|
เคาน์ดาวน์ปีนี้ มีโอกาสได้ไปเมือง ดูไบ สหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ เมืองนี้เรียกว่าเป็นเมืองในฝันของ "ลูกหมี" เลยก็ว่าได้ อยากไป๊อยากไปมาตั้งนานแต่เพิ่งจะสมใจก็คราวนี้แหละ หลังจากที่เพื่อนกริ๊งกร๊างมาบอกว่า ไปดูไบมะ ...? ว้าวววว ดีใจจนเนื้อเต้ลลลล ....ตอบรับทันที ... ไปจิงเป่า ....เนี่นยยยย ...นึกในใจ ถ้าตกขบวนเที่ยวนี้ คงไม่มีโอกาสได้ไปมันส์ๆ แบบนี้แน่ ...แน่นอน ...และนับเป็นการออกรอบ (ต่างประเทศ) เป็นครั้งที่ 3 ของปี ... ขอบอกว่าปิดท้ายปีได้สวยทีเดียว เพราะถือว่าให้โบนัสกับตัวเอง

ทริปนี้ไปกัน 5 คน ขอแนะนำหัวหน้าคณะทัวร์ฝ่ายประเทศไทยของเรา คุณเล็ก สุวิภา เป็นเจ้าของกิจการที่กำลังขยายตัวอย่างไม่หยุด , คุณเบน เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนกับคุณเล็กอีกทีนึง ทำงานอยู่บริษัทเอเจนซี่ ส่วนอีก 2 คนเป็นน้องๆนักข่าวค่ะ สำนักมติชน กับ ฟอร์มูล่า ค่ะ เราได้เพื่อนใหม่เอี่ยมที่น่ารักที่น่ารักที่ซู้ดส์ ของเราคือ คุณหุย ....รับหน้าที่เป็นหัวหน้าทัวร์ทางฝั่งดูไบ คุณหุย คนนี้ทำงานอยู่ที่ดูไบนี่แหละค่ะ เป็นวานิชธนกิจ แต่กำลังจะกลับเมืองไทยในเร็วๆนี้ ก็คือลาออกจากบริษัทที่ดูไบค่ะ เพราะคิดถึงเมืองไทย .... คุณหุยบริการเพื่อนๆที่มาเที่ยวทั้งเรื่องพัก ซึ่งจัดให้นอนที่บ้านพักของหุยเอง พร้อมรถพาเที่ยว เป็นรถเอ็มพีวี อีกต่างหาก ....ทำให้การไปเคาน์ดาวน์ที่ดูไบตลอด 4 วันคุ้มค่ามักมาก .....เรียกว่าไปทุกที่ๆเรียกว่าเป็นไฮไลท์ของดูไบนั่นแหละ

แม้จะได้มีโอกาสไปเป็นครั้งแรก แต่ก็จะบรรยายถึงเมืองดูไบ เป็นการอัพเดทให้เพื่อนๆที่เคยไปดูไบมาแล้วได้เปรียบเทียบแล้วกันนะ ส่วนที่เหลือจะมีภาพฉวยๆมาให้ดู ใครที่เคยไปเยื่อนดูไบมาแล้วก็คงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงบ้างล่ะ เพราะจากการคุยกับพนักงานพาทัวร์ซึ่งเป็นคนขับรถให้กับคณะเราครั้งนี้บอกว่า ขนาดผมขับอยู่ทุกวัน บางทียังงงๆ เพราะเส้นทางเปลี่ยนทุกวัน โอ้ย ...!!! สัมผัสแรกของ ลูกหมี นะเหรอ ตื่นเต้นเร้าใจดีจัง เห็นถนนหนทางขวักไขว รถวิ่งกันกระฉูด ถนนขนาด 7 เลนส์ (ไฮเวย์) แต่ถ้าเป็นถนนธรรมดาก็สัก 5 เลนส์เห็นจะได้ สองข้างทางเต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างมากมาย สร้างกันทั้งวันทั้งคืน แต่ที่ชอบใจคือ การวางผังเมืองของที่นี่ค่ะ มีอยู่โซนหนึ่งเขาเรียกว่า ดูไบ มีเดีย คอมเพล็กซ์ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของสำนักข่าวเกือบจะทั่วโลก แถมยังมีบริษัทโฆษณารวมอยู่ในนี้ด้วย ...

โดดเด่นที่สุดที่เราได้เห็นจากการไป ดูไบ ครั้งนี้ก็คือ เมืองที่กำลังขยายใหญ่ห้อมล้อมไปด้วยตึกสูง และคอมเพล็กซ์ขนาดมหึมา เชื่อมต่อกันมากมาย ตึกที่เรียกว่า เบิร์ดจ ดูไบ ที่กำลังก่อสร้างตึกที่สูงเสียดฟ้าขึ้นชื่อว่าเป็นที่สุดของโลกในอีก 1-2 ปีข้างหน้าจะอยู่ที่ดูไบ แถมยังมีตึกสูงอีกหลายตึกผุดราวดอกเห็ดที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง คุณเพื่อนของเรา "หุย" เล่าให้ฟังในระหว่างการเดินทางไปชมความสวยสดงดงามของตึกเรือใบ ตึกที่สร้างชื่อเสียงให้ดูไบ และถือเป็นแลนด์มาร์คของดูไบในขณะนี้ ว่าก่อนหน้านี้ไม่นานนักท่านเชคได้ประกาศปรับเงินเดือนข้าราชการเพิ่มถึง 70% ...พอเพื่อนหุยพูดจบ ร้องจ๊ากกันทั้งคันรถเลยทีเดียว ลงความเห็นตรงกันเด๊ะ ...ว่าเป็นผลพวงจากราคาน้ำมันแน่เลย ว่าแล้วทุกคนก็หันไปมองนอกรถร้องหึมมมมส์ รวยไม่เกรงอกใจใครเลยจริงจริ๊งงง ..!!!

มีอีกที่นึกที่ชอบน๊ะสำหรับทริปนี้ ได้มีโอกาสเข้าไปในมัสยิตด้วย ชอบมาก.... ได้ทำอะไรสมใจอีกครั้งก็ตอนที่ได้มาที่มัสยิตแห่งนี้แหละ ....แม้ว่าก่อนที่จะมา...เพื่อน "หุย" บอกว่า ...ที่นี่เขาให้ใส่เสื้อผ้าแบบมิดชิด "ลูกหมี" เลยหยิบกระโปรงมาใส่ เพราะคิดว่าเรียบร้อยกว่ากางเกง ...แต่ที่ไหนได้พอไปถึงมัสยิต มีเจ้าหน้าที่นำชุดมาให้ใส่ ... แหม่ดีใจสุดขีด เพราะได้ใส่ชุดของชาวอาหรับอีกต่างหากเป็นชุดสีดำยาว ถูกใจที่สุดเลย ....!!! ในมัสยิตแห่งนี้จะมีคนที่ทำหน้าที่บรรยายเกี่ยวกับหลักศาสนา วิธีการปฎิบัติรวมถึงการไหว ซึ่งบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ ฟังรู้เรื่องไม่รู้เรื่องบ้าง .... วันที่ไปมัสยิตมีนักท่องเที่ยวพวกฝรั่งเยอะมากและทุกคนก็สนใจในบทบรรยายนั้นๆด้วย

ตลอดทั้งวันคุณหุยจัดโปรแกรมให้พวกเราได้ไปในทุกทีๆเลยทีเดียว อ้อ ยังมีตลาดที่เรียกว่า โอล-ซุก จะมีสินค้าหัถตกรรม งานแฮนด์เมด โคมไฟ ที่คนขายบอกว่ามาจากโมร็อคโค สวยค่ะ..!! เพื่อนๆซื้อมากันเยอะเลย ....ยังได้ไปตลาดผ้าอีกด้วย รวมไปถึงตลาดทองค่ะ ที่นี่ตื่นตาตื่นใจมาก โดยเฉพาะการดีไซน์สร้อยคอ เข็มขัด เนี่ยยยขอบอกไม่ธรรมดาเลย เรามีคลิปให้ดูด้วย สวยบาดใจจริงๆ ก่อนกลับเมืองไทยเราไปเคาน์ดาวน์ในย่านไฮโซค่ะ คุณหุยเลือกสถานที่ได้เจ๊งจริงๆ จำชื่อไม่ได้ แต่รู้ว่าที่นี่เป็นท่าจอดเรือยอร์จ ที่ห้อมล้อมไปด้วยตึกสูงมหึมา ฝูงชนแต่งกายในแบบชาวอาหรับ นั่งสูบชิชาร์ (เหมือนบ้องกันชา) กันอย่างเพลิดเพลิน เดินไปมาขวักไขว่ ...แต่พวกเราอยู่ที่นี่กันไม่นาน สัก 5 ทุ่มเลยยกขบวนกันกลับมาฉลองกันที่บ้านค่ะ
 พวกเราเดินทางกลับในคืนวันที่ 1 ตอน 5 ทุ่ม (เวลาดูไบ หรือ ตี 2 สำหรับเมืองไทย) ถึงเมืองไทยเกือบ 8 โมงเช้าบ้านเรา เรียกว่าเป็นทริปที่ประทับใจค่ะ
|