เรียน ทุกท่านที่รับข่าวสารนี้ สืบเนื่องจากที่ส่งข้อมูลเรื่องปราสาทพระวิหารมา ผมในฐานะที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย เลยถือโอกาสขอเล่าข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับกรณีปราสาทพระวิหารมาให้ทราบ ผมเองได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนในส่วนของนักวิชาการที่ได้รับเชิญจากกัมพูชาให้ไปสำรวจพื้นที่ปราสาทพระวิหารเพื่อจัดทำแผนบริหารจัดการ "พื้นที่กันชน" ของปราสาทพระวิหารในประเทศไทยได้มีโอกาสศึกษารายงานและแนวคิดของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญหลายชาติที่ยูเนสโกแนะนำมาให้ความช่วยเหลือกัมพูชาในการทำแผนบริหารจัดการอันเป็นผลจากมติที่ประชุมมรดกโลกสมัยที่แล้วที่นิวซีแลนด์ได้เห็นท่าทีของเจ้าหน้าที่ของยูเนสโกกัมพูชาไปจนถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเนสโกปารีสจากโอกาสที่ได้ร่วมคณะกับอธิบดีวีรชัยที่โดน รมต.แขวน ไปเจรจาชี้แจงเหตุผลขอร่วมขึ้นทะเบียนร่วมในครั้งแรกผมได้ทำงานร่วมกับข้าราชการประจำของกระทรวงการต่างประเทศทั้งกรมสนธิสัญญาและกรมเอเชียตะวันออกได้เห็นความตั้งใจทำงานของข้าราชการทุกฝ่ายรวมถึงกรมแผนที่ทหารและยังมีที่ปรึกษาทางกฎหมายจากกฤษฎีกาและอัยการสูงสุดที่มาช่วยตรวจสอบให้ความคิดเห็นในทุกร่างข้อตกลงที่เรายื่นข้อเสนอไปยังฝ่ายกัมพูชาในเรื่องข้อตกลงต่างๆบอกได้ว่าไม่มีหมกเม็ดแต่เรื่องทั้งหมดถูกกำหนดให้เป็นเรื่องลับสุดยอดจนทำให้เราต้องจินตนาการกันไปต่างๆนานา ด้วยความไม่น่าไว้วางใจของ รมต.ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนอกจากนี้ผมยังได้เห็นแผนที่ใหม่ที่กัมพูชาจะนำไปเปลี่ยนสำหรับการขอขึ้นเป็นมรดกโลกด้วย เรื่องของเรื่องก็คือที่ผ่านมาท่าทีของกัมพูชาแข็งกร้าวต่อข้อเสนอของเรามาตลอด ไม่เคยยอมรับว่ามีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนถือว่าจะต้องใช้แผนที่ของกัมพูชาที่ทำโดยฝรั่งเศสและใช้แนบท้ายคำฟ้องต่อศาลโลกเท่านั้น และในทางปฏิบัติก็ได้ขนผู้คนมาบุกเบิกตั้งบ้านเรือน วัด ตลาดทั้งบนเขาในพื้นที่ทับซ้อน และที่หมู่บ้านโกมุย ที่อยู่ในที่ราบเบื้องล่าง ๘-๑๐ปีแล้ว ไม่ยอมรับว่าปราสาทพระวิหารมีส่วนต่อเนื่องที่มีความสำคัญในประเทศไทยสมควรจะได้ผนวกเป็นเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วยโดยเชื่อตามข้อมูลของนักวิชาการนานาชาติที่นำโดยฝรั่งเศสระบุว่าการวางผังของปราสาทบนยอดเขานั้นเกี่ยวเนื่องกับโบราณสถานใกล้เคียงที่อยู่เบื้องล่างในเขตกัมพูชาเป็น Buddhist Geometry เป้ยตาดีหน้าผาปลายสุดที่เป็นจุดชมวิวในปัจจุบัน ทั้งๆที่ไม่มีช่องเปิดออกมาจากปราสาทประธานแต่อย่างใดก็วิเคราะห์ว่าเป็นที่บำเพ็ญพรตของฤาษี ไว้มองดูภูมิจักรวาลเบื้องล่าง ทางขึ้นเขาที่มีมาแต่เดิมได้แก่ทางช่องบันไดหักทางทิศตะวันออก ด้วยยึดมั่นว่า ทางเข้าปราสาทต้องเป็นทิศตะวันออกเท่านั้น และระบุว่าทางขึ้นทางบันไดใหญ่และสะพานนาคทางทิศเหนือเป็นสิ่งก่อสร้างในสมัยหลังสุด แม้แต่สระตราว ที่เป็นการสร้างทำนบหินกั้นทางน้ำบนลานหินจนกลายเป็นสระน้ำก็กลับเขียนในรายงานว่าเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ ผู้เชี่ยวชาญของ ICOMOSที่ได้รับมอบหมายให้ประเมินข้อมูลของกัมพูชา ก็ให้ความเห็นชอบเป็นที่เรียบร้อย ผ่านการประเมินเบื้องต้นทั้งหมดแล้วเขาจึงไม่ยอมถอย ความจริงพอได้ไปสำรวจปราสาทที่อยู่ด้านล่าง ก็รู้ว่าเป็นอโรคยศาล ไม่ได้ร่วมสมัยการวางผังกับปราสาทพระวิหารแต่อย่างใด หัวนาคของสะพานนาคก็เป็นนาคหัวโล้นตามรูปแบบศิลปะบาปวนร่วมสมัยกับปราสาทประธานอย่างแน่นอน ไม่ใช่สิ่งก่อสร้างในยุคหลัง แต่ควรจะเป็นทางเข้าหลักตามแนวแกนเหนือ-ใต้ ที่เป็นไปตามลักษณะภูมิประเทศ และหันไปสู่ชุมชนโบราณที่อยู่บริเวณเชิงเขาในฝั่งไทยในปัจจุบันทั้งหมด ........นี่คือการบิดเบือนข้อมูลทางวิชาการที่เลวร้ายอันเป็นเหตุให้ผมประกาศแยกตัวจากคณะผู้เชี่ยวชาญนานาชาติในที่ประชุม ที่เสียมเรียบ โดยท่านอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชาได้ประกาศย้ำอีกครั้งต่อรองนายก สก อาน ที่พนมเปญ ยูเนสโก ที่ควรจะดำรงตนในฐานะกรรมการที่เป็นกลางในกรณีที่มีความขัดแย้งกันของสองประเทศ กลับทำตัวเป็นแม่พระผู้ใจบุญทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้ประเทศยากจนเล็กๆที่ผ่านภัยสงครามมา ได้มีมรดกโลกใหม่ที่จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวนำรายได้เข้าสู่ประเทศมากขึ้น ตอนแรกICOMOSก็ได้ติดต่ออิโคโมสไทยมาให้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาประเมินข้อมูลที่กัมพูชาเสนอ เราได้เสนอชื่อ อ.พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ แต่ในที่ส่งก็ได้ขาดการติดต่อจากเรา และกลายเป็นอินเดียที่เป็นผู้ประเมินให้ผ่านนำส่งต่อเข้าวาระการประชุมตามที่เราได้ทราบกันแล้ว การเปลี่ยนผู้ประเมินโดยไร้สาเหตุเช่นนี้ให้คิดได้ว่า มีกลไกอะไรจากองค์กรระหว่างประเทศนี้อยู่เบื้องหลัง เราเคยให้เหตุผลขอให้เปลี่ยนแปลงเป็นการขอขึ้นเป็นมรดกโลกร่วมกันระหว่างไทยและกัมพูชาแล้วโดยผนวกแหล่งต่างๆที่เกี่ยวเนื่องในฝั่งไทยเข้าไปด้วย แต่เจ้าหน้าที่ของยูเนสโกกลับบอกว่า ไทยต้องจัดทำรายงานวิชาการ แผนบริหารจัดการเพิ่มเติมอย่างดีก่อน และการจะเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดใดใน Nomination File ที่ได้รับการประเมินเรียบร้อยแล้วไม่สามารถทำได้นอกจากจะถอนเรื่องออกไปก่อนแล้วค่อยกลับมาต่อคิวเข้าสู่วาระใหม่ ต้องใช้เวลา แน่นอนว่ากัมพูชาไม่มีวันยอม จึงว่าถ้าไทยต้องการก็ให้ยื่นเองทีหลังจากส่วนของเขมรได้เป็นมรดกแล้ว ถ้าคิดว่าส่วนที่ว่ามีคุณค่าพอ กระทรวงการต่างประเทศ ก็ปลงในเรื่องขึ้นทะเบียนร่วม กลับมาหามาตรการในการรักษาอำนาจอธิปไตย สิทธิเรื่องเขตแดนเป็นหลัก พยายามยื่นข้อเสนอในการเซ็นข้อตกลงร่วมต่างๆ เจรจาต่อรองมาโดยตลอด กัมพูชาไม่เคยยอมเลย... ในที่สุดในหลังการเดินทางไปเกาะกงของ รมต. ก็เกิดอาการพลิกล็อคขึ้น เขมรยอมเจรจาอีกครั้ง มียูเนสโกปารีสเป็นเจ้าภาพ เขมรขอถอยเองโดยขอเปลี่ยนการขอเป็นมรดกโลกให้เหลือเฉพาะตัวปราสาทเท่านั้น จากเดิมที่ใช้ชื่อว่า Sacred Site of Preah Vihear Temple เหลือเพียงแค่ Temple of Preah Vihearพร้อมขอเปลี่ยนแผนที่ทั้งหมด ไม่ให้มีผลกับไทยเรื่องเกี่ยวกับปัญหาเขตแดน ซึ่งได้แก่แผนที่ที่เป็นข่าวในขณะนี้ ความจริงแล้วเป็นแผนที่ที่ไม่มีการระบุเส้นเขตแดนระหว่างประเทศ พื้นที่ Core Zone ขีดเส้นออกจากผนังอาคาร ๓๐ เมตร ยกเว้นบันไดทางทิศเหนือขีดตรงสุดเขตบันไดเลย ตรงพื้นที่ทับซ้อนเขียนเป็นหมายเลข 3 หมายถึง Joint Management Zone ตรงกับข้อความในสัญญาร่วมให้ส่งแผนบริหารจัดการร่วมกันต่อยูเนสโกภายใน ๒ ปี กล่าวคือเขมรยอม อย่างที่ไม่มีวี่แววมาก่อน รมต.พูดจริงเรื่องแผนที่ที่จะไม่มีผลเรื่องเขตแดน (นอกจากว่าจะล้ำไปถึงการทวงปราสาทคืนก็คงจะไม่สามารถทำได้อีก) รมต.พูดจริงเรื่องที่เขมรขอร้องไม่ให้เปิดเผยข่าวนี้ต่อสื่อมวลชนของเขมร เพราะประชาชนชาวเขมรคงไม่พอใจว่ามายอมไทย ที่เดิมเขาว่าเป็นแผ่นดินของเขา แต่มากลายเป็นที่ที่ต้องมาจัดการร่วมกัน รมต.เชื่อตามคำขอของเขมร ปิดข้อมูล ผลก็เป็นอย่างที่เห็น ไม่มีใครเชื่อ ก็อยากไม่คิดถึงจิตใจคนไทย เห็นอิทธิฤทธิ์ของยูเนสโกหรือยังครับ ตอนแรกตอนเราเสนอขึ้นทะเบียนร่วมก็ว่าทำไม่ได้ ทีตอนนี้ทำมาเป็นตัวกลางเสนอให้เขมรเปลี่ยนแผนที่ ไหนว่าไม่สามารถเปลี่ยนข้อมูลใน Nomination File ที่ประเมินแล้วได้ ความจริงก็มีเจ้าหน้าที่ยูเนสโกท่านหนึ่งที่ร่วมประชุมอยู่ด้วยให้ความเห็นว่า การเปลี่ยนมาขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทนั้นจะขัดต่อหลักการทางวิชาการ แต่ประธานซึ่งเป็น Assistant Director-General for Culture ของยูเนสโก กลับบอกว่านี่เป็นข้อยกเว้นเนื่องจากเป็น Political Decision หวังว่าทั่วโลกคงจะได้ติดตามข่าวที่เกิดขึ้นในบ้านเราขณะนี้ ที่การขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชาเพียงฝ่ายเดียวกลายเป็นประเด็นใหญ่ทางการเมือง และจะกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชนชาวไทยและกัมพูชา ที่ลามไปถึงการจะทวงปราสาทคืนจากคำตัดสินที่ไม่เป็นธรรมของศาลโลก ความไม่เป็นธรรมจากแผนที่ที่ตั้งใจทำให้ผิดโดยกลฉ้อฉล มีทางน้ำปลอมไหลลงฝั่งเขมรนำมาซึ่งเส้นเขตแดนตามแผนที่ที่อ้อมเอาปราสาทพระวิหารไว้ในเขตกัมพูชา ไม่รู้ว่ายูเนสโกจะตระหนักหรือไม่ว่าเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งในครั้งนี้ ปล่อยให้ทักษิณและฮุนเซ็นที่อยู่เบื้องหลังผลงานการเจรจาที่รมต.ตาหวานอ้างความดีความชอบ ลุ้นอยู่ว่าผลประโยชน์ร่วมส่วนตัวที่ตกลงไว้จะมีอันเป็นไป ไม่ราบรื่นตามคาดจากเหตุการณ์นี้หรือไม่ห่วงแต่ผลประโยชน์ส่วนตนที่หวังจะกอบโกยจากของที่ควรจะเป็นของส่วนรวมของประชาชนทั้งเขมรและไทย และที่สุดบนความเกลียดชังของประชาชนที่มีต่อกัน ที่จะหนีไปอย่างลอยนวลก็คือ ยูเนสโก นักการเมือง และผู้ชักใย น่าเห็นใจประชาชนของทั้งสองชาติเราย้ายประเทศหนีแยกจากกันไม่ได้หรอก แต่ที่น่าสงสารที่สุดคือ ปราสาทพระวิหาร .....ไม่ว่าผลการประชุมที่ควิเบคจะเป็นอย่างไร ได้เป็นมรดกโลก ก็คือซื้อเวลาของความขัดแย้งต่อไปอีก ๒ ปีในการจัดการร่วมกัน ไม่มีคำสั่งทักษิณ เขมรคงพูดไม่รู้เรื่อง ประชาชนไทยก็คงยังมีอารมณ์ ไม่ยอมง่ายๆเช่นกัน ไม่ได้เป็นความขัดแย้งก็คงไม่จบเช่นกัน ปราสาทคงไม่มีวันสงบได้บูรณะซ่อมแซม พอจะมีทางออกแต่ก็เพียงให้คณะกรรมการมรดกโลกมีมติให้ไทยส่งข้อมูลเพิ่มเติมมาเพื่อผนวกเข้าเป็นมรดกโลกทั้งSite ร่วมกัน แบ่งความภาคภูมิใจและผลประโยชน์ของประชาชนร่วมกัน อยู่กันอย่างสงบสันติ Transboundary Property น่าจะเป็นทางออกเดียวเท่านั้น xxxxx xxxxxx สถาปนิก กลุ่มวิชาการอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร ผู้ช่วยเลขานุการอิโคโมสไทย |