• Look-Narm
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-09
  • จำนวนเรื่อง : 25
  • จำนวนผู้ชม : 4924
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
Look-Narm is OK
I'm voyager.. Travelling is my game!
Permalink : http://www.oknation.net/blog/looknarm
วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน 2551
พระวิหารอีกครั้ง จากผู้ที่(เคย)เกี่ยวข้องโดยตรง
Posted by Look-Narm , ผู้อ่าน : 1175 , 10:08:50 น.  
พิมพ์หน้านี้


อันนี้เป็น email ของผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดอีกท่านนึง ขออนุญาตลงให้อ่านทั่วๆกันค่ะ

 

เรียน ทุกท่านที่รับข่าวสารนี้

 

สืบเนื่องจากที่ส่งข้อมูลเรื่องปราสาทพระวิหารมา ผมในฐานะที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย เลยถือโอกาสขอเล่าข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับกรณีปราสาทพระวิหารมาให้ทราบ

    ผมเองได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนในส่วนของนักวิชาการที่ได้รับเชิญจากกัมพูชาให้ไปสำรวจพื้นที่ปราสาทพระวิหารเพื่อจัดทำแผนบริหารจัดการ "พื้นที่กันชน"  ของปราสาทพระวิหารในประเทศไทยได้มีโอกาสศึกษารายงานและแนวคิดของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญหลายชาติที่ยูเนสโกแนะนำมาให้ความช่วยเหลือกัมพูชาในการทำแผนบริหารจัดการอันเป็นผลจากมติที่ประชุมมรดกโลกสมัยที่แล้วที่นิวซีแลนด์ได้เห็นท่าทีของเจ้าหน้าที่ของยูเนสโกกัมพูชาไปจนถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเนสโกปารีสจากโอกาสที่ได้ร่วมคณะกับอธิบดีวีรชัยที่โดน รมต.แขวน ไปเจรจาชี้แจงเหตุผลขอร่วมขึ้นทะเบียนร่วมในครั้งแรกผมได้ทำงานร่วมกับข้าราชการประจำของกระทรวงการต่างประเทศทั้งกรมสนธิสัญญาและกรมเอเชียตะวันออกได้เห็นความตั้งใจทำงานของข้าราชการทุกฝ่ายรวมถึงกรมแผนที่ทหารและยังมีที่ปรึกษาทางกฎหมายจากกฤษฎีกาและอัยการสูงสุดที่มาช่วยตรวจสอบให้ความคิดเห็นในทุกร่างข้อตกลงที่เรายื่นข้อเสนอไปยังฝ่ายกัมพูชาในเรื่องข้อตกลงต่างๆบอกได้ว่าไม่มีหมกเม็ดแต่เรื่องทั้งหมดถูกกำหนดให้เป็นเรื่องลับสุดยอดจนทำให้เราต้องจินตนาการกันไปต่างๆนานา ด้วยความไม่น่าไว้วางใจของ รมต.ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนอกจากนี้ผมยังได้เห็นแผนที่ใหม่ที่กัมพูชาจะนำไปเปลี่ยนสำหรับการขอขึ้นเป็นมรดกโลกด้วย

เรื่องของเรื่องก็คือที่ผ่านมาท่าทีของกัมพูชาแข็งกร้าวต่อข้อเสนอของเรามาตลอด    ไม่เคยยอมรับว่ามีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนถือว่าจะต้องใช้แผนที่ของกัมพูชาที่ทำโดยฝรั่งเศสและใช้แนบท้ายคำฟ้องต่อศาลโลกเท่านั้น        และในทางปฏิบัติก็ได้ขนผู้คนมาบุกเบิกตั้งบ้านเรือน วัด ตลาดทั้งบนเขาในพื้นที่ทับซ้อน และที่หมู่บ้านโกมุย ที่อยู่ในที่ราบเบื้องล่าง ๘-๑๐ปีแล้ว ไม่ยอมรับว่าปราสาทพระวิหารมีส่วนต่อเนื่องที่มีความสำคัญในประเทศไทยสมควรจะได้ผนวกเป็นเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วยโดยเชื่อตามข้อมูลของนักวิชาการนานาชาติที่นำโดยฝรั่งเศสระบุว่าการวางผังของปราสาทบนยอดเขานั้นเกี่ยวเนื่องกับโบราณสถานใกล้เคียงที่อยู่เบื้องล่างในเขตกัมพูชาเป็น Buddhist Geometry เป้ยตาดีหน้าผาปลายสุดที่เป็นจุดชมวิวในปัจจุบัน ทั้งๆที่ไม่มีช่องเปิดออกมาจากปราสาทประธานแต่อย่างใดก็วิเคราะห์ว่าเป็นที่บำเพ็ญพรตของฤาษี ไว้มองดูภูมิจักรวาลเบื้องล่าง ทางขึ้นเขาที่มีมาแต่เดิมได้แก่ทางช่องบันไดหักทางทิศตะวันออก ด้วยยึดมั่นว่า ทางเข้าปราสาทต้องเป็นทิศตะวันออกเท่านั้น และระบุว่าทางขึ้นทางบันไดใหญ่และสะพานนาคทางทิศเหนือเป็นสิ่งก่อสร้างในสมัยหลังสุด แม้แต่สระตราว ที่เป็นการสร้างทำนบหินกั้นทางน้ำบนลานหินจนกลายเป็นสระน้ำก็กลับเขียนในรายงานว่าเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ ผู้เชี่ยวชาญของ ICOMOSที่ได้รับมอบหมายให้ประเมินข้อมูลของกัมพูชา ก็ให้ความเห็นชอบเป็นที่เรียบร้อย ผ่านการประเมินเบื้องต้นทั้งหมดแล้วเขาจึงไม่ยอมถอย

