พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2551 ได้เดินทางไกลไปฉลองแต่งงานหลานสาวที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเธอโชคดีได้รู้จักกับหนุ่มไทยจากจังหวัดอุดรธานีวิศวกรขุดเจาะน้ำมันโดยรู้จักกันทาง Internet และลงเอยด้วยการแต่งงาน ท่ามกลางแขกเหรื่อมากันอุ่นหนาฝาคั่ง
ผ่านสุโขทัย ก่อนไปงานแต่งหลานลุงต้าลี่ ที่พิษณุโลก
เดินทางจากกรุงเทพฯ ถึงจังหวัดกำแพงเพชร แวะไหว้ศาลหลักเมือง ได้ดูลิเกกลางแปลง เล่นแก้บนกลางวันแสก ๆ แต่งชุดลิเกพราวแพรว บนเวทีแบบ Open roof แม้จะร้อนระอุแต่ก็แสดงกันได้อย่างถึงอกถึงใจ แม้จะมีคนดูเพียง 2 -3 คนตามที่เห็นในภาพ
ศาลหลังเมืองกำแพงเพชร
ลิเก-กลางแปลง เล่นแก้บนศาลหลักเมืองกำแพงเพชร
บรรยากาศคนดูลิเกกลางแปลง มองไปโล่งแจ้งดี
จากกำแพงเพชรเดินทางต่อ มุ่งสู่จังหวัดสุโขทัยเมืองเก่า โชคดีที่เมื่อไปถึงฝนก็หยุดตกแล้ว เจ้าหน้าที่ประตูอุทยานบอกว่าฝนตกอย่างหนักเพิ่งหยุดเมื่อสักครู่นี้เอง เราจึงได้มีโอกาสถ่ายภาพมุมมองหลังฝนฉ่ำฟ้าไปแล้วมีแดดสว่างจ้า เส้นทางไปเมืองเก่าหรืออุทธยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มีทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 ชื่อ จรดวิถีถ่อง ตัดผ่านบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ ขับรถผ่านจะเห็นยอดพระเจดีย์แบบต่าง ๆ มี ทรงข้าวบิณฑ์ เอกลักษณ์เฉพาะที่สุโขทัยแห่งเดียว ทรงปรางค์สามยอด และทรงลังกาหรือระฆังคว่ำ เรียงรายเห็นแต่ไกล หลายท่านแม้จะเคยมาเที่ยวหลายครั้งแล้ว ก็ควรจะแวะอีกเพื่อชมความสง่างามของเจดีย์ซึ่งมีรูปแบบแปลกกว่าที่อื่น ๆ หลายรูปแบบ มีหลากหลายมุมมอง ที่สวยงามตระการตา ในบรรยากาศแตกต่างกัน เช่นในครั้งนี้ได้มีโอกาสเห็น ภาพหลังฝนฉ่ำฟ้า ทำให้อิฐมีสีแดงเข้ม ตัดกับใบไม้เขียวสด ท่ามกลางฟ้าใสยามบ่ายคล้อย
พระพุทธรูปสี่ทิศรอบฐานเจดีย์วัดมหาธาตุ ด้านทิศใต้
ทางเดินไปสู่พระประธานวัดมหาธาตุ จากทิศใต้ไปทิศตะวันออก
พระอัฏฐารศ ในซุ้มหลังพระประธานวัดมหาธาตุ
พระบาทของพระอัฏฐารศ เต็มไปด้วยมาลัยบูชา ในวันปกติเมืองเก่าสุโขทัย ก็มีมุมมองที่สวยงามทั้งยามเช้า ยามสาย ยามบ้าน และยามเย็น ยิ่งในเทศกาลลอยกระทงมีการแสดงแสงสีเสียง ชวนให้ถ่ายภาพในยามค่ำคืนท่ามกลางแสงสี และควันเทียน ได้ภาพที่สวยงามประทับใจผู้ถ่ายไม่รู้ลืม ทุกครั้งที่ไปเที่ยวเมืองเก่าสุโขทัย ลองแวะบ่อย ๆ จะเห็นมุมมองที่แตกต่างให้ถ่ายภาพได้อย่างจุใจหลากหลายมุมมอง ไปแล้วอย่ารีบร้อน เพียงวัดมหาธาตุแห่งเดียว ถ้าเดินอ้อมไปอ้อมมา หามุมมองก็ถ่ายภาพได้เป็นร้อยภาพ ทั้งมุมสูง มุมต่ำ มุมใกล้ และมุมไกล ทุกวัดในบริเวณเมืองเก่าสามารถขับรถแวะเข้าไปใกล้บริเวณได้สะดวกมาก โบราณสถานเขาเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 8.30-16.30 น. อัตราค่าเข้าชมคนไทยท่านละ 20 บาท
ชาวต่างชาตินิยมเช่ารถจักรยานตะเวณชมอุทยานประวัติศาสตร์ สภาพภายในกำแพงเมืองสุโขทัย เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นกำแพงพูนดิน 3 ชั้น โดยการขุดเอาดินขึ้นมาถมเป็นกำแพง และพื้นดินที่ขุดขึ้นยังเป็นคูน้ำไว้ใช้สอยและเป็นกำแพงน้ำขึ้นอีก 2 ชั้น กำแพงด้านทิศเหนือจดทิศใต้ยาว 2,000 เมตร ด้านทิศตะวันตกยาว 1,600 เมตร มีประตูเมือง 4 ประตู ด้านเหนือเรียกว่า "ประตูศาลหลวง" ด้านใต้เรียกว่า "ประตูนะโม" ด้านทิศตะวันออกเรียกว่า "ประตูกำแพงหัก"ด้านทิศตะวันตกเรียกว่า "ประตูอ้อ"
มุมมองด้านหน้าวัดพระมหาธาตุ ด้านทิศตะวันออก
พระอัจนะ วัดศรีชุม มุมมองเมื่อปิดประตู
หน้าองค์พระอัจนะ ขนาดเมื่อเทียบกับคนที่มาสักการะ
พระอัจนะ ในมุมมองหลังพิงฝาอีกด้านเมื่อถ่ายภาพนี้
ภายนอกซุ้มพระอัจนะ น้ำนองหลังในตกหนัก ภายนอกกำแพงเมืองในรัศมี 5 กม. มีโบราณสถานประมาณ 70 แห่ง สร้างขึ้นไว้ในพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์ ได้รับการบูรณะซ่อมแซมโดยกรมศิลปากร และได้รับการจัดตั้งให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO แล้วตั้งแต่ปี 2537 สำหรับนักเดินทาง Backpact สามารถเดินทางไปอุทยานฯ จากตัวเมืองสุโขทัย ด้วยรถประจำทางสายเมืองเก่า (รถสองแถว6ล้อตัวถังไม้) จอดรอรับบที่บริเวณท่ารถใกล้ป้อมยามตำรวจ ห่างจากสะพานข้ามแม่น้ำยมไปทางฝั่งตะวันตกราว 200 เมตร มีรถออกทุก 20 นาที เดี๋ยวนี้ค่าโดยสารคงประมาณคนละ 10-15 บาท และจากอุทยานฯ ก็มีรถจอดที่บริเวณลานจอดรถ ของศูนย์บริการนักท่องเที่ยวหน้าประตูอุทยาน ขอบคุณข้อมูลจาก Internet เวบของจังหวัดสุโขทัย ททท.และวิกิพีเดีย รวมๆ กันมาเรียบเรียงใหม่ ในสไตล์สำนวนลุงต้าลี่ อ่านข้อมูลแล้วเชิญชมภาพจากมุมมองที่แตกต่างมาฝากพร้อมคำบรรยายเชิญครับ...
วัดศรีสวาย มุมสะท้อนน้ำหลังฝนฉ่ำฟ้า
พระปรางค์สามยอดวัดศรีสวาย |
| << | กันยายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | ||||