วันอาทิตย์ ที่ 1 กรกฎาคม 2550
กลัวว่า ...กองทุน จะเป็นเหมือน ประกันสังคม
Posted by
ลุงแจ่ม
,
ผู้อ่าน : 290
, 23:49:36 น.
| หมวดหมู่ :
นักข่าวชาวบ้าน
พิมพ์หน้านี้
|
ขณะที่สภานิติบัญญัติกำลังพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ในวาระ 2 นั้น ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ทั้งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (เอทีทีเอ) สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ร่างกฎหมายนี้ อาจจะมีกระทบค่อนข้างรุนแรงมาก ถึงขนาดที่ผู้ประกอบธุรกิจนี้ มีโอกาส "ติดคุก" ได้ ดังนั้นจึงต้องพิจารณาให้ละเอียดและรอบด้านมากขึ้น ด้วยข้อความคิดเห็นดังต่อไปนี้ โครงสร้างคณะกรรมการ ไม่เป็นธรรม
คณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ มีจำนวนทั้งสิ้น 14 คน เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง 7 คน และกรรมการที่รัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวน 7 คน สมาคมขอตั้งข้อสังเกตว่า บทบาทของสมาคมผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ประกอบไปด้วยผู้บริหารซึ่งเป็นผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยว มีบทบาทในการเพิ่มขีดความสามารถในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอันมีผลกระทบต่อการเพิ่มและลดจำนวนนักท่องเที่ยว ในขณะที่สมาคมมัคคุเทศก์ก็เป็นเพียงหน่วยงานหนึ่งที่สนับสนุนผู้ประกอบการท่องเที่ยวในการดำเนินธุรกิจเท่านั้น
ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวเป็นผู้ชำระเงินกองทุนคุ้มครองธุรกิจการท่องเที่ยวเพียงฝ่ายเดียว แต่ผู้ประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ซึ่งไม่มีหน้าที่ต้องชำระเงินกองทุนดังกล่าว ผู้แทนผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวเป็นคณะกรรมการสองคน และผู้แทนสมาคมมัคคุเทศก์ก็เป็นคณะกรรมการถึงสองคน โดยมีอำนาจร่วมกำหนดระเบียบหลักเกณฑ์ และวิธีการปฏิบัติในร่างกฎหมายนี้ ตลอดจนมีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียน โดยมีคะแนนเสียงเท่าเทียมกับผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว จึงไม่น่าจะเกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว
ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวจำแนกได้เป็น 3 ประเภท คือ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวภายในประเทศ ผู้ประกอบธุรกิจนำชาวต่างประเทศมาเที่ยวในประเทศไทย และผู้ประกอบธุรกิจนำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งมีการจดทะเบียนเป็นสมาคมเฉพาะด้านและมีทั้งที่จดทะเบียนในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวแต่ละประเภทจะมีปัญหา อุปสรรค หรือข้อขัดแย้งที่แตกต่างกันไป การที่กำหนดให้ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวมีจำนวนเพียงสองคน ทำให้สมาคมผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวบางประเภทไม่อาจเป็นคณะกรรมการได้ ทำให้ไม่อาจนำเสนอปัญหา อุปสรรค หรือข้อขัดข้องในที่ประชุมได้ มีหน้าที่เพียงนำส่งเงินกองทุนและปฏิบัติตามระเบียบเดิมและหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับเท่านั้น
ในกรณีที่สมาคมผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวไม่อาจตกลงกันได้ เกี่ยวกับการเสนอผู้แทนสมาคมเป็นคณะกรรมการ ร่างกฎหมายนี้กำหนดให้รัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้งนายกสมาคมตามที่ผู้อำนวยการเสนอ ซึ่งเป็นการให้อำนาจฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการเข้ามาก้าวก่ายในการคัดเลือกตัวแทนผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว การแต่งตั้งนี้อาจเป็นข้อขัดแย้งที่รุนแรงต่อไปในภายหน้าได้ เนื่องจากนายกสมาคมที่ได้รับการแต่งตั้งอาจจะไม่เป็นที่ยอมรับของสมาคมอื่นๆ ได้ จึงจำเป็นต้องกำหนดวิธีการสรรหาผู้แทนที่เหมาะสม
อีกเรื่องก็คือ ข้อกำหนดให้กองทุนคุ้มครองธุรกิจการท่องเที่ยวนั้น ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องชำระเงินสมทบเข้ากองทุนตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงโดยไม่ได้กำหนดเพดานสูงสุดไว้ ทำให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบเข้ากองทุนได้ตามอำเภอใจ อาจสร้างภาระให้แก่ผู้ประกอบการได้
นายประเสริฐ อิศวพรชัย (ปธ.คกก.การท่องเที่ยวและบริการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย) นายศุภฤกษ์ ศูรางกูร (นายกสมาคมไทยธรุกิจการท่องเที่ยว) นายเอนก ศรีชีวะชาติ (นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว) น.ส.มัสลิน สุขพัฒนานรากุล (นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ)
|