• ลุงป๊อก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : gopok25@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-21
  • จำนวนเรื่อง : 4
  • จำนวนผู้ชม : 866
  • จำนวนผู้โหวต : 3
  • ส่ง msg :
อันธพาลลูกหนัง
ร่วมกันสร้างตำนานยอดนักเตะรุ่นใหม่ ให้คนรุ่นต่อ ๆ ไปได้กล่าวถึง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/loongpok
วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม 2551
ฟุตบอลไทย...ไปกันใหญ่แล้ว
Posted by ลุงป๊อก , ผู้อ่าน : 147 , 11:18:38 น.  
พิมพ์หน้านี้


ฟุตบอลไทย...ไปกันใหญ่แล้ว

 

ประมาณเดือนกว่า ๆ ที่ผ่านมา ผมได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับวงการฟุตบอลไทย พบความขัดแย้งมากมาย โดยมีชนวนมาจากคนสองกลุ่ม ที่ลึก ๆ แล้ว ก็ไม่รู้ว่าเขาขัดแย้งกันด้วยเรื่องใด แต่ที่สุด เรื่องที่กลายเป็นประเด็นหลักของความขัดแย้งครั้งนี้ ก็กลายเป็นเรื่องของการจัดการแข่งขันฟุตบอล “ไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก”

 

เป็นความขัดแย้งระหว่างตัวละครหลักสองตัว (ตัวละครนะครับ คิดว่าน่าจะเรียกเป็นตัวได้) ระหว่างตัวแรก คือ คณะกรรมการจัดการจัดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพแห่งประเทศไทย โดยมีนายชัยภักดิ์  ศิริวัฒน์ เป็นประธาน ที่ถือเป็นตัวละครหลักในการจัดการแข่งขันฟุตบอลไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก 2008 (ซึ่งเป็นการมอบสิทธินี้จากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โดยนายวิจิตร  เกตุแก้ว นายกสมาคมฯ ในสมัยนั้น) ซึ่งก็ได้งบประมาณจากรัฐบาล ผ่านกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงมายังการกีฬาแห่งประเทศไทย และมาสู่คณะกรรมการฯ ซึ่งเป็นส่วนของเงินบำรุงทีม และเงินรางวัลการแข่งขัน สำหรับ ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก ดิวิชั่น 1 ดิวิชั่น 2 และฟุตบอลโปรลีก ซึ่งทั้ง 4 รายการอยู่ภายใต้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย

 

ตัวละคนอีกตัวคือ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ปัจจุบัน มีนายวรวี  มะกูดี เป็นนายกสมาคมฯ คนปัจจุบัน มีแนวคิดที่จะนำฟุตบอลไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก กลับมาจัดในนามสมาคมฯ โดยไม่ต้องมีคณะกรรมการฯ อีกต่อไป ซึ่งก็มีแนวทางที่จะเปลี่ยนรูปแบบการบริหารจัดการการแข่งขัน ให้เป็นรูปแบบนิติบุคล บริหารแบบเป็นธุรกิจเต็มรูปแบบ และมีการให้ข่าวกันคนละครั้ง แบบต่างคนต่างให้ข่าว

 

ฟากนายชัยภักดิ์  ก็ได้เปรย ๆ ว่า ถ้าออกไปเป็นนิติบุคคล โดยไม่ผ่านคณะกรรมการฯ ชุดปัจจุบัน การสนับสนุนจากภาครัฐก็จะไม่ได้อีกต่อไป (โดยหลังจากนั้น นายกนกพันธุ์  จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ก็ได้ออกมากล่าวว่ายังสนับสนุนเหมือนเดิม) ซึ่งก็เป็นการว่ากันคนละที ไม่ได้มีการมาประชุมเพื่อหารือร่วมกันอย่างเป็นทางการแม้แต่ครั้งเดียว เป็นสิ่งที่แฟนบอลรู้ผ่านสื่อเท่านั้น

 