         ความจริงพอได้ไปสำรวจปราสาทที่อยู่ด้านล่าง ก็รู้ว่าเป็นอโรคยศาล ไม่ได้ร่วมสมัยการวางผังกับปราสาทพระวิหารแต่อย่างใด หัวนาคของสะพานนาคก็เป็นนาคหัวโล้นตามรูปแบบศิลปะบาปวนร่วมสมัยกับปราสาทประธานอย่างแน่นอน ไม่ใช่สิ่งก่อสร้างในยุคหลัง แต่ควรจะเป็นทางเข้าหลักตามแนวแกนเหนือ-ใต้ ที่เป็นไปตามลักษณะภูมิประเทศ  และหันไปสู่ชุมชนโบราณที่อยู่บริเวณเชิงเขาในฝั่งไทยในปัจจุบันทั้งหมด

........นี่คือการบิดเบือนข้อมูลทางวิชาการที่เลวร้ายอันเป็นเหตุให้ผมประกาศแยกตัวจากคณะผู้เชี่ยวชาญนานาชาติในที่ประชุม ที่เสียมเรียบ โดยท่านอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชาได้ประกาศย้ำอีกครั้งต่อรองนายก สก อาน ที่พนมเปญ

       ยูเนสโก ที่ควรจะดำรงตนในฐานะกรรมการที่เป็นกลางในกรณีที่มีความขัดแย้งกันของสองประเทศ กลับทำตัวเป็นแม่พระผู้ใจบุญทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้ประเทศยากจนเล็กๆที่ผ่านภัยสงครามมา ได้มีมรดกโลกใหม่ที่จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวนำรายได้เข้าสู่ประเทศมากขึ้น ตอนแรกICOMOSก็ได้ติดต่ออิโคโมสไทยมาให้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาประเมินข้อมูลที่กัมพูชาเสนอ เราได้เสนอชื่อ อ.พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ แต่ในที่ส่งก็ได้ขาดการติดต่อจากเรา และกลายเป็นอินเดียที่เป็นผู้ประเมินให้ผ่านนำส่งต่อเข้าวาระการประชุมตามที่เราได้ทราบกันแล้ว การเปลี่ยนผู้ประเมินโดยไร้สาเหตุเช่นนี้ให้คิดได้ว่า มีกลไกอะไรจากองค์กรระหว่างประเทศนี้อยู่เบื้องหลัง

       เราเคยให้เหตุผลขอให้เปลี่ยนแปลงเป็นการขอขึ้นเป็นมรดกโลกร่วมกันระหว่างไทยและกัมพูชาแล้วโดยผนวกแหล่งต่างๆที่เกี่ยวเนื่องในฝั่งไทยเข้าไปด้วย แต่เจ้าหน้าที่ของยูเนสโกกลับบอกว่า ไทยต้องจัดทำรายงานวิชาการ แผนบริหารจัดการเพิ่มเติมอย่างดีก่อน และการจะเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดใดใน Nomination File  ที่ได้รับการประเมินเรียบร้อยแล้วไม่สามารถทำได้นอกจากจะถอนเรื่องออกไปก่อนแล้วค่อยกลับมาต่อคิวเข้าสู่วาระใหม่ ต้องใช้เวลา แน่นอนว่ากัมพูชาไม่มีวันยอม จึงว่าถ้าไทยต้องการก็ให้ยื่นเองทีหลังจากส่วนของเขมรได้เป็นมรดกแล้ว ถ้าคิดว่าส่วนที่ว่ามีคุณค่าพอ     กระทรวงการต่างประเทศ ก็ปลงในเรื่องขึ้นทะเบียนร่วม กลับมาหามาตรการในการรักษาอำนาจอธิปไตย สิทธิเรื่องเขตแดนเป็นหลัก พยายามยื่นข้อเสนอในการเซ็นข้อตกลงร่วมต่างๆ เจรจาต่อรองมาโดยตลอด กัมพูชาไม่เคยยอมเลย...

       ในที่สุดในหลังการเดินทางไปเกาะกงของ รมต. ก็เกิดอาการพลิกล็อคขึ้น เขมรยอมเจรจาอีกครั้ง มียูเนสโกปารีสเป็นเจ้าภาพ เขมรขอถอยเองโดยขอเปลี่ยนการขอเป็นมรดกโลกให้เหลือเฉพาะตัวปราสาทเท่านั้น จากเดิมที่ใช้ชื่อว่า Sacred Site of Preah Vihear Temple เหลือเพียงแค่ Temple of Preah Vihearพร้อมขอเปลี่ยนแผนที่ทั้งหมด ไม่ให้มีผลกับไทยเรื่องเกี่ยวกับปัญหาเขตแดน  ซึ่งได้แก่แผนที่ที่เป็นข่าวในขณะนี้ ความจริงแล้วเป็นแผนที่ที่ไม่มีการระบุเส้นเขตแดนระหว่างประเทศ พื้นที่ Core Zone ขีดเส้นออกจากผนังอาคาร ๓๐ เมตร ยกเว้นบันไดทางทิศเหนือขีดตรงสุดเขตบันไดเลย ตรงพื้นที่ทับซ้อนเขียนเป็นหมายเลข 3 หมายถึง Joint Management Zone ตรงกับข้อความในสัญญาร่วมให้ส่งแผนบริหารจัดการร่วมกันต่อยูเนสโกภายใน ๒ ปี กล่าวคือเขมรยอม อย่างที่ไม่มีวี่แววมาก่อน 

       รมต.พูดจริงเรื่องแผนที่ที่จะไม่มีผลเรื่องเขตแดน (นอกจากว่าจะล้ำไปถึงการทวงปราสาทคืนก็คงจะไม่สามารถทำได้อีก) รมต.พูดจริงเรื่องที่เขมรขอร้องไม่ให้เปิดเผยข่าวนี้ต่อสื่อมวลชนของเขมร เพราะประชาชนชาวเขมรคงไม่พอใจว่ามายอมไทย ที่เดิมเขาว่าเป็นแผ่นดินของเขา แต่มากลายเป็นที่ที่ต้องมาจัดการร่วมกัน รมต.เชื่อตามคำขอของเขมร ปิดข้อมูล ผลก็เป็นอย่างที่เห็น ไม่มีใครเชื่อ ก็อยากไม่คิดถึงจิตใจคนไทย

       เห็นอิทธิฤทธิ์ของยูเนสโกหรือยังครับ ตอนแรกตอนเราเสนอขึ้นทะเบียนร่วมก็ว่าทำไม่ได้ ทีตอนนี้ทำมาเป็นตัวกลางเสนอให้เขมรเปลี่ยนแผนที่ ไหนว่าไม่สามารถเปลี่ยนข้อมูลใน Nomination File ที่ประเมินแล้วได้ ความจริงก็มีเจ้าหน้าที่ยูเนสโกท่านหนึ่งที่ร่วมประชุมอยู่ด้วยให้ความเห็นว่า  การเปลี่ยนมาขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทนั้นจะขัดต่อหลักการทางวิชาการ แต่ประธานซึ่งเป็น Assistant Director-General for Culture ของยูเนสโก กลับบอกว่านี่เป็นข้อยกเว้นเนื่องจากเป็น “Political Decision”

         หวังว่าทั่วโลกคงจะได้ติดตามข่าวที่เกิดขึ้นในบ้านเราขณะนี้ ที่การขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชาเพียงฝ่ายเดียวกลายเป็นประเด็นใหญ่ทางการเมือง และจะกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชนชาวไทยและกัมพูชา ที่ลามไปถึงการจะทวงปราสาทคืนจากคำตัดสินที่ไม่เป็นธรรมของศาลโลก  ความไม่เป็นธรรมจากแผนที่ที่ตั้งใจทำให้ผิดโดยกลฉ้อฉล มีทางน้ำปลอมไหลลงฝั่งเขมรนำมาซึ่งเส้นเขตแดนตามแผนที่ที่อ้อมเอาปราสาทพระวิหารไว้ในเขตกัมพูชา ไม่รู้ว่ายูเนสโกจะตระหนักหรือไม่ว่าเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งในครั้งนี้ ปล่อยให้ทักษิณและฮุนเซ็นที่อยู่เบื้องหลังผลงานการเจรจาที่รมต.ตาหวานอ้างความดีความชอบ ลุ้นอยู่ว่าผลประโยชน์ร่วมส่วนตัวที่ตกลงไว้จะมีอันเป็นไป ไม่ราบรื่นตามคาดจากเหตุการณ์นี้หรือไม่ห่วงแต่ผลประโยชน์ส่วนตนที่หวังจะกอบโกยจากของที่ควรจะเป็นของส่วนรวมของประชาชนทั้งเขมรและไทย และที่สุดบนความเกลียดชังของประชาชนที่มีต่อกัน ที่จะหนีไปอย่างลอยนวลก็คือ ยูเนสโก นักการเมือง และผู้ชักใย
 

       น่าเห็นใจประชาชนของทั้งสองชาติเราย้ายประเทศหนีแยกจากกันไม่ได้หรอก

       แต่ที่น่าสงสารที่สุดคือ ปราสาทพระวิหาร .....ไม่ว่าผลการประชุมที่ควิเบคจะเป็นอย่างไร ได้เป็นมรดกโลก ก็คือซื้อเวลาของความขัดแย้งต่อไปอีก ๒ ปีในการจัดการร่วมกัน ไม่มีคำสั่งทักษิณ เขมรคงพูดไม่รู้เรื่อง ประชาชนไทยก็คงยังมีอารมณ์ ไม่ยอมง่ายๆเช่นกัน ไม่ได้เป็นความขัดแย้งก็คงไม่จบเช่นกัน ปราสาทคงไม่มีวันสงบได้บูรณะซ่อมแซม

       พอจะมีทางออกแต่ก็เพียงให้คณะกรรมการมรดกโลกมีมติให้ไทยส่งข้อมูลเพิ่มเติมมาเพื่อผนวกเข้าเป็นมรดกโลกทั้งSite ร่วมกัน แบ่งความภาคภูมิใจและผลประโยชน์ของประชาชนร่วมกัน อยู่กันอย่างสงบสันติ
       Transboundary Property น่าจะเป็นทางออกเดียวเท่านั้น
 
xxxxx xxxxxx

สถาปนิก กลุ่มวิชาการอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร
ผู้ช่วยเลขานุการอิโคโมสไทย
 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 20
sako วันที่ : 23/06/2008 เวลา : 09.57 น.
http://www.oknation.net/blog/sakata
Sako

ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูลดีๆ
ความคิดเห็นที่ 19
ไทยนิกร วันที่ : 23/06/2008 เวลา : 08.43 น.
http://www.oknation.net/blog/thainikorn

เห็นด้วยกับแนวคิดของท่านที่ว่า คณะกรรมการ ฯ น่าจะเปิดโอกาสให้ประเทศไทย ส่งข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อผนวกเป็นมรดกโลกทั้งไซท์ร่วมกัน
ความคิดเห็นที่ 18
spyone วันที่ : 23/06/2008 เวลา : 08.43 น.
http://www.oknation.net/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก

ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่นำเสนอ..สร้างความเข้าใจในหลาย ๆ ส่วน...โดยเฉพาะ“Political Decision” ในยูเนสโก
ความคิดเห็นที่ 17
vickie วันที่ : 23/06/2008 เวลา : 00.09 น.
http://www.oknation.net/blog/vickie
 เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว 

ปล. ทางที่ดีที่สุด คือการผนวกขึ้นทะเบีบยนมรดกโลก โดยเจ้าภาพร่วมไทย-กัมพูชา เพราะส่วนประกอบของเขาพระวิหาร อยู่ในพื้นที่ทั้งสองประเทศ (ตามชี้ขาดศาลโลก)
ความคิดเห็นที่ 16
vickie วันที่ : 23/06/2008 เวลา : 00.03 น.
http://www.oknation.net/blog/vickie
 เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว 

เป็นข้อมูลที่น่าสนใจ
เพราะถ้ายิงยูเนสโก ยอมให้ขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาท อีกหน่อยก็คงไม่มีมาตรฐานอะไร

แต่ถ้าต้องขึ้นทะเบียน ส่วนประกอบอื่นๆ ซึ่งก็รู้กันอยู่ว่า อยู่ในดินแดนไทยด้วย ... อันนี้ก็น่าเป็นห่วงผืนแผ่นดินไทย

แล้วให้น่าเป็นห่วงไปอีกเมื่อรัฐบาลงุบงิบทำ และยิ่งมีเรื่องงุบงิบที่ไม่ใช่รัฐบาลต่อรัฐบาล แต่เป็นรัฐบาลเค้า ต่อนายทุนที่ใช้สัญชาติไทย ที่พยายามจะผันสมบัติชาติเหมือนเป็นของตัวเอง ...
ความคิดเห็นที่ 15
pajeab วันที่ : 22/06/2008 เวลา : 22.38 น.

ไม่อยากให้ผู้บริหารประเทศปกปิดข้อมูล..เหมือนมีลับลมคมใน..น่าจะเคลียให้เข้าใจทั่วกัน และที่ยังไม่เข้าใจมากๆก็คือถ้าเป็นของๆเขาทำไมต้องให้ รมต.ตปท.ของไทยเซ็นยินยอมด้วยล่ะ แล้วรมต.ของเราก็ไม่รู้ว่าไปเสือก!เรื่องของเขาทำไม?ไม่เข้าใจจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 14
Supawan วันที่ : 22/06/2008 เวลา : 22.07 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ขอบคุณ สำหรับข้อมูลค่ะ
ความคิดเห็นที่ 13
joeyman วันที่ : 22/06/2008 เวลา : 21.31 น.
http://www.oknation.net/blog/inmind


ยังต้องฟังต่อครับ...
ความคิดเห็นที่ 12
ผักข้าว วันที่ : 22/06/2008 เวลา : 21.20 น.
http://www.oknation.net/blog/open


ความคิดเห็นที่ 11
เป๊ปซี่ วันที่ : 22/06/2008 เวลา : 20.25 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ.....

แต่ที่น่าห่วงก็คือ...บนเวทีที่มีการปลุกระดมเรื่องนี้นั่นแหละครับ...

มันจะทำให้ประชาชนทั้งสองฝั่งตีกัน..........

แถมข้อมูลนี้เอาไปบอกพวกหน้าเวทีก็ไม่มีใครฟังแล้วครับ....

ดีไม่ดีเจ้าของข้อมูลอาจจะกลายเป็น...นารากร 2.....!!!!!!!!!
ความคิดเห็นที่ 10
สามจอ วันที่ : 22/06/2008 เวลา : 19.57 น.
http://www.oknation.net/blog/SamJaw
ชัตเตอร์ด้านได้อายอด   : เราฆาตกรรมต้นไม้เพียงเพื่อนำมันมาใช้ทำหนังสือพิมพิ์เลวๆ เจมส์ จี วัตต์ จากหนังสือ A DAY เพิ่มเติมเป้าต้องแสนห้า นะ  

ถ้ามีโอกาสได้เห็นพื้นที่ทางทะเลแล้วจะยิ่งเศร้าครับ จะเป็นแปลงสัมปทานก๊าซ ธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งน่าจะเป็นที่ใช้ประโยชนร่วมกันทั้ง 2 ประเทศด้วย
ความคิดเห็นที่ 9
คนโง่ที่อยากฉลาด วันที่ : 22/06/2008 เวลา : 15.14 น.
http://www.oknation.net/blog/james007
รู้อะไรไม่สู้รู้ไปหมด

ขอบคุณครับ ที่ได้บอกความจริงให้กับคนไม่รู้ ทีนี้ก็เหลือแต่ว่าจะจบอย่างไร เพราะดูแล้วเรื่องเริ่มบานปลาย ก็ขอให้จบแบบสงบและได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่ายครับ ขอบคุณอีกครั้ง สำหรับขอมูล
ความคิดเห็นที่ 8
BlueHill วันที่ : 22/06/2008 เวลา : 15.04 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ชมรม OK NATURE @ Save Nature Save Life

ขอบคุณครับ เป็นข้อมูลที่ทำให้เข้าใข บทบาทของยูเนสโก้ กัมพูชา นพดล และทักษิณ ชินวัตร ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ความคิดเห็นที่ 7
หมวยนรกไม่ชอบยกล้อ วันที่ : 22/06/2008 เวลา : 11.07 น.
http://www.oknation.net/blog/human-error-story

ทักษินกับฮุนเซ็นจับมือกัน...

นรกตัวแม่..เลยนะนั่น...


ความคิดเห็นที่ 6
หมวยนรกไม่ชอบยกล้อ วันที่ : 22/06/2008 เวลา : 11.05 น.
http://www.oknation.net/blog/human-error-story

เราเรียกร้องอีกทีไม่ได้หรือค่ะ...

เนื่องจากมีข้อมูลที่ฉ้อฉล(ทางน้ำปลอม) อยู่ในการตัดสิน

ครั้งแรกของศาลโลก...


ความคิดเห็นที่ 5
ป้าไม่อยู่ปู่เข้าเวบ วันที่ : 22/06/2008 เวลา : 11.05 น.
http://www.oknation.net/blog/pakapoo
“ป้ากะปู่กู้อีจู้ ”ไดอารี่ เปื้อนหมึก ..นอกประวัติศาสตร์และกาลเวลา..  สงบนิ่งกับอณู...ทุกสรรพสิ่งอันดีงาม... ...ตลอดไป... . 

ขออนุญาตคัดลอกข้อความของเจ้าของบล๊อก เป็นอักษรขาวดำ เพื่อสมาชิกบางท่านจะได้อ่านได้ถนัดตา เนื่องจากเป็นข้อมูลที่น่าสนใจยิ่ง
*********************************

