่าที่เหมาะสม ค่านิยมต่างๆที่มากับละคร เป็นต้น แล้วเด็กก็นำไปปฏิบัติเป็นแบบอย่าง

  “สื่อลามกในมือถือ” เดี๋ยวนี้มือถือสามารถดูวีดีโอกันได้ ในมือถือรุ่นใหม่จะสามารถเก็บคลิปวีดีโอ แล้วคลิบส่วนใหญ่ที่เด็กมีคือ คลิปโป้ เวลาคนหนึ่งเปิดดูก็จะมีเพื่อนมารุมกันเป็นโขยง แล้วมือถือแต่ละเครื่องเดี๋ยวนี้มีบลูทูธสามารถส่งคลิปกันระหว่างเครื่องได้ เวลาริบมือถือของเด็กได้แล้วนำมาเปิดดูในเครื่องก็จะมีแต่คลิปโป้ทั้งนั้น 

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจะมีแนวทางการพัฒนาเยาวชนเพื่อเท่าทันสื่อได้อย่างไร

อ.พรทิพย์ แก้วจันทร์ อ.สมบูรณ์ อุ่นภิรมย์ อ.สุทัศน์ คงสกุล อ.กฤษณา จันทนะ อ.ชนะ ทองกรด

เริ่มที่แกนนำเยาวชน

“การเริ่มดำเนินกิจกรรมของโครงการน่าจะเริ่มที่เยาวชนแกนนำก่อน จัดการอบรมให้แกนนำรู้และเข้าใจเรื่องเท่าทันสื่อ แล้วนำไปขยายผลต่อให้เพื่อนในโรงเรียน แต่ละโรงเรียนจะมีกิจกรรมของตนเอง ก็ชักชวนเพื่อนต่างโรงเรียนให้มาร่วมมาช่วย ให้แกนนำแต่ละโรงเรียนได้วนสลับกันไปช่วยโรงเรียนอื่นๆจะทำให้สร้างความน่าสนใจกับเด็กได้ ว่ามีเพื่อนต่างโรงเรียนร่วมกิจกรรมด้วย”

ให้โอกาสกับเด็กคิดและปฏิบัติเอง

“กิจกรรมน่าจะมีการเปิดโอกาสให้เด็กช่วยกันคิดและช่วยกันทำ โดยที่เราเป็นคนจัดโอกาสให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้ในเรื่องสื่อ ให้รู้สึกว่ากิจกรรมที่เขาทำเป็นกิจกรรมของเขาเอง”

ต้องขยับระดับรัฐด้วย

“จริงๆแล้วงานที่เราทำนี้มันเป็นเพียงงานเล็กๆที่ทำให้กับเยาวชน เด็กที่ร่วมกิจกรรมก็จะพัฒนาได้ แต่สื่อที่เด็กดูเด็กเสพนั้นมาจากส่วนกลาง ยังไม่ได้มีการควบคุมให้เหมาะกับเด็ก เรามันตัวเล็กๆที่เราทำก็ทำกับตัวเล็กๆ แต่ตัวใหญ่ยังเป็นอยู่อย่างนี้ก็ลำบาก น่าจะต้องทำให้รัฐรับรู้ถึงด้วย”

เริ่มที่พ่อแม่ด้วยก็ดี

“อย่างที่ได้พูดคุยกัน ปัญหาสื่อกับเด็กไม่ได้อยู่ที่เด็กคนเดียว ปัจจัยอยู่ที่ครอบครัว ฉะนั้นถ้าทำกิจกรรมน่าจะทำกับพ่อแม่ของเด็กด้วยจะได้รับรู้ปัญหาและหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน ไม่ปล่อยให้เป็นภาระของโรงเรียนฝ่ายเดียว”

ใช้ข้อมูลเชิงตัวเลขเศรษฐศาสตร์

“ในการทำกิจกรรมพยายามใช้ข้อมูลทางตัวเลขมาชี้ให้เด็กเห็นถึงมูลค่าที่เสียไป เช่น เสียงเพลงรอยสายจ่ายเดือนละ 30 บาทต่อเครื่อง คิดว่ามีคนใช้บริการนี้ 20 ล้านเครื่อง เป็นเงิน 600 ล้านบาทต่อเดือน ใครเป็นคนได้ ก็คือบริษัทมือถือ ใครเป็นคนเสีย ก็คือพ่อแม่ของเรา  600 ล้านบาทนี้มาจาก เหงื่อที่ตัดยาง มาจากแรงงานที่ทำมาหากินของพ่อแม่เรา ผ่านมือเรา ไปเข้าบริษัทมือถือ บริษัทมือถือได้เพียงคนเดียว พ่อแม่เราทุกคนเป็นคนจ่าย อย่างนี้เป็นต้น เพื่อให้เด็กเห็นว่าทุกอย่างที่เด็กใช้สื่อนั้นมันมีมูลค่าทั้งนั้น และต้องแลกด้วยการทำงานของพ่อแม่”

เห็นแนวโน้มและทิศทางของสิ่งดีๆที่กำลังจะเกิดขึ้น จึงน่าจะประกายความหวังเล็กๆ โดยมี ครูที่มีใจเพื่อเด็ก สานพลังและร่วมมือกัน ใช้โอกาสของโครงการนี้ในการพัฒนาเยาวชนให้เป็นบุคคลที่มีทักษะชีวิตในการเสพสื่ออย่างมีวิจารณญาณ เพื่อให้เกิดการรู้เท่าทันสื่อและไม่ตกอยู่ภาวะที่ถูกกระทำจากสื่อ โดยผ่านกระบวนการที่ออกแบบในแนวคิดที่ว่า เรียนรู้ (วิเคราะห์สื่อเป็น อ่านสื่อออก)  เท่าทัน(ประเมินคุณค่า เห็นเจตนา) พอประมาณ(เลือกสรรพอเหมาะ ใช้สื่ออย่างพอดี)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
Thaihippy วันที่ : 31/01/2008 เวลา : 18.04 น.
http://www.oknation.net/blog/Thaihippy

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ผมกำลังมีภารกิจที่จะต้องทำงานด้านสื่อกับเยาวชน..ได้ความรู้ครับ..
ให้ 1 vote
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน