พิมพ์หน้านี้
|
ผู้เขียนได้มีโอกาสรับเกียรติร่วมไปเป็นกรรมการตัดสินงานออกแบบจัดสร้างตกแต่งภูมิทัศน์และสวน ในเทศกาล LAMAN 2006 ที่ประเทศมาเลเซีย หรืองาน The Malaysia International Landscape & Garden Festival งานนี้เป็นงานที่จัดขึ้นโดยกรมภูมิทัศน์แห่งชาติ (The National Landscape Department) กระทรวงเคหะการและการวางแผน โดยการสนับสนุนหลักจาก 4 กระทรวงหลักของมาเลเซีย ได้แก่ กระทรวงการคลัง, กระทรวงต่างประเทศ, กระทรวงสารสนเทศ, และกระทรวงการท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานวิชาการ วิชาชีพและเอกชนอื่นๆ งานนี้กำหนดให้จัดเป็นประจำทุกๆ 2 ปี ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ปีนี้เช่นเดียวกับเมื่อ 2 ปีก่อนที่เมืองกัวลาลัมเปอร์รับเป็นเจ้าภาพ จัดที่สวนสาธารณะเก่าแก่ของเมืองกัวลาลัมเปอร์ ชื่อ Lake Garden สวนนี้มีสภาพแวดล้อมดีอยู่แล้ว เป็นสวนสาธารณะที่มีภูมิประเทศเป็นเนินเตี้ยๆ มีทะเลสาบ และต้นไม้เดิมสวยงาม บรรยากาศดี เคยใช้เป็นที่จัดงาน LAMAN ครั้งแรกเมื่อ 2 ปีก่อนมาแล้วครั้งหนึ่ง
ครั้งนี้ทางกรมภูมิทัศน์ฯได้ติดต่อมา 2 เดือนล่วงหน้า กล่าวคือตั้งแต่เดือนพฤษภาคมว่าสามารถมาเป็น กรรมการนานาชาติ (international judge) ได้หรือไม่ โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่ง และเนื่องจากทางมาเลเซียติดต่อล่วงหน้ามา จึงไม่ขัดข้องเรื่องเวลาเท่าใดนัก จึงตอบกลับทางกรมภูมิทัศน์ฯ ไปว่ายินดีเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วยความยินดี ในอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ในเดือนพฤศจิกายนศกนี้ในประเทศไทยเราก็จะมีงานแสดงพืชสวนโลก (งานราชพฤกษ์) เหมือนกัน ซึ่งงานนี้ถึงแม้นจะไม่ใช่งานในลักษณะเดียวกันทีเดียวนัก เนื่องจากงานของมาเลเซียนั้นจัดโดยรัฐบาล โดยกระทรวงเคหะการและการวางแผนและเน้นที่ตัวผู้จัดหลักคือกรมภูมิทัศน์ฯ และสมาคมวิชาชีพทางด้านภูมิสถาปัตยกรรม แต่ของเรานั้นเป็นงานที่จัดโดยรัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ โดยมีสมาคมพืชสวนเป็นแม่งาน ส่วนต่างอื่นๆก็คืองาน LAMAN เป็นงานที่จัดขึ้นในสวนสาธารณะ เป็นระยะเวลาสั้นๆ คือ 10 วันซึ่งระยะเวลาน่าจะใกล้เคียงกับงาน TALA Expo มากกว่า ส่วนงานราชพฤกษ์นั้นจัดบนพื้นที่กว้างใหญ่ที่มีการดำเนินการก่อสร้างใหม่เกือบทั้งหมด ในจังหวัดเชียงใหม่ ใช้งบมากถึง 1000 ล้านบาท อีกทั้งระยะเวลาการจัดงานยาวนานถึง 3 เดือน เป็นงานที่ได้รับการรับรองเป็นงานระดับนานาชาติ (A1) แต่อย่างไรก็ตามผู้เขียนก็ยังมุ่งหวังที่จะเดินทางไปร่วมทั้ง 2 งานเพื่อเปรียบเทียบลักษณะการจัดงาน ซึ่งเป็นความสนใจส่วนตัวเรื่องหนึ่ง งานนี้ทางผู้จัดได้จัดส่งตั๋วเครื่องบินมาให้ตามที่ผู้เขียนระบุไปว่าต้องการจะไปใช้เวลาอยู่ที่นั่นกี่วัน เขาเพียงกำหนดว่าจะต้องมีเวลาตั้งแต่เช้าวันที่ 5 กรกฎาคม ให้กับเขา เพื่อเริ่มงานประชุมและเดินทางไปดูผลงานผู้ร่วมแข่งขันที่สถานที่จัดงานแต่เช้า กำหนดเวลาวันนั้นทั้งวันถูกจองไว้โดยผู้จัดงานจนถึงพิธีขอบคุณกรรมการฯในช่วงค่ำ (เที่ยงคืน) ของวันเดียวกัน วันพิธีเปิดงาน (6 กรกฎาคม) นั้นแล้วแต่ว่าจะเข้าร่วมพิธีหรือไม่ก็ได้ ผู้เขียนเลือกที่จะออกเดินทางไปถึงมาเลเซียในช่วงเที่ยงของวันที่ 4 กรกฎาคม และนัดหมายประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่กระทรวงเคหะการและวางแผน เพื่อเข้าชมเมืองปุตราจายาซึ่งอยู่ระหว่างทางจากสนามบิน KLIA ไปยังเมืองกัวลาลัมเปอร์ โดยนัดรับประทานอาหารกลางวันที่นั่นเพื่อถือโอกาสพูดคุยและนัดพบเพื่อนเก่าที่ไม่เจอกันกว่า 10 ปีตั้งแต่สมัยศึกษาที่ฮอลแลนด์เสียเลย ต่อมาก็เที่ยวชม (ทัศนศึกษา) เมืองปุตราจายาและแถมด้วยไซเบอร์จายา (เมืองคู่แฝด)จนถึงเย็น จึงเดินทางเข้าสู่กัวลาลัมเปอร์เพื่อเช็คอินเข้าพักที่โรงแรม
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าล้างหน้าล้างตาเสร็จ ก็ตัดสินใจเดินเท้าเข้าไปชมสวนสาธารณะ KLCC (Kualalumpur Convention Center) และอาคารปิโตรนาสที่สูงอันดับ2และ3 ของโลก พร้อมทั้งหาอะไรรับประทานแถวนั้น โรงแรมที่พักห่างจากKLCC แค่ 1 สถานีรถไฟฟ้า จึงตัดสินใจที่จะเดินไปแล้วนั่งรถไฟใต้ดินกลับ (ราคาค่าตั๋วสำหรับ 1 สถานี แค่ 1 ริงกิตหรือราว 10 บาท) ย่านที่โรงแรมอยู่เป็นย่านสถานทูตและย่านช็อปปิ้งหรูก่อนจะมี KLCC ชื่อย่าน Ampang Park จึงเดินชมบรรยากาศไปเรื่อยๆจนถึงบริเวณ KLCC ผู้เขียนใช้เวลาอยู่ที่นั่น จนค่ำ ได้มีสังเกตการณ์การใช้พื้นที่ urban space ใจกลางเมืองของชาวมาเลเซียและได้ถ่ายรูปบรรยากาศมาฝากพร้อมกันนี้ ใต้ตึกปิโตรนาส เป็นสถานีรถไฟใต้ดินและห้างใหญ่ 2-3 ห้างในนั้น Roti Boy ต้นตำหรับก็มีขายที่นี่ โดยไม่บอกเลยเพราะกลิ่นคาราเมลหอมกรุ่นลอยเตะจมูกมาแต่ไกล เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากรับประทานอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ผสมผสานกันทั้งอาหารพื้นถิ่นและแบบตะวันตกทั่วไป ก็มานั่งรอพบเจ้าหน้าที่ที่จะมารอรับไปที่สถานที่จัดงานตั้งแต่ 9 โมงเช้า เมื่อไปถึงที่จัดงานก็พบความอลวนพลุกพล่านของเจ้าหน้าที่เป็นร้อยคนที่พยายามเร่งปิดงานและเตรียมความพร้อมของงานที่จะมีพิธีเปิดในวันรุ่งขึ้น ที่อาคารบัญชาการนั้นก็พบกับกรรมการท่านอื่นอีก 7 ท่าน จากประเทศต่างๆและอธิบดีกรมฯผู้เป็นแม่งานใหญ่ แล้วงานอันทรงเกียรติ(แต่หนักมากๆ)ก็เริ่มขึ้น.. ผู้เข้าแข่งขันเป็นหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวง กรม และเทศบาล บริษัทห้างร้าน มหาวิทยาลัย และสำนักงานออกแบบ ร่วม 100 ราย พวกเขาได้รับโอกาสให้จับจองพื้นที่ในจุดต่างๆ ได้ตามความสมัครใจ แต่ละที่ย่อมมีสภาพที่ตั้งที่มีบริบทต่างๆกันออกไป เป็นโจทย์อันหนึ่งที่ผุ้เข้าแข่งขันต้องตีให้แตก ลืมบอกไปว่า theme ของงานปีนี้ที่ใช้เป็น theme ในการประกวดด้วย คือ oasis of the beauty สวนที่ประกวดแบ่งเป็นประเภท garden of the world, ส่วน play world, และที่บริษัทห้างร้านจัดแสดงผลิตภัณฑ์ของตน รางวัลมีอยู่ 15 รางวัล รวมทั้งรางวัลการตกแต่งไฟ หรือ Night garden ที่กรรมการจะมาตรวจในช่วงค่ำ ส่วนสวนนี้จะมีกรรมการ 5 คน (ผู้เขียนเป็นกรรมการสตรีคนเดียวที่อยู่ในกลุ่มนี้) และส่วนจัดดอกไม้จะมีกรรมการสตรีล้วน 3 ท่าน ซึ่งกรรมการจะตรวจงานประมาณ 30 ชิ้นในอาคารขนาดใหญ่ติดเครื่องปรับอากาศ ทำให้ผู้เขียนนึกอิจฉาตะหงิดๆ งานกรรมการในกลุ่มที่ผู้เขียนอยู่นั้น การตรวจใช้เวลาตั้งแต่ 10 โมงเช้าเรื่อยไปจนถึงบ่ายแก่ๆ ราว 5 โมงครึ่งจึงได้กลับมาพักที่โรงแรม 2 ชั่วโมง และกลับมาตรวจรางวัล Night garden อีกครั้งราวทุ่มครึ่ง จนเสร็จถึงได้รับประทานอาหารเย็น และประชุมสรุปผลการแข่งขัน ผลงานที่น่าสนใจของปีนี้ ได้แก่งานออกแบบสวนที่เน้นภูมิทัศน์พื้นถิ่น ที่สะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของภูมิภาคแถบร้อนชื้น บางงานมีการนำเอาการแสดงประกอบ เช่น พิธีแต่งงาน ของสวนปีนัง, มีเทศบาลของเซบุนั้นนำลูกตะพาบน้ำ และเต่าทะเลมาประกอบด้วย เดินกันยั้วเยี้ยน่ารักมาก, สวนบางสวนใช้สื่อผสมดึงดูดความสนใจ ทั้งเสียง สี แสง น้ำ และรูปจำลองที่หลากหลาย, หรือแม้นกระทั่งแนวความคิดแบบสมัยใหม่บางอันก็น่าสนใจ มีเกร็ดที่น่าสนใจคือมีการจัดแสดงสวนนานาชาติด้วย ซึ่งประเทศที่เข้าร่วมมีหลายประเทศ เช่น ฮอลแแลนด์ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย และประเทศไทยของเรา มีบางประเทศทำงานเสร็จไม่ทันกรรมการมาตรวจด้วย ให้ทายว่าประเทศอะไร (เฉลย..ให้มาถามกันส่วนตัวนะคะ) การเดินทางไปมาเลเซียครั้งนี้จบลงในอีกวันต่อมา ผู้เขียนเลือกที่จะกลับด้วยเที่ยวบินสุดท้ายของวัน ถึงดอนเมืองราว 3 ทุ่ม เพื่อที่จะได้ไปดูรายละเอียดการออกแบบสนามบิน KLIA ที่เพิ่งสร้างเสร็จก่อนสุวรรณภูมิไม่นานมานี้ ดูแอร์พอร์ตลิ้งว่าของเขา เสาตอม่อมีรอยร้าวหรือเปล่า(?) และดูการพัฒนาพื้นที่รอบๆสนามบินของเขาว่ามีแนวโน้มจะเป็นมหานคร หรือจังหวัดใหม่หรือเปล่า (?) และเก็บตกอาคารในกลุ่มพื้นที่พัฒนาใหม่ KLCC ให้หมด แถมด้วยชมงานสถาปนิกที่จัดในวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ convention center ว่าระหว่างเขากับเรา อันไหนจะมี pretty เยอะกว่ากัน (?) สรุปว่า...การเดินทางหนนี้ก็มีของฝากเป็นภาพและประสบการณ์กลับมาแบ่งปันเพื่อนๆสมาชิก เท่านี้ค่ะ
|
| The scent of Japan | ||
some selected photos from Japan |
||
|
View All |
||
| Trailer: A Tale of Mari and 3 Puppies | ||
หนังตัวอย่าง เพื่อนซื่อ..ชื่อมาริ บอกไว้ก่อน อาจร้องไห้ได้... |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |