วันเสาร์ ที่ 17 พฤษภาคม 2551
Trip to Beijing I
Posted by
Look-Narm
,
ผู้อ่าน : 133
, 20:02:00 น.
พิมพ์หน้านี้
ช่วงก่อนเปิดเทอมภาคการศึกษาต้น ปีการศึกษา 2550 นั้นผู้เขียนได้รับการอนุมัติให้ไปราชการต่างประเทศ ที่นครปักกิ่ง ประเทศจีนติดๆกันถึงสองงาน คือเพื่อเสนอผลงานภายใต้ทุนของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ (NFP) ในโครงการ IHS Refresher Course "Strategies for Sustainable Cities in Asia" ซึ่งจัดให้มีขึ้นในระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม-1 มิถุนายน 2550 โดยได้ร่วมเสนอผลงานและบรรยายในหัวข้อ The Implication of Sufficiency Economy Philosophy for Sustainable Urban Land Re-development; Lesson Learned and the Comparison of the Cities in Thailand, China, Vietnam and Mongolia และเข้าร่วมประชุม ในฐานะ ตัวแทนประเทศไทย สมาพันธ์ภูมิสถาปนิกนานาชาติ (IFLA Delegate - Thailand) ซึ่งได้รับการสนับสนุนการเดินทาง ที่พักจากสมาคมภูมิสถาปนิกประเทศจีน (CHSLA) เจ้าภาพการประชุม 2007 China Landscape Architecture Summit พร้อมกันนี้ยังมีการประชุม Asia-Pacific International Federation of Landscape Architects - IFLA Delegate Meeting (IFLA APR meeting) ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ คือระหว่าง 12-17 พฤษภาคม 2550 รวมทั้งสิ้น 20 วัน ไม่ต่อเนื่อง การเดินทางครั้งนี้ทำให้ผู้เขียนกังวลใจไม่น้อย ด้วยเหตุที่ว่าทั้งสองงานนี้ใช้เวลารวมกันร่วม 3 สัปดาห์ อีกทั้งยังใกล้เปิดเทอม และกำหนดส่งร่างวิทยานิพนธ์ของผู้เขียนเอง การเดินทางครั้งนี้จึงหอบเอาความกังวลและงานไปเต็มกระเป๋าเดินทาง และยังเดินทางกลับมาเมืองไทยในช่วงช่องว่าง 2 วัน เพื่อเข้าคณะฯในวันศุกร์ตรวจดูว่ามีงานเร่งด่วนใดหรือไม่ แล้วก็ถือโอกาสซักผ้าและดูละคอนบุญชู (สระอูย๊าว..ยาว) ไปเสียด้วยเลย ปักกิ่ง เป็นเมืองหลวงของประเทศจีน มีอายุมายาวนาน ด้วยประชากรที่มีอยู่จำนวนมาก ทรัพยากรทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรมที่มีอยู่อย่างมากมาย ทำให้ปักกิ่งเป็นเมืองที่มีความน่าสนใจไม่น้อย รัฐบาลของจีนต้องการที่จะก้าวสู่ความเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจของโลก ทำให้บทบาทในเวทีต่างๆของจีนในทุกวันนี้มีความน่าตื่นตัว และดูจะมุ่งมั่นมากกว่าประเทศอื่นใดในโลก เริ่มจากการที่พวกเขาพยายามที่จะ ปฏิวัติวัฒนธรรม/สังคม เพื่อเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตให้ทันสมัย เป็นระเบียบและเป็นสากลมากขึ้น ทำให้ไม่แปลกใจเลยที่ปักกิ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคในเดือนสิงหาคม ปี คศ. 2008 และเซี่ยงไฮ้ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นที่จัดงานเวิร์ลเอ็กโป ในปี คศ. 2010 นี้ กรุงปักกิ่งช่วงนี้จึงเต็มไปด้วยเครนก่อสร้าง และคนงานก่อสร้างกระจายกำลังปรับแปลงเมืองของเขา เพื่อรองรับมหกรรมดังกล่าว ข่าวจากสถานีโทรทัศน์ CCTV 9 สถานีภาษาอังกฤษ ออกข่าวถึงการต้อนรับลงนามสนธิสัญญาความร่วมมือกับนานาประเทศทุกวันในช่วงนี้
