วันอังคาร ที่ 7 สิงหาคม 2550
ผมมีเมียเป็นครู ไม่เข้าใจระบบยกวิทยฐานะของครูเป็นอย่างมาก (ทำอาจารย์ 3 )
Posted by
ลุงแจ่ม
,
ผู้อ่าน : 341
, 18:16:26 น.
| หมวดหมู่ :
นักข่าวชาวบ้าน
พิมพ์หน้านี้
|
ผมมีเมียเป็นครู มีความไม่เข้าใจในระบบของการยกวิทยฐานะของครูเป็นอย่างมาก ตัวผมเองมีความรู้สึกที่ไม่ดีต่ออาชีพครูในขณะนี้เลย ตอนนี้พวกครูใกล้จะเกษียณกันแล้ว (ไม่ทุกคน) ต้องมาทำผลงานให้พล่านกันไปหมด
แก่จะตายกันอยู่แล้ว สอนหนังสือกันมา 20-30 ปี จะต้องมานั่งอ่าน หนังสือวัดแววความเป็นครู ต้องหมดเงินหมดทองไปกับการทำเอกสาร ค่าแฟ้ม ค่าถ่ายเอกสาร เข้ารูปเล่ม ค่าจ้างพิมพ์ ให้ลูก-ผัวพิมพ์งานจนดึกดื่น ต้องจ่ายค่าอบรม ค่าวิทยากร ค่าอาหาร ค่าโรงแรม ค่ารีสอร์ท ค่าน้ำมันรถ ค่าเช่ารถ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอีกมากมาย
ชีวิตครอบครัวผมตอนนี้ไม่มีความสุขเลย เครียด หงุดหงิด
ชีวิตครูก็เสี่ยงภัยขึ้น ในการเดินทางไปอบรมต่างจังหวัด ทั้งที่ไม่จำเป็นเลย ไม่รู้มีผลประโยชน์กับโรงแรม ร้านอาหาร รีสอร์ท หรือเปล่า งานสอนประจำวันก็บกพร่อง ยังมองไม่เห็นประโยชน์ชัดเจนกับเด็ก ชีวิตปัจจุบันดูวุ่นวาย เหนื่อยหน่ายเหลือเกิน หมดกำลังใจกันไปตามๆ กัน
เกิดอะไรขึ้นกับวงการนี้ เอกสารเป็นตั้งๆ ส่งไปทำอาจารย์ 3 ก็ไม่ผ่าน ไม่รู้เอามาตรฐานอะไรกัน ไม่ผ่านกันเยอะแยะ หมดเงินตรงนี้ไปเป็นหมื่นๆ ส่งเอกสารรวมกันทั้งจังหวัดเป็นคันรถบรรทุก ไม่มีที่จะเก็บ เอาไปหมกกันไว้ฝนสาดเสียหาย ทางกระทรวงมิได้ให้ความสำคัญใดๆ เอาไปขายแม่ค้ากล้วยทอดยังได้ประโยชน์มากกว่า ผลไม่ผ่านอ้างโน่นอ้างนี่ จะต้องจ่ายเงินไปอบรมไปค้างไปกินกันอีก บางคนต้องกู้เงินนอกระบบมา บางครอบครัวยากจนไปเลย เตรียมตัวยังกับอาจารย์สอนมหาวิทยาลัย ทั้งที่สอนเด็กแค่ ป.1-ป.6
ไม่มีหน่วยงานใดมาสอบถามความเห็นของพวกครูบ้างว่า ปัญหาจริงๆ ในการสอน มีอะไรเป็นปัจจัยสำคัญ เด็กๆ ก็มีปัญหาครอบครัวกันมากมาย ต้นเหตุมาจากหลายเรื่องทางครอบครัว และหลายเรื่องๆ ที่ทางกระทรวงไม่เคยใส่ใจ และให้ความสำคัญ
คนที่สรรหาผลงานให้กระทรวงและพวกครูต้องเดือดร้อน ก็คงเป็นพวกนักคิดนักเรียนนอกทั้งหลายที่ส่งไปเรียนเมืองนอก แล้วลอกเขามาทั้งดุ้น ที่จะให้การศึกษาของเราเท่าเทียมเขา จะเป็นไปได้อย่างไร องค์ประกอบต่างกันมาก อยากจะให้พวกนักเรียนนอก ดอกเตอร์ทั้งหลาย ลงพื้นที่สำรวจ ลองมาศึกษาชีวิตครูเขาดูบ้าง ไม่ใช่นั่งเทียน นั่งสั่งกันอยู่บนโต๊ะในห้องแอร์
พวกครูเขาสอนกันมา 30-40 ปี ไม่เคยมาสนใจในอาชีพของเขา นั่งสั่งอัดอะไรลงมาจนจะทนไม่ไหวกันแล้ว สอนมาจนจะเกษียณกันอยู่แล้ว ต้องมานั่งอ่านหนังสือวัดแววความเป็นครูกันตอนใกล้เกษียณ จะเพิ่มเงินให้สักหน่อยก็ให้ทำผลงานอะไรมากมาย อะไรกันนักหนากับการสอนเด็กชั้นประถม ลำบากต้องสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินมากมายนัก ก็ไม่ต้องอัดอะไรมาให้ครูมากมายนักหรอก คนในกระทรวงทำงานกันสบาย อยู่ในห้องแอร์บัญชาการลูกเดียว
จุดประสงค์อยากจะให้ทบทวน สำรวจตรวจสอบ สอบถามความเห็นของพวกครูเขาดูบ้าง อยากให้ทำอะไรมองเรื่องการปฏิบัติบ้าง อย่าอัดแต่ทฤษฎีจนเกาไม่ถูกที่คัน จะเอาพวกครูไปสอนมหาวิทยาลัยหรือไงกัน และขอให้ทบทวนก่อนตอบด้วย สามีครู
หมายเหตุ : การยกวิทยฐานะของข้าราชการครู ในการทำอาจารย์ 3 ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ ความพร้อม และศักยภาพของครูแต่ละคน ไม่มีการบังคับ
สำนักงานพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ชี้แจงว่า การทำอาจารย์ 3 เป็นการยกวิทยฐานะของครูที่อยู่ในระดับอาจารย์ 2 ซึ่งหลักเกณฑ์การพิจารณามี 2 ระบบ คือ ระบบเก่าที่ใช้เมื่อปี 2547 เป็นการทำผลงานทางวิชาการ การรายงานผลการทำงานเป็นรูปแบบการวิจัยความชำนาญการในวิชาชีพครู โดยจะมีผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับจำนวน 3 คน เป็นผู้ตรวจผลงาน ถ้าผ่านก็ได้รับการเพิ่มวิทยฐานะเป็นอาจารย์ 3 มีค่าตอบแทนประมาณ 1 หมื่นบาทเศษ แต่ถ้าไม่ผ่านการพิจารณา ก็จะมีการชี้แจงเหตุผลว่า ไม่ผ่านเพราะอะไร และระบบใหม่ที่เริ่มเมื่อปี 2548 ซึ่งยุ่งยากน้อยกว่าระบบเก่า
ทาง สพฐ.ได้จัดอบรมแนะนำวิธีการทำอาจารย์ 3 ให้แก่ผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณาในระบบเก่า ซึ่งมีถึง 2 หมื่นกว่าคน ไปเมื่อเดือนมีนาคม 2550 เป็นรุ่นแรก ส่งผลให้มีผู้ผ่านการพิจารณาไปกว่า 7,000 คน ส่วนที่เหลือ สพฐ.จะจัดอบรมแนะนำให้อีก 2 รุ่น เพราะต้องการให้ทุกคนที่ตั้งใจทำอาจารย์ 3 ผ่านการพิจารณา
ในจำนวนผู้ที่ยังไม่ผ่านการพิจารณาอาจารย์ 3 นั้น มีครูที่จะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายน 2550 จำนวน 22 คน ทาง สพฐ.พยายามช่วยเหลือและให้คำแนะนำอย่างเต็มที่ เพื่อจะได้ยกวิทยฐานะเพื่อเป็นเกียรติกับชีวิตราชการ และส่งผลต่อการคิดคำนวณบำเหน็จบำนาญต่อไป
ข้าราชการครูท่านใดที่ยังทำอาจารย์ 3 ไม่ผ่าน หรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สอบถามได้ที่ สำนักงานพัฒนาระบบริหารงานบุคคลและนิติการ สพฐ.โทร.0-2288-5656-7 หรือ สพฐ.โทร.0-628-8884, 0-2280-6290 ลุงแจ่ม
|