เรียน ทุกท่านที่รับข่าวสารนี้

สืบเนื่องจากที่ส่งข้อมูลเรื่องปราสาทพระวิหารมา ผมในฐานะที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย เลยถือโอกาสขอเล่าข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับกรณีปราสาทพระวิหารมาให้ทราบ
ผมเองได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนในส่วนของนักวิชาการที่ได้รับเชิญจากกัมพูชาให้ไปสำรวจพื้นที่ปราสาทพระวิหารเพื่อจัดทำแผนบริหารจัดการ "พื้นที่กันชน" ของปราสาทพระวิหารในประเทศไทยได้มีโอกาสศึกษารายงานและแนวคิดของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญหลายชาติที่ยูเนสโกแนะนำมาให้ความช่วยเหลือกัมพูชาในการทำแผนบริหารจัดการอันเป็นผลจากมติที่ประชุมมรดกโลกสมัยที่แล้วที่นิวซีแลนด์ได้เห็นท่าทีของเจ้าหน้าที่ของยูเนสโกกัมพูชาไปจนถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเนสโกปารีสจากโอกาสที่ได้ร่วมคณะกับอธิบดีวีรชัยที่โดน รมต.แขวน ไปเจรจาชี้แจงเหตุผลขอร่วมขึ้นทะเบียนร่วมในครั้งแรกผมได้ทำงานร่วมกับข้าราชการประจำของกระทรวงการต่างประเทศทั้งกรมสนธิสัญญาและกรมเอเชียตะวันออกได้เห็นความตั้งใจทำงานของข้าราชการทุกฝ่ายรวมถึงกรมแผนที่ทหารและยังมีที่ปรึกษาทางกฎหมายจากกฤษฎีกาและอัยการสูงสุดที่มาช่วยตรวจสอบให้ความคิดเห็นในทุกร่างข้อตกลงที่เรายื่นข้อเสนอไปยังฝ่ายกัมพูชาในเรื่องข้อตกลงต่างๆบอกได้ว่าไม่มีหมกเม็ดแต่เรื่องทั้งหมดถูกกำหนดให้เป็นเรื่องลับสุดยอดจนทำให้เราต้องจินตนาการกันไปต่างๆนานา ด้วยความไม่น่าไว้วางใจของ รมต.ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนอกจากนี้ผมยังได้เห็นแผนที่ใหม่ที่กัมพูชาจะนำไปเปลี่ยนสำหรับการขอขึ้นเป็นมรดกโลกด้วย
เรื่องของเรื่องก็คือที่ผ่านมาท่าทีของกัมพูชาแข็งกร้าวต่อข้อเสนอของเรามาตลอด ไม่เคยยอมรับว่ามีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนถือว่าจะต้องใช้แผนที่ของกัมพูชาที่ทำโดยฝรั่งเศสและใช้แนบท้ายคำฟ้องต่อศาลโลกเท่านั้น และในทางปฏิบัติก็ได้ขนผู้คนมาบุกเบิกตั้งบ้านเรือน วัด ตลาดทั้งบนเขาในพื้นที่ทับซ้อน และที่หมู่บ้านโกมุย ที่อยู่ในที่ราบเบื้องล่าง ๘-๑๐ปีแล้ว ไม่ยอมรับว่าปราสาทพระวิหารมีส่วนต่อเนื่องที่มีความสำคัญในประเทศไทยสมควรจะได้ผนวกเป็นเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วยโดยเชื่อตามข้อมูลของนักวิชาการนานาชาติที่นำโดยฝรั่งเศสระบุว่าการวางผังของปราสาทบนยอดเขานั้นเกี่ยวเนื่องกับโบราณสถานใกล้เคียงที่อยู่เบื้องล่างในเขตกัมพูชาเป็น Buddhist Geometry เป้ยตาดีหน้าผาปลายสุดที่เป็นจุดชมวิวในปัจจุบัน ทั้งๆที่ไม่มีช่องเปิดออกมาจากปราสาทประธานแต่อย่างใดก็วิเคราะห์ว่าเป็นที่บำเพ็ญพรตของฤาษี ไว้มองดูภูมิจักรวาลเบื้องล่าง ทางขึ้นเขาที่มีมาแต่เดิมได้แก่ทางช่องบันไดหักทางทิศตะวันออก ด้วยยึดมั่นว่า ทางเข้าปราสาทต้องเป็นทิศตะวันออกเท่านั้น และระบุว่าทางขึ้นทางบันไดใหญ่และสะพานนาคทางทิศเหนือเป็นสิ่งก่อสร้างในสมัยหลังสุด แม้แต่สระตราว ที่เป็นการสร้างทำนบหินกั้นทางน้ำบนลานหินจนกลายเป็นสระน้ำก็กลับเขียนในรายงานว่าเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ ผู้เชี่ยวชาญของ ICOMOSที่ได้รับมอบหมายให้ประเมินข้อมูลของกัมพูชา ก็ให้ความเห็นชอบเป็นที่เรียบร้อย ผ่านการประเมินเบื้องต้นทั้งหมดแล้วเขาจึงไม่ยอมถอย
ความจริงพอได้ไปสำรวจปราสาทที่อยู่ด้านล่าง ก็รู้ว่าเป็นอโรคยศาล ไม่ได้ร่วมสมัยการวางผังกับปราสาทพระวิหารแต่อย่างใด หัวนาคของสะพานนาคก็เป็นนาคหัวโล้นตามรูปแบบศิลปะบาปวนร่วมสมัยกับปราสาทประธานอย่างแน่นอน ไม่ใช่สิ่งก่อสร้างในยุคหลัง แต่ควรจะเป็นทางเข้าหลักตามแนวแกนเหนือ-ใต้ ที่เป็นไปตามลักษณะภูมิประเทศ และหันไปสู่ชุมชนโบราณที่อยู่บริเวณเชิงเขาในฝั่งไทยในปัจจุบันทั้งหมด
........นี่คือการบิดเบือนข้อมูลทางวิชาการที่เลวร้ายอันเป็นเหตุให้ผมประกาศแยกตัวจากคณะผู้เชี่ยวชาญนานาชาติในที่ประชุม ที่เสียมเรียบ โดยท่านอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชาได้ประกาศย้ำอีกครั้งต่อรองนายก สก อาน ที่พนมเปญ
