พิมพ์หน้านี้
|
วันหยุดยาวขับรถท่องเที่ยวแบบเลื้อยไปเรื่อย ค่ำที่ไหนนอนที่นั่น เที่ยวนี้ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เป้าหมายด่านซ้าย ภูเรือ ท่าลี่ เชียงคาน เลาะชายโขง ไปทะลุหนองคาย เริ่มเดินทางไปตามถนนพหลโยธินจนถึงสระบุรี ตรงไปแวะสวนพฤกษ์ศาสตร์พุแคสถานที่นิยมถ่ายละครจักร ๆ วงศ์ทางทีวี จากนั้นเดินทางต่อไป แยกขวาออกไปทางลำนารายณ์ ผ่านวิเชียรบุรี มีร้านไก่ย่างดังหลายร้าน ถ้าเก่าแก่ต้องร้านตาแป๊ะหน้า ธกส.คนหนุ่มสาวนิยมสั่งไก่บ้านเหนียวหนับ คนแก่สั่งไก่พันธ์เนื้อนุ่ม อิ่มแล้วเดินทางต่อผ่านอำเภอบึงสามพัน ที่นี่เป็นสี่แยก ทางซ้ายไปนครสวรรค์และขึ้นภาคเหนือ ทางขวาขึ้นที่ราบสูงไปอิสานเขตจังหวัดชัยภูมิ เที่ยวนี้เราขับตรงไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์ และตรงต่อไปอีกถึงอำเภอหล่มสักเป็นสี่แยก ทางซ้ายไปจังหวัดพิษณุโลก ทางขวาไปออกชุมแพจังหวัดขอนแก่น เรายังคงตรงไปอำเภอหล่มเก่า และเตรียมตัวรับสภาพถนนซิกแซก โค้งซ้ายขวาถี่ตลอดทาง จนถึงอำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย แวะไหว้พระธาตุศรีสองรัก ขึ้นไปอฐิษฐานให้มีสองรัก หรือสองเราก็แล้วแต่ใจคิด เสร้จแล้วลงมาขับต่อไปยังอำเภอภูเรือ ตกเย็นพอดีหาที่พักเสียที่นี่เลือกเอาตามใจชอบถูกแพงก็มีให้เลือก ก่อนค่ำแวะดูสวนไม่ประดับมีอยู่หลายเจ้า ราคาไม่แพง ค่ำลงก็ดื่มกินให้อิ่มหมีพลีมัน ถ้ามีกีต้า ก็ดีดร้องขับกล่อมกันเอาเอง อย่านอนดึกนัก เพราะตอนเช้าเราต้องขึ้นภูเรือชมพระอาทิตย์ขึ้น จะได้เห็นทัศนียภาพแสงเงินแสงทองยามช้า ชวนให้ถ่ายภาพทั้งแบบใช้แฟลตและไม่ใช้แฟลตแล้วแต่ฝีมือ จุดที่จะถ่ายภาพสวยให้เดินลงมาจากศาลาชมวิวประมาณ 100-150 เมตร จะมองเห็นทิวเขาเป็นม่านจาง ๆ ตอนพระอาทิตย์สาดส่องแสงสีแสดเจิดจ้า รีบ ๆ ถ่ายซะเดี๋ยวจะสายโด่ง อย่าลืมถ่ายพระพุทธรูปในซุ้มบนยอดภูเรือที่ปะทะแสงสีของแดดส่องยามเช้า จะได้ภาพที่ประทับใจไม่รู้ลืม
ลงจากภูเรือมุ่งไปยังอำเภอท่าลี่แวะเที่ยวตลาดชายแดนไทย-ลาว ที่สะพานข้ามแม่น้ำเหืองเชื่อมเขตแดนไทย-ลาว ที่ตลาดชายแดนแห่งนี้มีสินค้าประเภทเทียมแท้ ๆ กับ แท้เทียม ๆ ให้เลือกมากมาย ต่อจากนี้ไปจะเข้าเขตอำเภอเชียงคาน ซึ่งจะเป็นจุดที่แม่น้ำโขงไหลมาเป็นเขตแดนกั้นไทยลาวอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เลี้ยวหายเข้าไปในเขตประเทศลาวที่อำเภอเชียงแสน ไหลผ่านเมืองหลวงพระบางก่อนจะวกกลับมาโผล่ที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลยแห่งนี้ ที่ชายแดนอำเภอท่าลี่ทั้งฝั่งไทยและลาวยังมีสภาพไม่คึกคัก บ้านช่องร้านตลาดยังบางตา จากนี้ไปเรามุ่งไปยังอำเภอเชียงคาน ตามทางหลวงหมายเลข 2195 โดยไม่ต้องย้อนเข้าจังหวัดเลย การเดินทางจากอำเภอท่าลี่ถึงอำเภอเชียงคานระยะทางไมไกลนัก เมื่อแรกถึงเชียงคานเรายังไม่แวะตลาด ให้ขับรถเลยไปที่แก่งคุดคู้เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน ที่นี่มีร้านอาหารเรียงรายอยู่ตามชายฝั่งโขง เมนูหลัก คือ ส้มตำ ปลาเผาคลุกเกลือ แต่ส้มตำที่นี่มีเอกลักษณ์พิเศษที่ เขาสับมะระกอละเอียดเป็นเส้นเล็ก ๆ ผสมกับรสจัด เปรี้ยว หวาน เค็ม ตำใส่มะเขือเครือ และมะเขือเทศทำให้น้ำเจิ่งรสแซบนัว จะสั่งตำไทย ใส่ถั่ว หรือตำลาวใส่ปู ก็รสเด็ดด้วยกันทั้งนั้น เวลากินตักส้มตำพร้อมน้ำที่เจิ่งเข้าปาก เคล็ดลับอยู่ที่มะระกอเส้นเล็กๆ นุ่มชุ่มฉ่ำน้ำแซบเข้าปากพร้อมกัน ของเขาเด็ดแซ่บจริงๆ ครับ ใครมาที่นี่อย่างน้อยต้องสั่งเพิ่มไม่ต่ำกว่า 3 ครก อิ่มแล้วเดินชมวิวแก่งคุดคู้ ซึ่งเป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงไหลมาประทะกับแนวโขดหินของฝั่งลาวที่ขวางกั้นเป็นทางยาว ทำให้แม่น้ำโขงทั้งสายแตกเป็นฟองพร่าพรายเชี่ยวกราก ส่งให้สายน้ำไหลอ้อมมาทางฝั่งไทย กลายเป็นแนวเว้าโค้งไปตามลำน้ำโขงที่ไหลอ้อมโขดหิน จึงเป็นที่มาของชื่อแก่งคุดคู้ มาถึงเชียงคาน ไม่ควรพลาดที่จะพักที่นี่เสียหนึ่งคืน เพราะที่พักหาง่ายราคาไม่แพง มีทั้งเป็นโรงแรม และเกรสเฮ้าส์ ตั้งเรียงรายอยู่ในตลาดเก่าริมแม่น้ำโขง ที่พักทุกแห่งจะมีระเบียงให้นั่งดูวิวอย่างสะดวกสะบายทั้งชั้นบน และชั้นล่างที่ทำเป็นร้านอาหารนั่งดูทัศนียภาพริมน้ำโขง ในเวลาเย็นย่ำจึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะนั่งจิบน้ำเสียนิสัยแล้วเหม่อมองทอดสายตาออกไป อาจเห็นสาวฝั่งลาวนุ่งกระโจมอกอาบน้ำอยู่ฝั่งตรงข้ามห่างออกไปไกลลิบ ส่งผลให้ความคิดที่คั่งค้างและหมักหมม จากหน้าที่การงานมลายไปสิ้น เหลือเพียงความคิดความหวังอันบันเจิดอยู่ที่สาวลาว ฝั่งกระโน้น การพักแรมที่เชียงคาน ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบกับการถ่ายภาพมีเวลาเดินทอดน่องถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ที่วัด และตลาดเชียงคานได้หลายมุมมอง เช่น วัดท่าครก มีโบสถ์เก่า ศิลปะแปลกตา (ตอนนี้เพิ่งทาสีใหม่) เป็นความงดงามทางศิลปะ ของช่างแถบนี้ และช่วงตอนเย็นควรเดินลัดเลาะริมโขงหาถ่ายภาพตามหมู่บ้าน ถ้าโชคดีมีโอกาสเห็นสาวไทยนุ่งกระโจมอกอาบน้ำ ควรใช้กล้องดี ซูมไกลได้คมชัด เตรียมพร้อมที่จะกดชัดเตอร์ถ่ายภาพตอนที่เธอพรวดขึ้นจากน้ำ มีกระโจมอกแนบเนื้อ และน้ำกระเซ็นสะท้อนแสงเป็นประกาย ท่ามกลางแสงตะวันยามเย็นทอดตามลำน้ำโขงเป็นทางยาว ถ้าไม่มีโชคแต่เห็นเพียงพ่อแก่ แม่เฒ่า อาบน้ำ พร้อมกับกลุ่มเด็ก ๆ ที่กำลังโดดน้ำเล่นกันอย่างสนุกสนาน ก็ซูมถ่ายภาพเอาไว้เถอะ ภาพเหล่านี้เป็นธรรมชาติการดำเนินชีวิตของคนในชนบทริมแม่น้ำโขง อาจส่งเข้าประกวดได้รับรางวัลโดยไม่รู้ตัว และจะประทับใจผู้ถ่ายภาพไปนานแสนนานไม่รู้ลืม ที่เชียงคานก่อนเข้านอนอย่าลืมสั่งเจ้าของที่พัก จัดซื้อข้าวปลาอาหารเพื่อตักบาตรในตอนเช้า ช่วงตีห้าครึ่งถึงหกโมงครึ่งจะมีพระภิกษุออกเดินรับบิณฑบาตรเป็นแถวยาว ผ่านโรงแรมหรือเกสเฮาส์ที่พักทุกเช้า นักถ่ายภาพก็อย่าพลาดถ่ายภาพ พระเดินแถวบิณฑบาตร และพวกเรากำลังตักบาตร ด้วยมุมกล้องที่หลากหลายทั้งใกล้และไกล หรือยืนบนที่สูงแบบ bird eye view เพื่อให้ได้ภาพประทับใจโดยไม่ต้องAction เสร็จจากตักบาตร เราไปที่ตลาดเช้าอำเภอเชียงคาน ดูชาวบ้านนำสินค้าของป่ามาขาย เช่น กบ เขียด แย้ อึ่งอ่าง ด้วงไม้ไผ่ ผักกระแยง และหน่อไม้หวาน วันนี้อาหารเช้าของเราคือ ข้าวเหนียวกับหมูปิ้งที่ตลาดสดนั่นเอง อ้อ..! อย่าลืมซื้อข้าวหลามใส้เผือกกระบอกยาวติดมือใส่รถไปด้วย อิ่มแล้วออกเดินทางต่อไปยังอำเภอปากชม การมาพักที่อำเภอเชียงคาน จะได้พบเห็นธรรมชาติและชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนที่ประทับใจไม่รู้ลืม ดังนั้น เมื่อเดินทางมาถึงเชียงคานแล้วจึงไม่ควรผ่านเลยไป จากนี้ไป เข้าเรื่อง วันหยุดยาวขับรถเที่ยวลัดเลาะชายโขงชมเกาะแก่ง เสียที จากเชียงคาน คือ จุดเริ่มต้นของเส้นทางเลาะริมโขง ไปตามทางหลวงหมายเลข 211 ซึ่งจะลดเลี้ยวลัดเลาะคดโค้งไปตามริมน้ำโขง และแม่น้ำโขงในช่วงนี้ มีทั้งช่วงแคบเพียง 20-30 เมตร และกว้างสุดเกือบกิโลเมตร ช่วงที่แคบเพราะมีโขดหินขวางระเกะระกะกลางลำน้ำ เมื่อสายน้ำประทะโขดหินทำให้แตกพร่าเป็นพรายฟอง กระเซ็นซ่านและเชี่ยวกราก เกิดเสียงดังก้องไปทั่วบริเวณ พวกเราอยู่ใกล้ ๆ ยังต้องตะโกนคุยกัน วิวทิวทัศน์ในช่วงนี้ คล้ายกับแม่น้ำโขงที่ไหลลงโขดหินที่คอนพะเพ็ง ของลาวทางใต้ เมืองปากเซ จำปาสัก ดังนั้น จึงไม่ต้องไปไกลถึงประเทศลาว เห็นภาพเช่นนี้ของไทยช่วงระหว่างอำเภอเชียงคานกับอำเภอปากชมก็ประทับใจไม่รู้ลืมแล้ว ตลอดเส้นทางสายนี้ นักขับรถอย่าลืมจอดแวะให้นักถ่ายภาพได้กดชัดเตอร์ ถ่ายภาพด้วยมุมมองและมุมกล้องมีให้เลือกนับไม่ถ้วน เช่น ภาพชาวบ้านกำลังหาปลา ยืนบนโขดหินท่ามกลางน้ำไหลเชี่ยว โดยมีฟองพรายน้ำที่กระเซ็นซ่านขาวโพลนเป็นฉากหลัง เส้นทางช่วงนี้นักขับรถควรแวะไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบร้อน หาจุดชมวิวและถ่ายภาพได้ตลอดเส้นทาง จนถึงอำเภอปากชม และจากนี้ไปจะเข้าสู่เขตจังหวัดหนองคาย ตั้งแต่อำเภอสังคม อำเภอศรีเชียงใหม่ และอำเภอท่าบ่อ ก่อนถึงอำเภอศรีเชียงใหม่ อย่าลืมแวะทำบุญวัดหินหมากเป้ง ของหลวงปู่เทสก์ เทสก์รังสี (มรณะภาพแล้ว) วัดนี้อยู่ติดแม่น้ำโขงวิวสวย และมีลูกหินขนาดยักษ์ จึงเรียกกว่า หินหมากเป้ง นอกจากนี้ยังมี Terrace ลานแผ่นหินยื่นลงไปที่แม่น้ำโขง เหมาะที่จะยืน Action ถ่ายภาพกลางแดดเปรี้ยงได้หลายมุมมอง แต่อย่ายืนชิดขอบริมหมิ่นเหม่มากเกินไป อาจหล่นโครมลงแม่น้ำโขง แต่ไม่เป็นไรสำหรับคนว่ายน้ำเป็น เสร็จแล้วเดินทางต่อไปยังอำเภอศรีเชียงใหม่ หาร้านอาหารริมโขง เพื่อชมวิวฝั่งตรงข้าม คือ เวียงจันทร์ เหมืองหลวงของประเทศลาวอยู่ที่นี่เอง สามารถนั่งเรือข้ามไปฝั่งเวียงจันทร์ท่องราตรี และเต้นรำจังหวะ บาซะร๊อก กับแม่หญิงลาวให้สนุกครื้นเครง เป็นเรื่องแปลกที่รัฐบาลไทยและรัฐบาลลาวไม่เคยคิดจะสร้างสะพานเชื่อมบริเวณนี้ สงสัยว่าต่างเกี่ยงกันว่าจะทำให้ประเทศใครเจริญกว่ากัน อิ่มอาหารริมโขงที่อำเภอศรีเชียงใหม่แล้ว พร้อมกับซื้อหมูยอหนัง ของดีที่นี่ติดมือเป็นของฝาก แล้วเดินทางต่อไปยังอำเภอท่าบ่อ ซึ่งเป็นแหล่งทำแป้งแผ่นตากแห้งเพื่อนำไปกินกับแหนมเนือง อาหารญวนอันเลื่องชื่อของจังหวัดหนองคาย ที่อำเภอท่าบ่อเราสามารถลัดเลาะริมโขงไปตามถนนสันเขื่อนกั้นน้ำท่วมหนองคาย จนถึงหนองคายก็ได้ แต่ต้องยอมกระเด็นกระดอนไปกับสภาพความขรุขระตลอดทาง ดังนั้น เราจึงไปตามถนนหมายเลข 211 ต่อไป จนถึงจังหวัดหนองคาย ให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการเดินทางเลาะริมโขง และถึงโดยสวัสดิภาพในเวลาเย็นพอดี มาถึงแล้วอย่าลืมไปไหว้หลวงพ่อพระใส ที่วัดพระใส ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดหนองคาย เสียก่อน แล้วจึงลัดเลาะดูวัดต่าง ๆ ในตัวเมืองหนองคาย จากนั้นก็หาที่พักมีโรงแรมหลายระดับ ให้เลือก ที่น่าสนใจมีโรงแรมไม้เก่าแก่อยู่กลางใจเมือง และราคาไม่แพง พักที่จังหวัดหนองคายเสียหนึ่งคืนก่อนที่จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในวันรุ่งขึ้น รุ่งเช้าได้เวลาเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร โดยใช้เส้นทางถนนมิตรภาพ หนองคาย อุดร ขอนแก่น นครราชสีมา สระบุรี และถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ คราวหน้าถ้ามีโอกาสขับรถท่องเที่ยว จะ Post มาแนะนำ เที่ยว เมืองไทยใหญ่อุดม ดินดีสม เป็นนาสวน ฯ ให้ชาว blog เกิดกิเลส อยากรู้ อยากเห็น อยากไป กันอีกครับ ปล. ขอเรียนว่ายังมือใหม่ในเรื่องการ Post บนเน็ต เพราะดันไปพิมพ์สด ๆ ที่เน็ต ทำให้หลุดบ่อย บางครั้งอุตส่าห์พิมพ์ไปตั้งหนึ่งหน้าเต็มๆ เพราะใช้วิธี นึกคิดเหตุการณ์ที่ผ่านมา ร่าง และ พิมพ์สด ๆ บนเน็ตไปด้วย เป็นเวลาหลายชั่วโมง เสร็จแล้วเน็ตหลุดข้อความที่พิมพ์ไว้หายไปด้วย โมโหและเสียดายมากเพราะเหนื่อย และอดหลับอดนอน กับการ Post เรื่อง ลัดเลาะแม่น้ำโขง อย่างมากเลยครับ อย่างไรก็ตามจะพยายามต่อไป
|
| << | สิงหาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |