วันศุกร์ ที่ 8 สิงหาคม 2551
ถูกใบสั่ง ทั้งๆ ที่ไม่ผิด
Posted by
ลุงแจ่ม
,
ผู้อ่าน : 181
, 08:42:25 น.
| หมวดหมู่ :
เปิดซองส่องไทย
พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2551 เวลา 11.00 น. ดิฉันขี่มอเตอร์ไซค์ไปถนนเพชรเกษม มีตำรวจ สน.หลักสอง ตั้งด่านเป็นจำนวนมาก และได้เรียกรถคันหน้าดิฉันแต่ดิฉันคิดว่าคงไม่ถูกเรียกก็เลยขี่รถเข้าไปที่ด่าน สักพักก็มีตำรวจเดินเข้ามาตรวจเอกสารก็มีครบแต่ตำรวจก็ไม่คืนใบขับขี่ให้ และแจ้งข้อหาว่าดิฉันขับรถไม่ชิดขอบซ้าย ทั้งๆ ที่ดิฉันขี่รถตามรถเมล์มา ไม่ได้ออกขวาเลย
ตำรวจบอกว่าคุณผู้หญิงมีเอกสารครบ แต่ทำผิดกฎก็ต้องถูกปรับ
ดิฉันบอกคุณตำรวจว่า เชื่อไหมว่าดิฉันถูกจับแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว ครั้งแรก สน.ท่าพระ ตำรวจแอบอยู่ตรงธนาคาร แฟนดิฉันเป็นคนขี่ แต่พอดีดิฉันเกิดคันหัวจึงถอดหมวกออกเพื่อเกา คุณตำรวจเห็นเข้าก็แจ้งข้อหาไม่สวมหมวกทั้งๆ ที่เพิ่งถอดออก ครั้งที่ 2 สน.จักรวรรดิ ตรงป้อมตำรวจที่จะเลี้ยวซ้ายไปสะพานพระปกเกล้า แต่ดิฉันไม่ทราบทางก็เก้ๆ กังๆ จึงตรงไปก็ถูกตำรวจตรงป้อมเรียก แต่ครั้งนี้ตำรวจบอกเองว่า จะให้ช่วยไหม ดิฉันถามว่าเท่าไร ตำรวจบอกว่าแล้วแต่จะให้ ดิฉันก็เลยให้ไป 100 บาท
แต่ที่อยากจะร้องเรียนก็เรื่องตำรวจยัดใบสั่งให้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ผิดแล้วข้อหานี้ต้องจ่ายถึง 400 บาท ใครจะมีปัญญาไปจ่ายได้ทุกครั้งคะ และยิ่งไม่ผิดด้วย (ดิฉันยังไม่ได้ไปจ่ายเลย) ตำรวจคนนี้ดูในใบสั่ง รหัส 669 แต่ไม่ทราบชื่อ
เท่าที่ทราบตำรวจได้เงินเปอร์เซ็นต์จากใบสั่งด้วย อาจทำให้ตำรวจจ้องแต่จะออกใบสั่ง ทั้งๆ ที่บางคนไม่ได้ทำผิด ไม่เป็นธรรมเลยจริงๆ คนดวงซวย ตอบ พ.ต.ต.สัญชัย สุขธวัช สารวัตรจราจร สน.หลักสอง ชี้แจงว่า ตำรวจทำตามหน้าที่ไม่เกี่ยวกับเปอร์เซ็นต์ใบสั่ง การที่ตำรวจจะจับกุมผู้กระทำความผิดนั้น สามารถทำได้เพราะทำไปตามหน้าที่ มิได้เป็นการกลั่นแกล้ง เนื่องจากไม่มีเหตุผลอะไรที่จะกลั่นแกล้งเพราะไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่อาจจะเป็นไปได้ที่ผู้เสียหายไม่ยอมรับ
กรณีแบบนี้ผู้บังคับบัญชาเน้นย้ำเสมอว่า ให้ปฏิบัติหน้าที่โดยใช้ความอะลุ้มอล่วย อะไรที่ตักเตือนได้ก็ให้ตักเตือน ถ้าเป็นความผิดและก่อให้เกิดอันตรายก็ต้องจับกุม
สารวัตรจราจร บอกว่า ในวันนั้นก็มีการจับกุมผู้กระทำความผิดเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่เห็นมีใครร้องเรียนเลย และช่วงนี้ทุกท้องที่ก็มีการตั้งด่านเป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งเป็นนโยบายของผู้บังคับบัญชาเพื่อป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวม
ลุงแจ่ม
|