• ลุงแจ่ม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : loongjame@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-31
  • จำนวนเรื่อง : 501
  • จำนวนผู้ชม : 104870
  • จำนวนผู้โหวต : 90
  • ส่ง msg :
อยากจะพูดคุยหรือมีปัญหาคับใจ ปรึกษา"ลุงแจ่ม" ที่หมวดหมู่ : ร้องทุกข์..กับลุงแจ่ม หรือ คุยกับลุงแจ่มสดๆทาง MSN ที่นี่ loongjame@hotmail.com
เวทีของชาวบ้านธรรมดา แลกเปลี่ยนทุกข์สุข แสดงความคิดเห็นความเป็นไปในชุมชนเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ปกป้องสิทธิและผู้บริโภค
Permalink : http://www.oknation.net/blog/loongjame
วันจันทร์ ที่ 14 พฤษภาคม 2550
มีปัญหาปรึกษาลุงแจ่ม/แบ่งปันประสบการณ์ ดี-ร้าย สู่เพื่อนบ้าน...คลิกที่นี่
Posted by ลุงแจ่ม , ผู้อ่าน : 917 , 12:04:56 น.   | หมวดหมู่ : ร้องทุกข์.....กับลุงแจ่ม  
พิมพ์หน้านี้



เขียนปัญหาของคุณ ที่นี่

หรือจะเล่าประสบการณ์ที่ได้พบเจอมา ทั้งดีและร้าย เพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจ หรือเป็นตัวอย่างให้กับเพื่อนบ้าน ชาวบล็อกทุกคน

เชิญบรรเลง ..ได้เลยครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16
หมูน้อย วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 15.47 น.
http://www.oknation.net/blog/Diaw-Dai


ภาพที่ 4
ความคิดเห็นที่ 15
หมูน้อย วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 15.47 น.
http://www.oknation.net/blog/Diaw-Dai


ภาพที่ 3
ความคิดเห็นที่ 14
หมูน้อย วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 15.46 น.
http://www.oknation.net/blog/Diaw-Dai


ภาพที่ 2
ความคิดเห็นที่ 13
หมูน้อย วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 15.45 น.
http://www.oknation.net/blog/Diaw-Dai


เมื่อวานนี้ช่วงบ่ายๆได้ไปขับรถเล่นจนไปถึงบ้านเพ จ.ระยอง พอขับไปถึงตลาดบ้านเพก็ไปเจอพระกลุ่มนึงซึ่งเตะตามาก ก็เพราะสีจีวรที่แสนจะแจ่ม สีส้มแปร๊ดดดดดด ทำให้เราอดหันไปมองไม่ได้ พอขับรถไปใกล้ๆถึงได้เห็นรายละเอียดมากขึ้น สิ่งที่เราเห็นก็คือ ชุดที่พระใส่นั้น ซึ่งจิงๆเราเรียกกันว่าจีวรน่ะ ถูกตัดเป็นเสื้อแขนยาวกับกางเกง แถมมีผ้าพาดไหล่ปล่อยชายยาวไปด้านหลัง (อยากรู้จิงใครเป็น Designer และคนตัดชุดนี้เนี่ยะ) มองตอนแรกคิดว่าเป็นชุดของพระนิกายไหนที่เราไม่เคยเห็นรึป่าว แต่พอมองขึ้นมาเรื่อยๆถึงใบหน้าของพระสามคนนี้ เราก็คิดว่า นี่ไม่ใช่พระนิกายไหนแล้วหล่ะ ก็2ใน3ของพระปลอมที่เดินซื้อของในร้านขายของฝากที่ตลาดบ้านเพนี่ซิ หน้าเด้งซะยิ่งกว่าเราซึ่งเป็นผู้หญิงแท้ๆซะอีก เรามองอยู่นาน มองในความทุเรศนะ จนขับรถผ่านเลยตลาดบ้านเพไปแล้วหล่ะ แต่ใจยังคิดอยู่ตลอดว่าศาสนาพุทธของเราเสื่อมลงทุกวันก็เพราะคนพวกนี้เอง มันน่าด่า และประจานจิงๆ และก็นึกขึ้นได้ว่า เอ๊ะ ในกระเป๋าเรามีกล้องถ่ายรูปติดมาด้วยนี่หว่า !!! ก็เลยตัดสินใจ ขับรถวนกลับมาที่ตลาดบ้านเพอีกรอบนึง กะว่าจะมาเก็บภาพเอามาให้เพื่อนๆได้ดูหน้ามารศาสนาซะหน่อย

พอขับรถมาก็เจอจิงๆ คนในชุดส้ม3คนนี้ยังเดินเลือกซื้อของอยู่ในตลาดบ้านเพ เราเลยจัดการแอบถ่ายภาพจากบนรถของเรา ภาพออกมาก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหล่ะ เสียดายที่ซูมไม่เห็นรายละเอียดบนใบหน้าให้ชัดๆกว่านี้ ทุกวันนี้ความศรัทธาในพระสงฆ์ลดลงไปทุกทีก็เพราะคนพวกนี้ ไม่ช่วยกันบำรุงพระพุทธศาสนาก็ไม่น่าจะทำลายศาสนากันเลย..............

นันภัส สาวบ้านฉาง ณ ระยอง
ความคิดเห็นที่ 12
konthaitour วันที่ : 25/05/2007 เวลา : 18.42 น.
http://www.oknation.net/blog/konthaitour
Chisanupong J.

เรื่อง : Home VDO เพื่อการท่องเที่ยวเชียงใหม่
จาก : Konthaitour โดย นาย ชิษณุพงศ์ จิระโชตินันท์กุล

ช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้ วันที่ 10 – 12 มิถุนายน 2550จะมีกรุ๊ปทัวร์ 21 ท่านจากประเทศมาเลย์เชีย เดินทางมาเที่ยวที่เชียงใหม่ และเที่ยวสถานที่หลักของ จ. เชียงใหม่ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน โดยมี บ. คนไทยทัวร์และทีมงานดำเนินงาน
โดยเป้าหมายหลักคือการโปรโมทการท่องเที่ยวของ จ. เชียงใหม่ให้ดียิ่งขึ้น และ คนไทยทัวร์จะมีการถ่ายทำโฮมวีดีโอระหว่างเดินทางและสถานที่ท่องเที่ยว ในลักษณะส่งเสริมการท่องเที่ยว จ. เชียงใหม่ หากดำเนินการเสร็จ บ. คนไทยทัวร์ จะทำการจัดส่งหรือเผยแพร่โฮมวีดีโอนี้ให้ผู้ที่สนใจ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
ทั้งนี้ บ. คนไทยทัวร์บริษัทนำเที่ยวใน จ. เชียงใหม่ เป็นเวปไซท์ สนับสนุนการท่องเที่ยวให้ผู้สนใจการท่องเที่ยวในภาคเหนือ และออกแบบ, จัดทำโปรแกรมทัวร์ในภาคเหนือให้ลูกค้าได้ตามต้องการ ด้วยดีไซน์ไม่จำกัด...
และท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ลิงค์ดังต่อไปนี้
http://www.konthaitour.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=409061
ป.ล.หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อโดยตรงได้ที่ Konthaitour
053-218661,081-3868314

ความคิดเห็นที่ 11
ideal วันที่ : 24/05/2007 เวลา : 11.01 น.
http://www.oknation.net/blog/saranya

มหานครแห่งหมาจรจัด............