สถาปัตยกรรมรูปทรงทันสมัยจากสถาปนิกดังทั่วโลก ผุดขึ้นทั่วนครปักกิ่งแห่งนี้ ปะปนไปกับสถาปัตยกรรมสมัยก่อนๆของจีน และสถาปัตยกรรมอลังการในยุคจักรพรรดิจีน พื้นที่สีเขียวสอดแทรกอยู่ในเนื้อเมืองอันหนาแน่นนั่นอย่างมีจังหวะ อย่างไรก็ตามการเดินทางท่องเที่ยวในปักกิ่งก็คงรู้สึกได้ถึงความหนาแน่น ผู้คนมากมาย การจราจรยุ่งเหยิง เนื่องจากปักกิ่งมีขนาดขยายใหญ่ขึ้นจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของเมืองในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ได้เปลี่ยนรูปแบบการเดินทางจากเดิมที่ใช้จักรยาน มาเป็นรถยนต์มากขึ้น ระบบขนส่งมวลชนยังไม่ทั่วถึง แม้ว่าปัจจุบันปักกิ่งได้เร่งดำเนินการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้าใต้ดินเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ให้บริการเฉพาะพื้นที่เขตธุรกิจหลักของเมือง 2 สายหลัก และสายตะวันออกเฉียงเหนือ/สายตะวันตกเฉียงเหนือ การเดินทางโดยขนส่งมวลชนทั้งรถเมล์และรถไฟฟ้านั้นได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล รถไฟฟ้าตลอดสายหลักในตัวเมืองนั้น ตั๋วราคาเพียง 15 บาท (สามหยวน) เท่านั้น และหากเป็นเส้นทาง 2 เส้นทางตะวันออก/ตะวันตกนั้นก็ไม่เกิน 25 บาท (ห้าหยวน) รถเมล์ (ไม่ปรับอากาศ) ราคาตลอดสาย 1 หยวน เท่านั้น รถแท็กซี่ใช้ระบบมิเตอร์ ราคาไกลสุดไปสนามบิน ราว 500 กว่าบาท (100 หยวน ในสภาพการจราจรปกติ) ส่วนการเดินทางภายในเมืองขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร แต่ก็น่าจะราว 25-40 หยวน สถานที่พัก 2 แห่งแตกต่างกัน IFLA จัดให้พักและประชุมที่โรงแรมโวฟู (Wofo) ตั้งอยู่ในบริเวณสวนพฤกษศาสตร์ ติดกับวัดพระนอน (Reclining Buddha Temple) อยู่ห่างจากตัวเมืองมาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ไม่สามารถเดินทางเข้าเมืองโดยขนส่งมวลชนได้ ส่วน IHS นั้นจัดให้พักและประชุมในตัวเมือง ใกล้สถานีรถใต้ดิน บริเวณไม่ห่างจากสถานีรถไฟสายตะวันตก ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ต่อไปนี้ผู้เขียนขอบรรยายการเดินทางครั้งนี้ เรียงเป็นวันๆไป ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม ถึงวันที่ 2 มิถุนายน โดยจะแทรกการอธิบายสิ่งที่ได้พบเห็นระหว่างทางไว้เป็นช่วงๆ ดังนี้ วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม ราว 16.30 น. เครื่องลงที่สนามบินนานาชาติปักกิ่ง เทอร์มินอล 2 ซึ่งขณะนี้เทอร์มินอล 3 กำลังก่อสร้างอยู่และจะกลายเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งของเอเชีย มหาวิทยาลัยซิงหัวได้จัดเจ้าหน้าที่มารับที่สนามบิน ทำให้ไม่ต้องเดือดร้อน ฝ่าฟันแท็กซี่เถื่อน (เหมือนที่สนามบินบางแห่ง) ที่บอกราคาแพงกว่าปกติ 4-5 เท่า วันแรกนี้ไม่มีอะไร เมื่อถึงโรงแรมโวฟู ก็อาบน้ำแต่งตัว เตรียมรับประทานอาหารเย็น Welcome dinner ได้ทันที โรงแรมที่พักมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ชั้นเดียว ทาสีแดง แต่งด้วยการเขียนลวดลายประดับ กลุ่มอาคารล้อมพื้นที่ที่เป็น courtyard มีพื้นที่นั่งเล่น ต้นไม้ร่มรื่น กลมกลืนกับวัดพระนอนที่มีรั้วบริเวณติดกัน โรงแรมนี้อยู่ไกลจากตัวเมืองพอสมควร กล่าวคืออยู่ในเขตวงแหวนรอบนอกของเมือง ฉะนั้นทางโรงแรมจึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่นห้องประชุมสัมมนาทันสมัย สระว่ายน้ำ ภัตตาคาร แม้นกระทั่งโบว์ลิ่ง 
|