ต่อมาได้มีตัวละครที่เป็นตัวแปรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งตัว “สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย” หรือที่เรียกกันย่อ ๆ ว่า เอเอฟซี ซึ่งเอเอฟซีบอกว่า ต้องการจะยกระดับฟุตบอลของเอเชีย โดยเฉพาะฟุตบอลลีกอาชีพ ให้มีมาตรฐานเทียบเท่ายุโรป โดยเฉพาะการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ลีก ที่มีการให้โควต้าทีมแชมป์และรองแชมป์ จากลีกประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย มาแข่งกันเพื่อหาทีมสโมสรที่เก่งที่สุดในเอเชียของปีนั้น ๆ ซึ่งการยกระดับครั้งนี้ ได้มีการกำหนดเงื่อนไขของทีมที่มีสิทธิเข้าร่วมการแข่งขัน โดยมีการประเมินความพร้อมและรูปแบบการบริหารจัดการทีม ซึ่งปรากฏว่าไทยจากที่เคยได้สิทธิโดยอัตโนมัติ เมื่อโดนประเมินครั้งแรกแล้วกลายเป็นอยู่ในเกรดซี (ซึ่งต่ำสุด) ทำให้ต้องไปเตะเพลย์ออฟกับทีมในระดับเดียวกัน เพื่อแย่งสิทธิ์ไปเตะแชมป์เปี้ยนส์ลีก แต่เอเอฟซีก็ยังให้โอกาสประเทศต่าง ๆ ที่ไม่ผ่านการประเมิน ไปปรับโครงสร้างการบริหารจัดการให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่เอเอฟซีกำหนด

 

และประเด็นนี้ก็เป็นตัวแปรอีกประการหนึ่ง ที่ผมมองว่าเมื่อมีเงื่อนไขภายนอกมาเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการฟุตบอลอาชีพของไทย ตัวละครหลักทั้งสองฝ่าย น่าจะหันหน้าเข้ามาร่วมมือกัน เพื่อทำให้มาตรฐานฟุตบอลอาชีพของไทย ทัดเทียมกับประเทศที่ประสบความสำเร็จในการจัดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ (แม้ว่าจะไม่ค่อยชอบการทำตามเงื่อนไขของคนนอก แต่เมื่อเงื่อนไขนั้น ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แต่ก็ไม่ต้องไปทำตามเขาทุกเรื่อง มีความคิดและเข้าใจธรรมชาติของตัวเอง ก็พอแล้ว)

 

กลับกลายเป็นต่างคนยิ่งต่างทำ ต่างคนต่างคิด ฝ่ายแรกก็พาสโมสรไปดูงานที่ญี่ปุ่น กลับมาก็ให้ข่าวว่าต้องทำแบบนั้น ต้องทำแบบนี้ ส่วนฝ่ายหลังก็บอกกำลังเตรียมเรื่องทำให้สโมสรของไทย ปรับเปลี่ยนโครงสร้างเพื่อเป็นไปตามที่เอเอฟซีกำหนด โดยที่ยังไม่มีการทำงานร่วมกันเหมือนเดิม

 

ผมไม่รู้นะครับว่าลึก ๆ แล้วเป็นเพราะอะไร

ที่ทำให้ตัวละครทั้งสองตัว แบ่งฝ่ายกันได้อย่างชัดเจนเช่นนี้

ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องเร่งด่วน ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรที่มีความสามารถ

ซึ่งผมว่าทั้งสองท่านก็น่าจะมีความสามารถพอที่จะทำให้วงการฟุตบอลไทยพัฒนาได้ทั้งคู่

แต่ทำไมล่ะครับ ท่านทั้งสอง ถึงไม่ช่วยกันทำ

 

หรือท่านเห็นว่า “มัน” เป็นสมบัติส่วนตัว      


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14
หมีปิศาจ วันที่ : 31/05/2008 เวลา : 11.27 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

นั่นสิครับ ถ้าหันหน้าคุยกัน
ร่วมมือร่วมใจกันทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
ผมว่าทำได้ทันที

คณะกรรมการจัดไทยลีก ที่เป็นอยู่ ก็สามารถแปรสภาพกลายเป็น
บริษัท ไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก จำกัด โดยให้ คุณชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ เป็นหัวได้เหมือนเดิม

จะโดยขึ้นอยู่กับสมาคมฟุตบอลฯ หรือไม่ ประเด็นนั้นไม่ใช่ปัญหา

นี่ถ้าเป็นสมัยป๋าลอ ที่คนไทยดูบอลกันแบบบ้าคลั่ง แม้ระบบจัดการเราจะไม่เยี่ยมที่สุด
แต่เรื่องรายได้ รับรองได้เกรดเอ แน่นอน และเรื่องนี้ที่เอเอฟซีให้ความสำคัญที่สุด

ยังไงก็ตาม เรื่องเบื้องลึก ผมก็คงไม่มีโอกาสรู้ เพราะไม่ได้คลุกคลีในระดับนั้น
ความคิดเห็นที่ 13
Jubbies วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 15.05 น.
http://www.oknation.net/blog/jubbies

เป็นแบบนี้สิครับบอลไทยไม่ไปถึงไหน บอลลีกเวียดนามยังดีกว่าลีกไทยอีก

ขอแสดงความคิดเห็นว่า ป็นเรื่องผลประโยชน์ นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ เป็นคนของ VJ (บุคคลที่แฟนบอลชาวไทยเอือมระอา) การเข้าสู่มาตรฐานของ AFC เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าหากฟุตบอลไทยต้องการอยู่ใน AFC ต้องพัฒนามาตรฐานตามที่กำหนด เพราะทุกวันนี้ระบบการจัดการไม่มีมาตรฐาน และเชื่อว่า ถ้า AFC ไม่กระทุ้งขึ้นมา บอลไทยลีกก็มีแต่จมลง ผ่านมา12 ปีแล้ว ยังไม่ไปถึงไหน
ความคิดเห็นที่ 12
ลุงป๊อก วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 14.31 น.
http://www.oknation.net/blog/loongpok

ถูกต้งนะครับ
ความคิดเห็นที่ 11
keano วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 14.29 น.
http://www.oknation.net/blog/reddevil

การบริหารห่วยมาก โดยเฉพาะสมาคมฯ มีที่ปรึกษามากมาย แต่ใช้การไม่ได้ซักคน มีชื่อไว้โก้ๆเท่านั้น การตัดสินใจอยู่ที่คนๆเดียว วิชั่นก็ไม่มี เงินก็ไม่ออก ต่อไปคอยดู ทีมฟุตบอลในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกจะไม่เหลือ เพราะนายทุนไม่อยากจะเอาเงินมาละลายน้ำทุกปี เงินสนับสนุนจากทางการก็แค่เศษเงิน แล้วฟุตบอลเมืองไทยจะเจริญได้อย่างไร
ความคิดเห็นที่ 10
ลุงป๊อก วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 14.09 น.
http://www.oknation.net/blog/loongpok

ทั้ง ๆ ที่ผู้บริหารเราก็ได้รับการยอมรับเรื่องฝีมือจากนานาชาตินะครับ แต่ละคนมีตำแหน่งหน้าที่การงานที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จสูงสุด

แต่ทำไมไม่ใช้ความสามารถที่มีมาใช้กับวงการฟุตบอลบ้านเราให้เต็มที่ล่ะครับ
ความคิดเห็นที่ 9
ราษีไศล วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 14.01 น.
http://www.oknation.net/blog/motorcyrubjang
บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ /www.banduannoi.com/ www.tourthailand.th.gs

นั่นสิครับนักบอลเราเก่งนะครับแต่ผู้บริหารไม่เอาใหนเลย
ความคิดเห็นที่ 8
ลุงป๊อก วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 12.59 น.
http://www.oknation.net/blog/loongpok

อ๊ะ..อ๊ะ..อ๊ะ..
มีฉลาม(ชล)สาวเข้ามาอีกแล้ว ขออภัยด้วยนะครับ
ครั้งก่อนไม่ได้ตอบ
แล้วจะเขียนเรื่องชลบุรีด้วยนะครับ
บังเอิญว่ารู้จักมักคุ้นกับคุณอรรณพพอสมควร
แล้วจะมาเล่าให้ฟังถึงความบ้าบอลของเขาครับ
ความคิดเห็นที่ 7
ลุงป๊อก วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 12.45 น.
http://www.oknation.net/blog/loongpok

จริง ๆ ผมก็แค่เป็นคนหนึ่ง
ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของวงการฟุตบอลไทย (รวมไปถึงฟุตซอล) เพื่อเก็บข้อมูลไว้สังเคราะห์ไปจัดรายการวิทยุ เพราะเห็นว่าถ้ามีบอลอาชีพเต็มรูปแบบเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เด็กไทยจะได้มีทางเลือกเกี่ยวกับวิชาชีพมากขึ้น มากว่าแห่กันไปตามกระแสฮีโร่ของวงการต่าง ๆ ที่ไม่มีโครงสร้างที่ดีรองรับ หากแต่โด่งดังได้เพราะตัวบุคคล ผมใฝ่ฝันที่จะเป็นนักฟุตบอลอาชีพมาตั้งแต่ตัดสินใจเข้าสูวงการฟุตบอล แต่เต็มที่ก็ได้แค่กึ่งอาชีพ (แต่ก็ยังดี ได้ทุนนักกีฬาส่งเสียตัวองจนจบปริญญาตรี) ก็หวังว่าทั้งสองท่านจะได้มารับรู้หัวอกของนักบอล และเยาวชนที่มุ่งหวังจะมาทางสายนี้นะครับ
ความคิดเห็นที่ 6
Supawan วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 12.45 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

อืมมมมมมม
ความคิดเห็นที่ 5
kate วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 12.44 น.
http://www.oknation.net/blog/kate2007
 มามะ มาดูบอลไทยกันเถอะ

ทำเหมือนเด็กเล่นขายของอ่ะค่ะ กรรมของวงการฟุตบอลไทย ใครพอมีแรงก็คงเอาตัวรอดได้ แต่ทีมเล็กๆ ปากกันตีนถีบนี่สิ น่าเห็นใจ ในเมื่อผู้ใหญ่ทะเลาะกันแบบนี้
ความคิดเห็นที่ 4
คนเล่าเรื่อง วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 12.44 น.
http://www.oknation.net/blog/daniel

ขอมอบให้ 1 โหวตครับ
ความคิดเห็นที่ 3
คนเล่าเรื่อง วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 12.43 น.
http://www.oknation.net/blog/daniel

สรุปแล้ว ทั้งศักดิ์ศรีและเงินนั่นแหละครับที่ทำให้วงการฟุตบอลไทยเราวุ่นวายอิรุงตุงนังกันแบบนี้
คงต้องใช้เวลากันอีกยาวไกลละครับ กว่าสโมรสรฟุตบอลของเราจะเป็นอาชีพอย่างเต็มตัวสักที อย่างไรก็ตามครับ ผมไม่ค่อยเชื่อน้ำยาพวกคณะกรรมการจัดการจัดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพแห่งประเทศที่บริหารงานได้ดีเด่นจนวงการฟุตบอลอาชีพไทยเราหยุดนิ่งมานับเป็นสิบๆ ปีแบบนี้ แต่ค่อนข้างจะเชื่อแนวทางของคุณวรวี มะกูดี ผู้คร่ำหวอดกับวงการฟุตบอลโดยตรงแบบเต็มเวลาต่างจากคุณชัยภักดิ์ผู้ทำงานกีฬาแบบพาร์ตไทม์ที่มักออฟไซด์ไปเกี่ยวข้องกับงานการเมืองแบบเลือกข้างเป็นประจำ
ความคิดเห็นที่ 2
ลุงต้าลี่ วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 12.34 น.
http://www.oknation.net/blog/loongdali

แวะเข้ามาไม่ได้อยู่ในวงการกับเขา อ่านแล้วเข้าใจได้เลยว่า เหตุขัดแย้งมาจาก "ใครจะเป็นตัวละครที่แบกถุง..เดินออกจากสนามไป"
ความคิดเห็นที่ 1
Johnatheo วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 11.29 น.
http://www.oknation.net/blog/johnatheo

บางครั้งศักดิ์ศรีที่มันค้ำคออยู่ ทำให้ใครบางคน ก้มหัวไม่ลง
วงการกีฬา โดยเฉพาะ วงการฟุตบอล เป็นอีกวงการหนึ่งที่ ถ้าหากมีการบริหารและการจัดการที่ดี จะมีเงินเข้ามาและทำให้เกิดการเคลื่อนตัวของเศรษฐกิจอีกระดับหนึ่ง
ก็ได้แต่หวังว่า พวกเขาเหล่านั้นจะมีสามัญสำนึก เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน
ขอบคุณสำหรับข่าวครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31