ดิฉันในฐานะคนรักสุนัข และเป็นกรุงเทพมหานครต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาของผู้ว่ากรุงเทพมหานครในเรื่องสุนัขจรจัด

โดยได้ลงมือเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไข ด้วยการทำหนังสือถึงหัวหน้าฝ่ายควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า เพื่อขอความอนุเคราะห์ขอหน่วยเคลื่อนที่ทำหมันสุนัขจรจัดตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

หวังที่จะให้มีการทำหมันสุนัขจรจัดในบริเวณใกล้เคียงที่ตั้งของ สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ กทม. เพราะเห็นว่าน่าจะเป็นวิธีการเดียวที่จะลดการขยายจำนวนสุนัขจรจัดได้

แม้จะเป็นเพียงบางจุด แต่ก็ยังคิดว่าดีกว่าไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย และปล่อยให้สุนัขจรจัดเพิ่มจำนวนขึ้น หรือใช้วิธีแก้ไขโดยปล่อยให้สุนัขจรจัดตายด้วยความไม่ตั้งใจจากการถูกรถชนบนท้องถนนหลายสิบตัวในแต่ละวัน

ดิฉันทำหนังสือตั้งแต่เดือนตุลาคม 2549 หลายเดือนผ่านไปจนถึงปัจจุบันยังไม่เห็นวี่แววของเจ้าหน้าที่ เมื่อมีการทวงถามก็ได้รับการชี้แจงผ่านสายโทรศัพท์ว่าไม่ได้รับหนังสือบ้าง ให้ส่งมาใหม่ หรือต้องรอคิวบ้าง สลับกันไปแล้ววัน จนอ่อนใจ...........

ดิฉันหวังว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนปัจจุบัน ซึ่งมีผลงานมากมาย น่าจะเป็นผู้ว่ากรุงเทพคนแรกที่เข้ามาแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังได้แล้ว

และเชื่อว่าหากท่านให้ความสำคัญ บรรดาเจ้าหน้าที่ภายใต้การบังคับบัญชาของท่านคงจะกระตือรือร้นในการทำหน้าที่ของตนเอง

หากท่านได้แก้ไขปัญหาสุนัขจรจัด ซึ่งอยู่คู่กรุงเทพมหานครมานมนานได้ ประวัติศาสตร์จะจารึก.......

ขอบคุนลุงแจ่มที่เป็นสื่อกลาง

ความคิดเห็นที่ 10
มัชฌิมา วันที่ : 23/05/2007 เวลา : 14.33 น.
http://www.oknation.net/blog/muchshima
  อมยิ้มแก้มตุ่ย...น่ารักกว่า.... ทำหน้ามุ่ย ตั้งเยอะ !!!



ลุงแจ่มคะ มีเรื่องปรึกษาค่ะ
( เขียนรายละเอียดไว้ที่บล็อก http://www.oknation.net/blog/muchshima/2007/05/23/entry-2 )
ขอยกมาที่นี่ด้วยนะคะ

..
..

ขอปรึกษาเพื่อนๆโอเคเนชันค่ะ
เหตุจากมีเพื่อนมาปรึกษาอีกที
เรียกว่าเป็นการปรึกษาพร้อมๆกับระบายความทุกข์
ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครดี

บ้านของเพื่อนคนนี้ เป็นทาวน์เฮาส์อยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพ
อายุอานามของหมู่บ้านก็ประมาณเกือบๆ ยี่สิบปีได้แล้วมั้งคะ
จัดว่าเป็นหมู่บ้านที่มีสิ่งแวดล้อมดีพอสมควร
มีคณะกรรมการหมู่บ้าน มีระบบสาธารณูปโภคพร้อม

ทีนี้ ปัญหาที่นำมาปรึกษาคือ
ทาวน์เฮาส์หลังที่อยู่ปากซอยบ้านเพื่อนของฉันนั้น..
เดิมทีเป็นร้านอาหารของดาราดังคนหนึ่ง เมื่อสิบปีก่อน
เขาเปิดกิจการได้ประมาณสองสามปี ก็เซ้งให้เจ้าอื่นทำต่อ
เปลี่ยนกี่เจ้ากี่เจ้า ...ก็อยู่ได้แป๊บเดียว กิจการไม่ค่อยดี
เพราะแถวๆ นั้นมีตัวเลือกมากมาย

มาถึงรายล่าสุดนี่แหละ ที่ดูเหมือนจะอยู่ยาว
แต่มันสร้างปัญหาให้เพื่อนบ้านมากๆ

บ้านของเพื่อนฉันอยู่ถัดจากร้านนี้แค่เพียงหนึ่งห้อง
เขาเล่าว่า แรกๆ ร้านนี้ก็ดูเหมือนจะเจ๊งตามรอยเดิม
มีลูกค้าไม่มาก ...
แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
อยู่ๆ ก็มีผู้หญิงแต่งตัวโป๊ๆ มานั่งๆ ยืนๆหน้าร้าน
และเริ่มเปิดเพลงเสียงดัง .. ดังมากเหมือนมีคนมาตีกลองข้างๆ หู

เธอไม่สามารถนอนได้เลย เพราะนอกจากเสียงเพลงแล้ว
ยังมีเสียงกรี๊ดๆๆๆ เสียงร้องเพลงผิดคีย์แหกปาก
เสียงขี้เมามาทะเลาะกันหน้าบ้านของเธอ
อันนั้นไม่ว่า
เพราะเธอทำใจว่า เที่ยงคืนตีหนึ่ง ก็น่าจะเงียบ
เธอก็น่าจะนอนได้..ใช่ไหม

แต่มันไม่ใช่...
ช่วงหัวค่ำถึงเที่ยงคืน มีแค่เสียงเพลงเบาๆ
แต่หลังจากนั้นสิ ยิ่งดึก ยิ่งดัง ยิ่งกรี๊ด ยิ่งเมา
เสียงตึ้งๆๆ ของกลองในเสียงเพลงนั้นมันยิ่งดังขึ้น
เที่ยงคืนยันหกโมงเช้า

เพื่อนฉันนอนไม่ได้เป็นเดือนๆ แล้ว
เธอบอกฉันว่า ไม่รู้จะทำยังไง
โทรไป 191 ก็แล้ว
โทรไปแจ้ง สถานีตำรวจ ก็แล้ว
โทรไปเขต ก็แล้ว
เคยบอกเจ้าของผับแห่งนี้ ก็แล้ว
เสียงก็ไม่เคยเบาลงเลย

เธอไม่เข้าใจว่า ทำไมไม่มีใครจัดการอะไรให้เลย
เพราะไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่เดือดร้อน
เพื่อนบ้านอีกหลายบ้านก็เคยโทรไปแจ้งเหมือนที่เธอทำ

พึ่งจะมาถึงบางอ้อในวันหนึ่ง...
เธอเห็นรถตำรวจทั้งที่เป็นรถกระบะ และมอเตอร์ไซค์ ของ สน. ........
มาจัดปาร์ตี้ฉลองอะไรสักอย่าง ..คืนนั้นยันเช้า เสียงดังกว่าทุกคืน
พึ่งจะรู้ว่า...เจ้าของผับมีเพื่อนเป็นตำรวจ
พึ่งจะรู้ว่า...เจ้าหน้าที่เขตเป็นเพื่อนกับเจ้าของผับ
เคยมาตรวจตามคำร้องเรียนเหมือนกัน แต่ก็นะมาตอนหัวค่ำไม่ได้ยินเสียงดัง
และได้กินฟรี อิ่มแปร้
พึ่งจะรู้ว่า...นักเที่ยวที่มาร้านนี้ประจำคือพวกที่เลิกจากที่อื่นแล้วมาต่อ
มีที่นี่ที่เดียวที่เปิดดึกได้โดยไม่มีใครทำอะไร
ที่นี่จะมีมอเตอร์ไซค์ของลูกค้าจอดอยู่มากมายเป็นพิเศษ
ในคืนที่มีถ่ายทอดฟุตบอลนัดใหญ่ๆ
ที่นี่เป็นแหล่งนัดหมายเพื่อธุรกิจบางอย่างบางประการของ...
คนเจ้าของท้องที่..ที่คุณก็รู้ว่าใคร

เพื่อนของฉันต้องกินยานอนหลับในบางคืน เพราะเธอต้องการนอน
สุขภาพจิตและสุขภาพร่างกายของเธอย่ำแย่อย่างเห็นได้ชัด
เธอถามฉันว่า จะไปร้องเรียนกับใครได้อีก ช่วยเธอคิดหน่อย
ใครจะจัดการให้เธอได้
ในเมื่อคนที่มีอำนาจในท้องที่รู้เห็นเป็นใจแบบนี้

ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ไม่ได้ต้องการอะไรมาก
ขอแค่เสียงที่เบาลงในระดับที่เธอนอนหลับได้
หรืออย่างน้อย หลังตีหนึ่งไปแล้ว ช่วยเงียบๆ หน่อยได้ไหม
เธอขอแค่นั้นแหละ ... จะไปปรึกษาใครดีคะ


..


...

ทำยังไงดีคะ ลุงแจ่ม

ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9
Neung1 วันที่ : 23/05/2007 เวลา : 13.10 น.

ลองสังเกตุไม๊ ตั้งแต่มีรักษาการอธิบดีกรมตำรวจคนใหม่ ริมฟุตบาททางเดินริมถนนพระราม 1 ใต้ BTS สยาม มีการวางของแบกะดินขายยามค่ำคืนกันอย่างคึกคัก เมื่อก่อนมีการจับกุมห้ามขาย เพื่อไม่ให้กีดขวางทางเดิน เดี๋ยวนี้นับวันยิ่งมากขึ้น มากขึ้น จากตอนแรกๆ แค่บล็อกเดียว เดี๋ยวนี้ลามยาวมาเกือบทั้งถนน ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น เดี๋ยวนี้อนุญาตให้ขายกันขนาดนี้แล้วหรือ คิดว่าหากปล่อยไว้นานวันเดี๋ยวจะเหมือนโบ๊เบ๊ ไล่ก็ไม่ยอมไปหรอก
ความคิดเห็นที่ 8
JingJaiJingJing วันที่ : 21/05/2007 เวลา : 11.34 น.
http://www.oknation.net/blog/Aaree

ขอถามค่ะลุงแจ่ม

ก่อนที่พ่อจะเสียชีวิต เค้าซื้อรถมาจากเพื่อนคนหนึ่งซึ่งได้ทำโอนลอยเอาไว้ค่ะ มีเอกสารครบทั้งหมด แต่เนื่องจากพ่อเป็นพระจึงไม่ได้โอนค่ะ

ตอนนี้เอารถมาไว้ที่บ้านแต่ไม่มีที่จอดก็เลยกะว่าจะยกให้คนที่รู้จักกันค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าเอกสารที่โอนลอยเอาไว้หมดอายุหรือยังคะ เพราะสำเนาบัตรประชาชนที่เค้าเซ็นไว้หมดอายุแล้วค่ะ แล้วจะต้องทำอย่างไรต่อคะ

ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่ 7
Chaiyon วันที่ : 19/05/2007 เวลา : 17.01 น.
http://www.oknation.net/blog/Akemongkol

ทุกข์ของเด็กๆ นักเรียนบ้านบางกะปิ สังกัด กทม. กรณีชุดนักเรียนที่ได้รับแจกจากทางโรงเรียนปีละ 2 ชุด ปรากฎว่านอกจากจะเป็นชุดเสื้อผ้าที่ยอดแย่แล้ว ยังไม่สามารถนำมาใส่ได้ทันที เนื่องจากเบอร์แต่ละเบอร์ กับเด็กแต่ละคน ร้อยทั้งร้อยจะไม่ตรงกัน ไม่เล็กก็ใหญ่ เป็นอะไรที่แย่มากๆ จะให้ของฟรีทั้งทีน่าจะให้ของดีๆ ตรงความจำเป็นขั้นพื้นฐานของเด็กๆ หน่อยไม่ได้บ้างหรือไรครับ.. ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือว่าที่ให้มานี้ถือว่าวิเศษที่สุดแล้ว อยากถามว่าลูกของผู้ว่า ของรองผู้ว่า ของผู้บริหาร กทม. เคยเรียนโรงเรียน กทม. หรือไม่ และเคยได้รับแจกเสื้อผ้าแบบนี้หรือเปล่าครับ ถ้าไม่เคยก็เชิญไปสอบถามคนที่เคยดูนะครับ ผู้ร้องเรียน จาก...เด็กนักเรียนชั้น ป. 4 โรงเรียนบ้านบางกะปิ
ความคิดเห็นที่ 6
Freedomheart วันที่ : 19/05/2007 เวลา : 14.10 น.
http://www.oknation.net/blog/Freedomheart


ฉันเหมือนหมาเหงา




............................. ฉันหิว ฉันโง่ ฉันเขลา

............................. ฉันจึง มาหา ความหมาย

............................. ฉันเรียน ฉันโพสท์ มากมาย

............................ สุดท้าย ฉันไม่ได้ กำลังใจ !





ท้ายนี้ : ถ้าฉันได้กำลังใจไม่เพียงพอ .....ฉันคงต้องจากพวกเธอไป.....เพราะฉันมันไม่มีความหมาย.
ความคิดเห็นที่ 5
ลุงแจ่ม วันที่ : 18/05/2007 เวลา : 14.15 น.
http://www.oknation.net/blog/loongjame

ตอบ...คุณอิตถี .....เรื่องที่ป้าชอบยุ่ง!!


กองตรวจคนเข้าเมือง ประจำสถานทูตออสเตรเลีย แนะนำว่า การที่ผู้หญิงไทยแต่งงานกับชาวออสเตรเลีย แล้วต้องการแจ้งเกิดให้ลูกเพื่อให้ได้สัญชาติของประเทศพ่อด้วยนั้น ต้องมีหลักฐานความสัมพันธ์ของพ่อแม่ เพื่อเป็นการยืนยันว่าเป็นพ่อแม่ของเด็กจริง การที่จะทำเรื่องขอสัญชาติไม่สามารถทำเสร็จได้ในวันเดียว ต้องมีการพิสูจน์ดีเอ็นเอของพ่อแม่ อย่างน้อยต้องใช้ระยะเวลา 5-10 วัน และขึ้นอยู่กับการเตรียมความพร้อมของเอกสาร

หลักฐานที่ต้องใช้ในการยื่นขอสัญชาติให้ลูก

- แบบฟอร์ม 118 โหลดได้ที่ www.immi.gov.au

- สูติบัตรที่แจ้งเกิดในประเทศไทย แปลเป็นภาษาอังกฤษ

- รูปถ่ายเด็ก 2 ใบ (เด็กอายุไม่เกิน 18 ปี)

- สำเนาพาสปอตพ่อแม่ย้อนหลัง 1 ปี ก่อนเด็กเกิด

- หลักฐานแสดงความสัมพันธ์ของพ่อแม่ เช่น ทะเบียนสมรส

แจ้งเกิดช้า ไม่เสียค่าปรับ แต่ต้องแจ้งก่อนที่เด็กจะมีอายุ 18 ปี ถ้าเกิน ไม่สามารถแจ้งได้

ลุงแจ่ม
ความคิดเห็นที่ 4
ยกธงรบ วันที่ : 16/05/2007 เวลา : 12.51 น.
http://www.oknation.net/blog/TalkWeekend


ผมเป็นคนนึงที่มีปัญหากับระบบแอดมิดชั่นที่จะเกิดกับผมใน ปีการศึกษาหน้าแน่ๆๆ ปัญหาของผมคือ การสอบเข้ามหาลัยของเด็ก ปวช. ต้องสอบ O-net A-net เหมือนสายสามัญหรือไม่ ผมลองไปถามผู้รู้บางท่าน บอกว่าสอบ บางท่านบอกว่าไม่ต้องสอบแต่ไปสอบตรงกับมหาลัย ผมมีความคิดว่าถ้าต้องสอบ O-net A-net สายอาชีวะจะใช้ข้อสอบเดียวกับสายสามัญหรือไม่ ถ้าสอบตรงเราต้องสอบข้อสอบเดียวกับสายสามัญหรอไม่ ปัญหาเกิดขึ้นแน่ๆ ถ้าใช้ข้อสอบเดียวกัน เพราะว่าเราเรียนมาไม่เหมือนกัน และถ้าใช้ข้อสอบเดียวกันสอบ เราเหลือาทงเลือกเพียง 2 ทาง คือ 1. มหาวิทยาลัยเอกชน 2. มหาวิทยาลัยเปิด ซึ่งถ้าเรียนต่อ มหาวิยาลัยเอกชน ต้องจ่ายค่าหน่วยกิตแพงๆ กว่ามหาลัยของรัฐหลายเท่า และถ้าเรียนมหาลัยเปิด ก็ไม่มีบางสาขาเช่น สาขาที่ต้องปฏิบัติงานจริงอย่างการโรงแรม และมหารลัยราชภัฎก็คงไม่อย่างกับมหาลัยของรัฐอื่นๆๆเท่าไหร่ และถ้าไปเรียนต่อ ปวส บางสาขาวิชาอย่างเช่น สาขาภาษาต่างประเทศไม่มีเปิด. ผมอยากให้รัฐเยียวยาพวกเราบ้าง ตอนนี้พวกเรากลายเป็น ประชากรนักเรียนระดับ 2 ไปโดยปริยาย อย่างกระผมเรียนในสาขาวิชาต่างประเทศ ซึ่งหากไปสอบแข่งขันกับสายสามัญคงสู้ไม่ได้ เพราะเราเรียนเน้นการอ่านเอกสารในสำนักงานมากกว่าการพูด ผมมีคำถามจะถามท่านๆ ดังนี้

- นักเรียน ปวช มีสิทธิ์สอบ O-net A-net หรือไม่ ถ้ามีการสอบเราจะสอบได้อย่างไร

-ถ้าสอบตรงกับมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยจะใช้ข้อสอบเดียวกันกับสายสามัญหรือไม่

-ทำไมบางสาขาวิชาเช่นรัฐศาสตร์ บัญชีของมหาลัยของรัฐบางแห่งรับแต่เด็กที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นม.6เท่านั้นทั้งที่เด็ก ปวช.ก็เรียนบัญชีแล้วเรียนเก่งด้วย หรือบางคนสนใจรัฐศาสตร์ ทำไมมหาลัยเปิดถ้าเด็กไปเรียนทำไมเรียนได้ แต่ทำไมมหาลัยของรัฐบางแห่งเรียนไม่ได้

-คุณคิดว่าแนวทางแบบนี้ รัฐบาลจะเยี่ยวยาอย่างไร

ผมอยากให้รัฐบาลเลิกซะทีกับระบบที่แกล้งเด็กแบบนี้ อย่างนักเรียนที่ผูกคอตาย คุณเห็นหรือยังว่าเด็กมีความคาดหวังไว้อย่างไร ทุกวันนี้ เด็กมองว่าถ้าเรียนจุฬา ธรรมศาสตร์ มันโก้ มันเท่ มันหางานง่ายกว่าเรียน ราม หรือเรียนราชภัฎ ผมคิดว่าถ้าแก้ไม่ได้แล้วยังมีเด็กอีกมากที่มีปัญหา แล้วปัญหานั้นคงทวีความรุนแรง เพิ่มขึ้นแน่ๆ ถ้ารัฐไม่ใส่ใจกับความคิด ความอ่านของเด็ก

ถ้าจะตอบกลับทาง โทรทัศน์ หรือทางหนังสือพิมพ์ โปรดแจ้งทางอีเมลด้วยนะครับ dido_cx@hotmail.com
ความคิดเห็นที่ 3
suple วันที่ : 15/05/2007 เวลา : 19.58 น.
http://www.oknation.net/blog/suple

เมื่อเช้านี้ได้มีโอกาสดูรายการคุยกับลุงแจ่ม เกี่ยวกับปัญหาเรื่องการใช้บัตร ATM หรือบัตรเครดิตกดเงินจากตู้เอทีเอ็มแล้วเงินไม่ออก ซึ่งดิฉันเคยมีปัญหานี้เกิดขึ้นกับตัวเอง และเมื่อประมาณวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมาดิฉันได้ post คำถามใน blog ของ
ลุงแจ่มเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว ตอนนี้ปัญหาของดิฉันได้รับการแก้ไขแล้วค่ะ ขอบคุณลุงแจ่มที่ช่วยรับฟังปัญหา และช่วยเป็นสื่อกลางช่วยเหลือประชาชนผู้ที่เดือดร้อน หรือถูกเอาเปรียบค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
คนชอบติดตามข่าวหุ้นวันนี้ วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 16.12 น.
http://www.oknation.net/blog/setnews

ขอรบกวน ถามลุงแจ่ม

เพื่อนดิฉัน
เป็นหนี้บัตรเครดิตหลายใบ

ไม่ได้ส่งมาหลายเดือนแล้ว

มีจดหมายจาก สนง ทนายความมาที่บ้านบ่อย

อยากทราบว่า เป็นคนต่างจังหวัด

แล้วถ้าเจ้าหนี้ บัตร อยู่ กทม ถ้าโนฟ้อง

ต้องขึ้นศาล กรุงเทพ หรือ ต่างจังหวัดที่

ลูกหนี้ อยู่ คะ เพื่อนดิฉันอยากรู้ คะ


ขอขอบคุณ ลุงแจ่ม ล่วงหน้าคะ
ความคิดเห็นที่ 1
อิตถี วันที่ : 14/05/2007 เวลา : 12.15 น.
http://www.oknation.net/blog/hansiao
วันหนึ่งมีมากกว่า ๒๔ ชั่วโมง..

เรื่องที่ป้าชอบยุ่ง!!

มีเรื่องให้ลุงแจ่มช่วยค่ะ ปัญหาที่น้องสาว มีสามีเป็นชาว ออสเตรเลีย คลอดลูกชายเมื่อ 28 เมษายน ที่ผ่านมาคงด้วยความเห่อของญาติ ๆ อาจจะไม่รู้เรื่องว่าต้องทำ ต้องเตรียมอะไรอีกบ้างที่เป็นเอกสารเกี่ยวกับตัวเด็ก เฉพาะที่เกี่ยวกับออสเตรเลียเลย

เรามันชอบยุ่งเลยบอกว่าต้องรีบๆ ดำเนินการ จะเว้นช่วงไว้นานๆ ไม่น่าจะเป็นผลดี เพราะเป็นเรื่องต้องทำตามกฎหมาย ก่อนที่พ่อเขาต้องเดินทางกลับไปทำงานที่ต่างประเทศวันที่ 18พ.ค.50 กว่าจะกลับพอดีกัน ทำไมถึงใจเย็นอยู่ได้

จนกระทั้งวันนี้เช็คไปที่สถานทูตออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่ที่ทราบเรื่อง จะมาทำงานตอน บ่ายสองถึงบ่ายสี่โมง โทรไปตอนนี้ไม่มีคนตอบได้

ส่วนเอกสารความเป็นคนไทยเขาแจ้งเรียบร้อยแล้วค่ะเขามี ใบเกิด และมีชื่อในทะเบียนบ้านแล้ว

จะถามว่า 1. การแจ้งเกิดของประเทศพ่อเขา ต้องใช้เอกสารใดๆบ้าง ประเภท 1 2 3 ประเภททราบและเตรียมเอกสาร ไปทำเรื่องที่สถานทูตแล้ว เรียบร้อย จบในวันเดียวได้หรือไม่
2.หากพ่อไม่ได้แจ้งเกิดลูกภายในกี่วัน จะโดนปรับหรือ จะโดนตัดสิทธิหรือไม่...อย่างไร

ขอบคุณมากค่ะ


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

สุสานช้างไทย

บ้านหลังสุดท้ายของช้างไทยที่ได้รับบาดเจ็บและพิการอยู่กลางป่า อ.งาว จ.ลำปาง

View All
<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31