ยูเนสโก ที่ควรจะดำรงตนในฐานะกรรมการที่เป็นกลางในกรณีที่มีความขัดแย้งกันของสองประเทศ กลับทำตัวเป็นแม่พระผู้ใจบุญทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้ประเทศยากจนเล็กๆที่ผ่านภัยสงครามมา ได้มีมรดกโลกใหม่ที่จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวนำรายได้เข้าสู่ประเทศมากขึ้น ตอนแรกICOMOSก็ได้ติดต่ออิโคโมสไทยมาให้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาประเมินข้อมูลที่กัมพูชาเสนอ เราได้เสนอชื่อ อ.พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ แต่ในที่ส่งก็ได้ขาดการติดต่อจากเรา และกลายเป็นอินเดียที่เป็นผู้ประเมินให้ผ่านนำส่งต่อเข้าวาระการประชุมตามที่เราได้ทราบกันแล้ว การเปลี่ยนผู้ประเมินโดยไร้สาเหตุเช่นนี้ให้คิดได้ว่า มีกลไกอะไรจากองค์กรระหว่างประเทศนี้อยู่เบื้องหลัง
เราเคยให้เหตุผลขอให้เปลี่ยนแปลงเป็นการขอขึ้นเป็นมรดกโลกร่วมกันระหว่างไทยและกัมพูชาแล้วโดยผนวกแหล่งต่างๆที่เกี่ยวเนื่องในฝั่งไทยเข้าไปด้วย แต่เจ้าหน้าที่ของยูเนสโกกลับบอกว่า ไทยต้องจัดทำรายงานวิชาการ แผนบริหารจัดการเพิ่มเติมอย่างดีก่อน และการจะเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดใดใน Nomination File ที่ได้รับการประเมินเรียบร้อยแล้วไม่สามารถทำได้นอกจากจะถอนเรื่องออกไปก่อนแล้วค่อยกลับมาต่อคิวเข้าสู่วาระใหม่ ต้องใช้เวลา แน่นอนว่ากัมพูชาไม่มีวันยอม จึงว่าถ้าไทยต้องการก็ให้ยื่นเองทีหลังจากส่วนของเขมรได้เป็นมรดกแล้ว ถ้าคิดว่าส่วนที่ว่ามีคุณค่าพอ กระทรวงการต่างประเทศ ก็ปลงในเรื่องขึ้นทะเบียนร่วม กลับมาหามาตรการในการรักษาอำนาจอธิปไตย สิทธิเรื่องเขตแดนเป็นหลัก พยายามยื่นข้อเสนอในการเซ็นข้อตกลงร่วมต่างๆ เจรจาต่อรองมาโดยตลอด กัมพูชาไม่เคยยอมเลย...
ในที่สุดในหลังการเดินทางไปเกาะกงของ รมต. ก็เกิดอาการพลิกล็อคขึ้น เขมรยอมเจรจาอีกครั้ง มียูเนสโกปารีสเป็นเจ้าภาพ เขมรขอถอยเองโดยขอเปลี่ยนการขอเป็นมรดกโลกให้เหลือเฉพาะตัวปราสาทเท่านั้น จากเดิมที่ใช้ชื่อว่า Sacred Site of Preah Vihear Temple เหลือเพียงแค่ Temple of Preah Vihearพร้อมขอเปลี่ยนแผนที่ทั้งหมด ไม่ให้มีผลกับไทยเรื่องเกี่ยวกับปัญหาเขตแดน ซึ่งได้แก่แผนที่ที่เป็นข่าวในขณะนี้ ความจริงแล้วเป็นแผนที่ที่ไม่มีการระบุเส้นเขตแดนระหว่างประเทศ พื้นที่ Core Zone ขีดเส้นออกจากผนังอาคาร ๓๐ เมตร ยกเว้นบันไดทางทิศเหนือขีดตรงสุดเขตบันไดเลย ตรงพื้นที่ทับซ้อนเขียนเป็นหมายเลข 3 หมายถึง Joint Management Zone ตรงกับข้อความในสัญญาร่วมให้ส่งแผนบริหารจัดการร่วมกันต่อยูเนสโกภายใน ๒ ปี กล่าวคือเขมรยอม อย่างที่ไม่มีวี่แววมาก่อน
รมต.พูดจริงเรื่องแผนที่ที่จะไม่มีผลเรื่องเขตแดน (นอกจากว่าจะล้ำไปถึงการทวงปราสาทคืนก็คงจะไม่สามารถทำได้อีก) รมต.พูดจริงเรื่องที่เขมรขอร้องไม่ให้เปิดเผยข่าวนี้ต่อสื่อมวลชนของเขมร เพราะประชาชนชาวเขมรคงไม่พอใจว่ามายอมไทย ที่เดิมเขาว่าเป็นแผ่นดินของเขา แต่มากลายเป็นที่ที่ต้องมาจัดการร่วมกัน รมต.เชื่อตามคำขอของเขมร ปิดข้อมูล ผลก็เป็นอย่างที่เห็น ไม่มีใครเชื่อ ก็อยากไม่คิดถึงจิตใจคนไทย
เห็นอิทธิฤทธิ์ของยูเนสโกหรือยังครับ ตอนแรกตอนเราเสนอขึ้นทะเบียนร่วมก็ว่าทำไม่ได้ ทีตอนนี้ทำมาเป็นตัวกลางเสนอให้เขมรเปลี่ยนแผนที่ ไหนว่าไม่สามารถเปลี่ยนข้อมูลใน Nomination File ที่ประเมินแล้วได้ ความจริงก็มีเจ้าหน้าที่ยูเนสโกท่านหนึ่งที่ร่วมประชุมอยู่ด้วยให้ความเห็นว่า การเปลี่ยนมาขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทนั้นจะขัดต่อหลักการทางวิชาการ แต่ประธานซึ่งเป็น Assistant Director-General for Culture ของยูเนสโก กลับบอกว่านี่เป็นข้อยกเว้นเนื่องจากเป็น “Political Decision”
หวังว่าทั่วโลกคงจะได้ติดตามข่าวที่เกิดขึ้นในบ้านเราขณะนี้ ที่การขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชาเพียงฝ่ายเดียวกลายเป็นประเด็นใหญ่ทางการเมือง และจะกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชนชาวไทยและกัมพูชา ที่ลามไปถึงการจะทวงปราสาทคืนจากคำตัดสินที่ไม่เป็นธรรมของศาลโลก ความไม่เป็นธรรมจากแผนที่ที่ตั้งใจทำให้ผิดโดยกลฉ้อฉล มีทางน้ำปลอมไหลลงฝั่งเขมรนำมาซึ่งเส้นเขตแดนตามแผนที่ที่อ้อมเอาปราสาทพระวิหารไว้ในเขตกัมพูชา ไม่รู้ว่ายูเนสโกจะตระหนักหรือไม่ว่าเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งในครั้งนี้ ปล่อยให้ทักษิณและฮุนเซ็นที่อยู่เบื้องหลังผลงานการเจรจาที่รมต.ตาหวานอ้างความดีความชอบ ลุ้นอยู่ว่าผลประโยชน์ร่วมส่วนตัวที่ตกลงไว้จะมีอันเป็นไป ไม่ราบรื่นตามคาดจากเหตุการณ์นี้หรือไม่ห่วงแต่ผลประโยชน์ส่วนตนที่หวังจะกอบโกยจากของที่ควรจะเป็นของส่วนรวมของประชาชนทั้งเขมรและไทย และที่สุดบนความเกลียดชังของประชาชนที่มีต่อกัน ที่จะหนีไปอย่างลอยนวลก็คือ ยูเนสโก นักการเมือง และผู้ชักใย

น่าเห็นใจประชาชนของทั้งสองชาติเราย้ายประเทศหนีแยกจากกันไม่ได้หรอก
แต่ที่น่าสงสารที่สุดคือ ปราสาทพระวิหาร .....ไม่ว่าผลการประชุมที่ควิเบคจะเป็นอย่างไร ได้เป็นมรดกโลก ก็คือซื้อเวลาของความขัดแย้งต่อไปอีก ๒ ปีในการจัดการร่วมกัน ไม่มีคำสั่งทักษิณ เขมรคงพูดไม่รู้เรื่อง ประชาชนไทยก็คงยังมีอารมณ์ ไม่ยอมง่ายๆเช่นกัน ไม่ได้เป็นความขัดแย้งก็คงไม่จบเช่นกัน ปราสาทคงไม่มีวันสงบได้บูรณะซ่อมแซม
พอจะมีทางออกแต่ก็เพียงให้คณะกรรมการมรดกโลกมีมติให้ไทยส่งข้อมูลเพิ่มเติมมาเพื่อผนวกเข้าเป็นมรดกโลกทั้งSite ร่วมกัน แบ่งความภาคภูมิใจและผลประโยชน์ของประชาชนร่วมกัน อยู่กันอย่างสงบสันติ
Transboundary Property น่าจะเป็นทางออกเดียวเท่านั้น

xxxxx xxxxxx
สถาปนิก กลุ่มวิชาการอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร
ผู้ช่วยเลขานุการอิโคโมสไทย
ความคิดเห็นที่ 4
jk วันที่ : 22/06/2008 เวลา : 10.37 น.
http://www.oknation.net/blog/chakkrish
ผีเสื้อกับดอกไม้ สายน้ำกัชีวิต

ขอบคุณครับ แต่พื้นดำบางช่วงอ่านไม่ออก
ความคิดเห็นที่ 3
หมาเดือด วันที่ : 22/06/2008 เวลา : 10.27 น.
http://www.oknation.net/blog/oldhome

พวกเราประชาชนโปรดได้จงทวงคืนประเทศไทยของเราจากศาสไอ้หัวแดงกันเถิด
ความคิดเห็นที่ 2
หมาเดือด วันที่ : 22/06/2008 เวลา : 10.25 น.
http://www.oknation.net/blog/oldhome

งั้นคุณจมูกหมูปากหมามันก็ตลบแตลงไปวันๆ เพื่อรักษาเก้าอี้มันไว้นะซิ
ความคิดเห็นที่ 1
kamolnum วันที่ : 22/06/2008 เวลา : 10.23 น.
http://www.oknation.net/blog/kamolnum

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ เพิ่งรู้ว่าเขมรปิดข้อมูลกับประชาชนของเขา มิน่าล่ะ เหตุการณ์ในเขมรจึงไม่รุนแรงเท่าไหร่
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Trailer: A Tale of Mari and 3 Puppies

หนังตัวอย่าง เพื่อนซื่อ..ชื่อมาริ บอกไว้ก่อน อาจร้องไห้ได้...

View All
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30